เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วง สะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงบของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ราวกับเสียงกิโยตันที่ตัดขั้วหัวใจของรินให้ร่วงหล่นลงไปกองที่ตาตุ่ม หน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งโยกย้ายกุญแจรถหรูลงบนโต๊ะกระจก
คลิปเสียงลับ... คำสั้นๆ สามคำที่วนเวียนกรีดแทะโสตประสาทของรินซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ใช่แค่เครื่องมือต่อรอง แต่มันคือชนวนระเบิดที่จะทำลายอนาคตที่เขากัดฟันสร้างมาทั้งชีวิตให้พังพินาศในพริบตา
"ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์อยู่ตรงนั้นทำไม หรือว่ากำลังคิดหาข้อแก้ตัวใหม่ๆ ที่ฟังดูฉลาดกว่าเมื่อกี้อยู่ล่ะ?"
เหนือหันกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มถอดเสื้อสูทออกโยนไว้บนโซฟาตัวยาว ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณคอออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนรางที่ชวนให้ใจสั่นระทัว ทว่าแววตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์คู่นั้นกลับไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดัน เย็นชา และประกายความสนุกสนานที่กำลังจ้องจับผิดเหยื่อในกรงทอง
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง มือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดพยายามบังคับไม่ให้มันสั่นเทา เขาเชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ปากบางเม้มเข้าหากันก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด
"คุณมันเล่นสกปรก... เอาเรื่องไม่จริงมาขู่กันชัดๆ คลิปนั่นมันไม่มีอยู่จริงหรอก คุณแค่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อบีบให้ผมจนมุม!"
"หึ..." เหนือแค้นหัวอกในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความระอา ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ทว่าทรงพลังในทุกย่างก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ จนรินต้องถอยหลังก้นไปชนกับบานประตูห้องนอนใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... เด็กน้อย คิดว่าฉันว่างพอจะกุเรื่องตบตาเด็กกะโปโลอย่างเธอเพื่อความสนุกรึไง?"
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงระยับลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งเหนือโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เท่าไหร่ พื้นที่หายใจของเขาก็ยิ่งแคบลงเท่านั้น ไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าจนผิวเนื้อรู้สึกได้
"ถ้า... ถ้ามันมีจริงทำไมคุณไม่เปิดให้ผมฟังซะล่ะ เอาแต่ขู่ซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้มันน่าสมเพชรู้ตัวไหม" รินจงใจใช้วาจายั่วยุเพื่อปกปิดความหวาดกลัวในแววตา แต่กลับพลาดท่าเมื่อปลายนิ้วแกร่งยื่นเข้ามาเชยคางมนของเขาขึ้นบังคับให้สบตา
ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความอึดอัดที่แฝงไปด้วยกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดพุ่งพล่านไปทั่วบรรยากาศ รินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ยิ่งดื้อดึงก็ยิ่งร่วงหล่น ทว่าในขณะเดียวกันความใกล้ชิดนี้กลับทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาผิดจังหวะอย่างน่ารังเกียจ
"อยากฟังมากใช่ไหม?" เหนือกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนเกือบเป็นเสียงกระซิบข้างใบหู "เสียงหวานๆ ที่ครางปฏิเสธคินในห้องวีไอพีคืนนั้น... หรือเสียงที่เธอต่อรองขอร้องให้ฉันปล่อยเธอไป... จะเอาท่อนไหนก่อนดีล่ะ หืม?"
ใบหน้าของรินร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งปรี๊ดจนสมองแทบระเบิด ภาพเหตุการณ์คืนนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัว คิน... ไอ้สารเลวคนนั้นแอบอัดเสียงไว้จริงๆ สินะ แล้วมันไปตกอยู่ในมือของปีศาจตรงหน้าได้อย่างไรกัน!
"คุณเหนือ! คุณไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องส่วนตัวของผมมา..."
"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง... โดยเฉพาะเมื่อเธอก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉัน และตกเป็น ‘สินค้า’ ในดีลนี้แล้ว" เหนือตัดบทเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาดุดันฉายแววความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างปิดไม่มิด "จำกฎข้อแรกไม่ได้รึไง? ริน... เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น จนกว่าฉันจะพอใจ"
รินเม้มปากแน่นจนรู้สึกได้ถึงรสคาวเลือดในโพรงปาก ความรู้สึกอัดอั้นตันใจตีรวนขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว เขาเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง เกลียดสถานการณ์ที่ต้องตกเป็นรอง และเหนือสิ่งอื่นใด... เขารู้สึกเกลียดผู้ชายตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้อารมณ์ของเขารวนเรได้แม้ในยามที่วิกฤตที่สุด
"ถ้าเกลียดผมนัก... ถ้าคิดว่าผมมันน่ารังเกียจนัก ทำไมไม่ปล่อยผมไปซะล่ะ! จะมาลากผมขึ้นมาขังไว้ที่เพนต์เฮาส์บ้าๆ นี่ทำไม!" รินโพล่งออกไปด้วยความเหลืออด น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยหลุดรอดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
เหนือชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธและความอัดอั้น ท่าทีดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เหลือเพียงแววตาซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา มือแกร่งที่เชยคางรินอยู่เปลี่ยนมาเป็นเกลี่ยไล้ข้างแก้มเนียนอย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว
สัมผัสนั้นแผ่วเบาและอบอุ่นจนรินสะดุ้งเฮือก หัวใจที่ควรจะเต้นระรัวด้วยความโกรธ กลับพลิกผันมาเต้นผิดจังหวะด้วยความตื่นตระหนกแทน
"ใครบอกว่าฉันรังเกียจ..." เสียงของเหนือเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน จนคนฟังตั้งรับแทบไม่ทัน "ถ้าฉันรังเกียจ... ฉันคงไม่เสียเวลาดึงเธอออกมาจากเงื้อมมือของคิน... และคงไม่พาเธอมาอยู่ที่นี่หรอก"
"คุณ..." รินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ
"จำใส่สมองเอาไว้... ริน" เหนือโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก หยดความร้อนรุ่มผ่านลมหายใจที่รดรินอยู่บนผิวแก้ม "เธอเป็นของฉัน... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องทั้งนั้น แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายตัวเองเข้าใจไหม"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางแสงไฟสลัวจากภายนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน รินสมองตื้อตัน พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับความเผด็จการที่เจือความคลั่งรักอย่างล้นปรี่นี้
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังโรยตัวและความหวั่นไหวเริ่มกัดกินกำแพงในใจของทั้งสองคน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะความใกล้ชิดที่กำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด เหนือขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ดวงตาดุดันตวัดมองไปทางประตูห้องชุดทันที
รินอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างแรง ก่อนจะหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด
"นายเหนือครับ..." เสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาผ่านบานประตู พร้อมกับข่าวสารที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความร้อนรุ่มเป็นความเยือกเย็นยะเยือกในเสี้ยววินาที "คุณคินส่งคนมาป้วนเปี้ยนที่ล็อบบี้ชั้นล่างครับ... มันบอกว่ามาทòi 'ของ' ที่ควรจะเป็นของมันคืน"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไฟเยอร์บลัด" เสมอมานะครับ
ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก•ตอนที่ 3
คืนแรกในเพนต์เฮาส์
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!