เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในไซต์งาน เสียงนั้นกรีดผ่านความเงียบราวกับคมมีดที่เฉือนลงบนเนื้อสด รินลดาสะดุ้งสุดตัว มือของเธอที่กำแบบแปลนโครงสร้างไว้แน่นสั่นระริก เธอพยายามเพ่งมองผ่านความมืด แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงเงาดำตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
"ก้มลง!" เสียงทุ้มต่ำและดุดันของศิลาดังขึ้นข้างหู ก่อนที่ร่างหนาของเขาจะพุ่งเข้ามากระชากตัวเธอให้หมอบราบลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ กลิ่นกายของบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ประจำตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้ แทนที่ความกลัวตายด้วยแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ที่รุนแรงกว่า
"คุณ... คุณจะทำอะไร" รินลดากระซิบถาม เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงไว้ซึ่งความพยายามที่จะดื้อรั้น เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากอ้อมกอดของเขา แต่ศิลากลับกดไหล่เธอไว้แน่นขึ้น ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานแตะลงบนแผ่นหลังของเธออย่างถือสิทธิ์
"อยู่นิ่งๆ รินลดา ถ้ายังอยากมีลมหายใจไปโต้เถียงเรื่องแบบแปลนไร้สาระนั่นต่อ" ศิลาคำรามเบาๆ ในลำคอ สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปในความมืด เขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้านี้เป็นเพียงพายุที่เขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องพัดผ่านเข้ามา
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งกรูเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ศิลาคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมากดสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "จัดการพวกมัน อย่าให้ใครเข้ามาถึงตัวโครงสร้างหลัก สกัดไว้ที่ประตูทิศใต้ ใครขัดขืน... จัดการตามมาตรการขั้นสูงสุด"
รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไซต์งาน เธอเห็นสันกรามที่ขบแน่นและแววตาที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่วิศวกรธรรมดา แต่เขามีบางอย่างที่อันตรายกว่านั้นมาก
"คุณปิดบังอะไรฉันไว้ ศิลา?" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามรวบรวมความกล้า แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก
ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ในความมืด เขาปล่อยมือจากไหล่แล้วเปลี่ยนมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาเขา "โลกของผมมันไม่ใช่ที่สำหรับคนโลกสวยอย่างคุณ ถ้าคุณยังอยากทำโครงการนี้ให้จบ ก็จงเงียบ แล้วทำตัวให้เป็นประโยชน์... ไม่ใช่เป็นภาระ"
ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาแทนที่ความกลัว รินลดาปัดมือเขาออก "ฉันไม่ใช่ภาระของคุณ! ที่งานล่าช้าก็เพราะคุณก้าวก่ายงานของฉัน คุณเปลี่ยนสเปกวัสดุโดยไม่ปรึกษา เพื่อผลประโยชน์ของพวกมาเฟียพวกนั้นใช่ไหม!"
ศิลาไม่ตอบ แต่เขากลับพลิกตัวเธอขึ้นมาทาบทับด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ร่างกายแกร่งดั่งหินผาเบียดชิดเข้ากับเรือนร่างบอบบางจนเธอรับรู้ได้ถึงไออุ่นและกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น มือหนาคว้าข้อมือเธอทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือหัว สัมผัสที่ดุดันทำให้รินลดาหายใจติดขัด
"ใช่... ผมทำเพื่อผลประโยชน์" เขาโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเฉียดกับแก้มเนียน "แต่ผลประโยชน์ของผม คือการทำโครงการนี้ให้เสร็จตามกำหนด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยเลือดหรือชีวิตใครก็ตาม และรวมถึง... การปราบพยศผู้หญิงที่ดื้อรั้นอย่างคุณด้วย"
บรรยากาศรอบข้างที่ควรจะเต็มไปด้วยอันตรายกลับถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่เข้มข้นจนน่าอึดอัด ศิลาซุกไซ้ใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อ รินลดาตัวสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะกลัวเสียงปืนที่ยังคงดังแว่วอยู่ไกลๆ แต่เพราะสัมผัสที่จาบจ้วงและเต็มไปด้วยอำนาจของคนที่อยู่เหนือกว่า
"อย่า... ศิลา ที่นี่มันไซต์งาน" เธอพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นอกรับสัมผัสจากเขา
"นั่นยิ่งทำให้มันน่าตื่นเต้นไม่ใช่หรือครับ?" เขาขบเม้มที่ติ่งหูของเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า "ความเสี่ยงมันทำให้ทุกอย่างมีรสชาติมากขึ้น... รวมถึงร่างกายของคุณด้วย"
เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างชำนาญ มือข้างที่ว่างลูบไล้ลงมาถึงเอวคอดก่อนจะสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนียนละเอียดกระตุ้นให้รินลดาสะดุ้งเฮือก ความขัดแย้งในใจของเธอตีกันยุ่งเหยิง ระหว่างศักดิ์ศรีของสถาปนิกที่ต้องปกป้องงาน กับความต้องการลึกๆ ที่ถูกปลุกเร้าโดยชายที่เธอทั้งเกลียดและหลงใหลในเวลาเดียวกัน
ในขณะที่พายุอารมณ์กำลังปะทุขึ้นถึงขีดสุด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังหยุดลงที่หน้าห้องทำงานชั่วคราว ประตูถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับแสงไฟฉายที่ส่องกราดเข้ามา
"ท่านประธานครับ! เราล้อมมันไว้ได้แล้ว แต่... แต่มันมีตัวประกัน!"
ศิลาชะงักกึก เขาดันตัวออกจากรินลดาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยและเย็นชาดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที เขาหันไปมองลูกน้องที่ยืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตู ก่อนจะหันกลับมาสบตารินลดาที่ยังคงอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย
"ใคร?" ศิลาถามเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน
ลูกน้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะตอบด้วยเสียงสั่น "พี่ชายของคุณ... คุณศรุตครับ"
ดวงตาของศิลาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความอาฆาต เขาหยิบปืนที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอว ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูแล้วหยุดชะงัก หันกลับมามองรินลดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง
"อยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา" เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดย้ำด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม "ถ้าอยากรู้ว่าผมโหดร้ายแค่ไหน... คืนนี้คุณจะได้เห็นมันจากมุมที่คุณไม่เคยคาดคิดมาก่อน"
เขาก้าวออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่แฝงไปด้วยลางร้าย รินลดามองตามหลังเขาไป มือยังคงสั่นไม่หยุดเมื่อเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนรอศิลาอยู่ที่ปลายทางเดิน... คนที่เธอจำได้แม่นว่าคืออดีตคู่หมั้นของเธอที่หายสาบสูญไปนานหลายปี
ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานของผม "ภูริศร์" นะครับ หวังว่าตอนนี้น่าจะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะครับ
ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 21
พายุอารมณ์
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!