เศษกระจกใสเกลื่อนกลาดสะท้อนแสงไฟนีออนจากเพดานไซต์งาน ราวกับหยาดเพชรที่ถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานี กลิ่นดินปืนจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนในอากาศ ร่างสูงใหญ่ของศิลายังคงทาบทับอยู่เบื้องหน้า แผ่นอกกว้างของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นถี่ แววตาดุดันคู่นั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวต่อกระสุนปริศนาเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับลุกโชนด้วยโทสะอันคุกรุ่นที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
รินลดากำหมัดแน่น ฝ่ามือชื้นเหงื่อแต่ทว่าแววตาของเธอยังคงแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนนให้อำนาจดิบเถื่อนที่เขากำลังพยายามกดทับลงมา
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไงศิลา!" เธอกัดฟันกรอด กระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นเขายังคงนิ่งเฉย ไม่ยอมขยับตัวหนีไปยังจุดปลอดภัย "ข้างนอกนั่นมันอันตรายนะ!"
"รู้ว่าอันตราย... แล้วทำไมถึงยังดึงดันจะอยู่คนเดียวตรงนี้" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงหา ศิลาขยับตัวเข้าประชิดยิ่งขึ้นจนพื้นที่ว่างระหว่างเขากับเเพงไม้ถูกปิดตายด้วยสรีระกำยำ มือใหญ่ข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ ส่วนอีกข้างคว้าหมับเข้าที่ต้นคอระหง บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยไฟโทสะของเขา "ถ้าเมื่อกี้กระสุนมันเบี่ยงมาอีกแค่คืบเดียว... คุณรู้ไหมว่าผมจะต้องเสียอะไรไปบ้าง"
"ฉันไม่ใช่สมบัติของคุณนะศิลา!" รินลดาตวาดเสียงลอดไรฟัน พยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสร้อนผ่าวที่แผดเผาผิวเนื้อ แต่แรงบีบกระชับที่ท้ายทอยกลับบังคับให้เธอต้องสบตาเขาตรงๆ "ปล่อยฉัน!"
"ไม่ปล่อย... และจำใส่สมองเอาไว้ว่าต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่ตราบใดที่คุณยังอยู่ใต้เขตความรับผิดชอบของผม คุณคือคนของผม... เข้าใจไหมรินลดา"
น้ำเสียงกดต่ำคาดคั้นนั้นเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างไร้เหตุผล มันคือความหึงหวงที่ปะทุขึ้นมาจากภาพบาดตาเมื่อช่วงหัวค่ำ ภาพที่สถาปนิกหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจยืนส่งยิ้มและโน้มตัวเข้าใกล้เธอเกินความจำเป็น ความคิดที่ว่ามีไอ้สารเลวหน้าไหนกล้าอาจหาญแตะต้องผู้หญิงของเขา ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวศิลาร้องคำรามออกมาอย่างไร้การควบคุม
ก่อนที่หญิงสาวจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทีมรักษาความปลอดภัยก็กรูเข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ ศิลาผละตัวออกช้าๆ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบพักตร์หวานที่แดงก่ำด้วยความโกรธ
"เคลียร์พื้นที่ซะ แล้วตามรอยกระสุนนั่นให้เจอ" สั่งเสียงเฉียบขาดด้วยอำนาจเด็ดขาด ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือเล็กของรินลดาไว้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ "ส่วนคุณ... กลับห้องพักกับผม เดี๋ยวนี้"
ภายในห้องพักส่วนตัวของวิศวกรควบคุมงาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทันทีที่ประตูห้องปิดลงและกลอนถูกล็อกแน่น ศิลาก็กระชากข้อมือบางให้ร่างเพรียวเซเข้าปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างแรง แรงกระแทกทำให้ลมหายใจของรินลดาขาดห้วง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นประกายไฟในแววตาของชายหนุ่ม
"คุณทำบ้าอะไรของคุณอีกศิลา ปล่อยฉันนะ!" เธอพยายามขัดขืน ดิ้นรนสุดแรงเพื่อถอยห่างจากพันธนาการอันตรายนี้
"ผมบอกให้คุณอยู่ห่างจากมันไง... ทำไมถึงขัดคำสั่งผมรินลดา" ศิลาคำรามเสียงต่ำ ล็อกเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียวราวกับคีมเหล็ก ส่วนมืออีกข้างยึดคางเธอไว้แน่น บังคับให้รับจูบดุดันที่พวยพุ่งด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนอย่างไร้ความอ่อนโยน
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี บดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความหิวโหยและอารมณ์โกรธขึงที่สะสมมาตลอดทั้งวัน รินลดาครางประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่จาบจ้วงเข้ามา แต่รสจูบอันเอาแต่ใจและเปี่ยมด้วยเสน่หาอันตรายกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับความดุดันของเขา ทำเอาสมองของเธอขาวโพลนไปหมด
มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระอย่างถือวิสาสะ ฝ่ามือร้อนผ่าวแทรกผ่านเนื้อผ้าบางเบา บีบเคล้นสะโพกอิ่มและแผ่นหลังเนียนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือก ความโกรธขึงในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผาประสาทสัมผัสของทั้งคู่ให้หลอมละลาย
ศิลาถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน หน้าอกกระเพื่อมไหวภายใต้เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด ยามที่กวาดมองเรือนร่างอรชรที่สั่นสะท้านอยู่ใต้เงื้อมมือ
"คุณมันเผด็จการ... เอาแต่ใจ..." เสียงหวานขาดห้วง ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตัดพ้อและเย้ายวนในคราวเดียวกัน
"ใช่... ผมมันเผด็จการ" เขายิ้มมุมปาก ยามที่โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูจนลมหายใจร้อนเป่ารดผิวเนื้ออ่อน "และผมจะแสดงให้คุณเห็น... ว่าคนของผม จะไม่มีวันตกเป็นของใครหน้าไหนทั้งนั้น"
ร่างสูงทาบทับลงมาอีกครั้ง ผลักดันเธอล้มลงบนเตียงกว้างหนานุ่ม รสสัมผัสอันเร่าร้อนและดุดันโหมกระหน่ำซัดสาดเข้ามาในความมืดมิด เสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงครางแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอกหน้าต่าง เป็นค่ำคืนแห่งการพ่ายแพ้ต่ออำนาจเสน่หาที่ไร้ทางหลีกหนีอย่างแท้จริง
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปสู่จุดสูงสุดแห่งความเร่าร้อน เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันหลายครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"พี่ศิลาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของเราที่คุมประตูทางเข้า... ถูกพบเป็นศพ!"
ศิลาชะงักกึก ร่างกายกำยำหยุดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมปลาททันที ความเร่าร้อนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่มือหนาของชายหนุ่มค่อยๆ เลื่อนลงจากสะโพกบาง แล้วเอื้อมไปหยิบปืนพกสีดำสนิทที่วางอยู่หัวเตียงขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็วในความมืด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนอันตรายนี้ร่วมกันนะครับ
ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 15
ความหึงหวงไร้เหตุผล
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!