ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 14

รอยร้าวในความสัมพันธ์

ผลงานโดย ภูริศร์
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักเนื้อหนาจนเกิดเสียงดังสนั่น รินลดา สะดุ้งเฮือก เธอนัยน์ตาไหวระริกด้วยความตกใจแต่ก็รีบดึงสติกลับมาเชิดหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่เหนือโต๊ะทำงานของเธอในยามวิกาลเช่นนี้ สำนักงานชั่วคราวในไซต์งานก่อสร้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระพือของปีกแมลงเม่าที่บินเข้าหาหลอดไฟสีส้มและเสียงฝนตกปรอยๆ ด้านนอก แต่บรรยากาศภายในห้องกลับร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผา "คุณเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน... ศิลา" น้ำเสียงของสถาปนิกสาวสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นคือประวัติการจดทะเบียนบริษัทรับเหมาเก่าแก่ที่ถูกสั่งยุบไปเมื่อสิบปีก่อน พ่วงด้วยรายชื่อผู้บริหารที่พัวพันกับคดีอื้อฉาวทุจริตเงินงบประมาณรัฐ และหนึ่งในนั้น... มีนามสกุลเดียวกับผู้ชายที่ยืนทำหน้าดุอยู่ตรงหน้าเธอ ศิลาไม่ตอบคำถาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนพื้นที่ส่วนตัวของรินลดาถูกรุกรานจนหมดสิ้น กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงและกลิ่นกายเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้ามารุกเร้าประสาทสัมผัส เขาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องเหยื่อ "รู้มากไปก็ไม่ได้ทำให้งานก่อสร้างตึกนี้เสร็จเร็วขึ้นหรอกนะครับ รินลดา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบต่ำ นิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยความดุดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า "แต่มันทำให้ฉันรู้ว่า... คนที่กำลังสั่งให้ฉันทำตามคำสั่งบ้าๆ ทุกอย่าง เป็นใครมาจากไหนกันแน่!" รินลดากัดริมฝีปากแน่น เธอกล้าสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัวแม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก "ตระกูลของคุณ... เป็นคนพรากเอาทุกอย่างไปจากครอบครัวฉันเมื่อสิบปีก่อนใช่ไหม? โครงการที่ล่มไปตอนนั้น กับบริษัทของพ่อฉันที่ต้องล้มละลาย... ฝีมือพวกคุณใช่ไหมศิลา!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบวับวาวขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความเกรี้ยวกราดที่ถูกสะกิดใจ ร่างหนาขยับเข้าใกล้จนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ มือหนาเอื้อมขึ้นบีบคางฉัตรของเธอไว้อย่างมั่นคงแต่ไม่ถึงกับเจ็บ บังคับให้เธอแหงนหน้าขึ้นรับการคุกคามทางสายตาจากเขา แรงบีบนั้นสะท้อนความกรุ่นโกรธที่อัดอั้นอยู่ภายใน "ปากเก่งนักนะครับ..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นอายความดุดันแผ่ซ่านออกมาจนรินลดาต้องหายใจติดขัด "อยากรู้เรื่องอดีตนักใช่ไหม งั้นผมจะเล่าให้ฟัง... แต่ต้องแลกด้วยตัวคุณเอง" รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือแกร่งตรึงไว้แน่น "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ปล่อยฉันนะศิลา!" "ผมไม่เคยมีสติดีเท่านี้มาก่อนเลยครับ รินลดา" ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดประท้วงทั้งหมดของเธออย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ได้มีความนุ่มนวลเย้ายวนใจแบบคนรัก แต่เป็นการลงทัณฑ์ ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกปลุกเร้าจากการถูกขุดคุ้ยแผลเป็นในอดีต รินลดาครางประท้วงในลำคอ พยายามทุบตีไหล่หนาแต่ก็ราวกับตีลงบนแผ่นเหล็กกล้า เมื่อเห็นว่าเธอพยายามดิ้นรน ศิลาก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักการรุกราน มือใหญ่เลื่อนลงมาโอบรอบเอวบางกระชากร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัว ก่อนจะยกสะโพกของเธอนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงาน เอกสารกระจัดกระจายหล่นลงพื้นอย่างไร้ความหมาย ร่างสูงแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างเรียวขาของเธอ บดเบียดกายเข้าหาจนความร้อนแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า รสจูบที่ดุดันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากของหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจ รินลดาที่พยายามขัดขืนในตอนแรกเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย ความวาบหวามที่เขาจงใจปรนเปรอผ่านสัมผัสอันช่ำชองเริ่มทำลายสติสัมปชัญญะของเธอ มือเรียวที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ร่วงหล่น ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ ศิลาผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างพึงพอใจ นิ้วมือหนาเกลี่ยไล้ไปตามโครงหน้าเนียนอย่างหลงใหล ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "คุณอยากขุดคุ้ยอดีตนักใช่ไหม... รินลดา" เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "จำใส่สมองเอาไว้... ว่าอดีตที่ตระกูลผมทำลายมันลง ไม่ใช่เพราะความโลภ แต่มันคือการชำระหนี้เลือดที่พ่อของคุณฝากเอาไว้ต่างหาก" รินลดาตัวชาดิ่ง นัยน์ตาเบิกโพ้าง "และคืนนี้..." ศิลาเลื่อนริมฝีปากมาจูบซับที่ซอกคอหอมกรุ่นอย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับมือหนาที่สอดล l u ฃายผ้าเสื้อไหมพรมของเธอสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มร้อนรุ่ม "คุณจะต้องชดใช้ดอกเบี้ยทั้งหมด... แทนพ่อของคุณ" ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่หล่นอยู่ก็แผדเสียงแหลมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบเผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกปลอม พร้อมกับภาพถ่ายเอกสารลับชุดใหม่ที่ถูกส่งเข้ามา... ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่ามีบุคคลที่สามกำลังแอบมองความเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งคู่จากหน้าต่างกระจกด้านนอก! ศิลาชะงักกึก ดวงตาคมดุหันขวับไปมองยังบานกระจกมืดทึบเบื้องนอกทันที ร่างสูงผละออกจากตัวรินลดาอย่างรวดเร็วก่อนจะคว้าปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมาขึ้นลำกล้องด้วยความเร็วแสง! "อย่าขยับ..." ศิลาคำรามต่ำในลำคอ พร้อมกับกระชากตัวรินลดาให้หลบมาอยู่ด้านหลังแผงโต๊ะหนาในเสี้ยววินาทีที่เสียงกระจกแตกกระจายจากการถูกกระสุนปืนปริศนายิงทะลุเข้ามา!
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%