เสียงทุบประตูไม้บานหนาจากด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับกรามของสัตว์ป่าที่กำลังพยายามฉีกกระชากเหยื่อให้ขาดเป็นชิ้นๆ ลูกบิดประตูสั่นกระพือตามแรงกระแทก ขณะที่เสียงตะโกนหยาบคายและเสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังบุกรุกเข้ามาในเขตก่อสร้างโซน B สะท้อนก้องผ่านโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่า
"คุณศิลาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของตระกูลศทوروان บุกเข้ามาพังประตูหน้าไซต์งาน และมันกำลังตรงมาที่นี่ครับ!"
เสียงของลูกน้องคนสนิทตะโกนผ่านวิทยุสื่อสารในมือถือ ก่อนสัญญาณจะถูกตัดขาดด้วยเสียงกระแทกอันรุนแรง
ในห้องทำงานกระจกนิรภัยชั้นบนสุดของไซต์งาน บรรยากาศไม่ได้ตึงเครียดด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม... มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงดันอารมณ์ที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก ศิลายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยสักเลือนรางใต้ร่มผ้า เขายังคงรักษาความสุขุมได้อย่างน่ากลัว ดวงตาสีนิลคมกริบมองตรงไปยังร่างบางของรินลดาที่ยืนพิงกำแพงกระจก ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ ไหล่บางไหวสะท้อนตามแรงอารมณ์ที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบประสาท ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง "แต่ดูเหมือนว่า... ปัญหาข้างนอกยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับคนดื้อรั้นตรงหน้าผมตอนนี้"
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว มือเรียวที่กำแฟ้มแบบแปลนสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัวจากศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะรัศมีคุกคามอันดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผู้เป็นนาย "คุณศิลา... ข้างนอกกำลังจะพังเข้ามาแล้วนะคะ—เอ๊ย... ครับ! ปล่อยผม... ปล่อยฉัน—" เธอเผลอหลุดคำพูดด้วยความตื่นตระหนก แต่ศิลาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้แก้ตัว
หมัดใหญ่เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น ลากดึงเข้าหาตัวด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า รินลดาเซถลาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ แรงปะทะทำให้เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจายเกลียว
"เงียบซะ รินลดา" ศิรากระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจเผด็จการที่ไม่อินทังคำปฏิเสธใดๆ "ในพื้นที่ของผม ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องคุณ... ยกเว้นตัวผมเอง"
เสียงทุบประตูด้านนอกเริ่มประชิดเข้ามาใกล้ เสียงโครมครามของการทำลายข้าวของดังขึ้นเรื่อยๆ ทว่าในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยกระจกใสและเงาของความมืดค่ำเวลานี้ กลับมีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองที่ดังชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
ศิลาไม่สนใจเสียงก่นด่าหรือความวุ่นวายภายนอก สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่แดงก่ำด้วยความโกรธและความอาย มือหนาเลื่อนขึ้นโอบล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส รสจูบที่ระอุขึ้นในวินาทีนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการบดขยี้อย่างดุดันและเอาแต่ใจ เรียวปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดเบียดกลีบปากนุ่มจนเธอต้องเผยอรับรสชาติอันตรายที่แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก
รินลดาพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แรงต้านทานของเธอกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้ลุกโชน ศิลาใช้แขนอีกข้างรวบร่างบางเข้ามาชิดแนบเนื้อจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความกดดันจากภายนอกห้องผสมผสานกับความเร่าร้อนภายใน ยิ่งขับเน้นให้ห้วงเวลานี้บีบคั้นและเต็มไปด้วยเสน่หาอันตราย
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปรานี มือใหญ่เลื่อนต่ำลงไปบีบเคล้นสะโพกมนภายใต้กระโปรงทรงสอบอย่างแรงจนเนื้อผ้าตึงเปรี๊ยะ สัมผัสหยาบโลนแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศทำให้เข่าของหญิงสาวแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผ่านเนื้อผ้าทะลุผิวเนียนจนเธอสะท้านเฮือก เผลอจิกเล็บลงบนลาดไหล่หนาของเขาเพื่อระบายความวาบหวามที่ตีรวนขึ้นมาในอก
"อื้ม..." เสียงครางประท้วงในลำคอของรินลดาถูกกลืนหายไปในลำคอหนา ศิลาถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หยาดน้ำใสเชื่อมโยงระหว่างเรียวปากทั้งสอง ขณะที่ดวงตาสีนิลมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อด้วยความพึงพอใจ
"จำไว้... รินลดา" เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงพังวงกบ แต่ศิลากลับกระซิบถ้อยคำชิดใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เย็นเยือกแต่สั่นประสาท "ต่อให้ข้างนอกจะถล่มลงมาเป็นจุล... คุณก็เป็นของผม อยู่ใต้เงาของผม และไม่มีสิทธิ์หนีไปไหนทั้งสิ้น"
ฉับพลัน... เสียงพังประตูกระจกด้านนอกดังเปรี้ยง! ร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในชุดสูทสีดำพร้อมอาวุธครบมือพังทะลวงเข้ามาถึงหน้าห้องทำงาน ทว่าก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทันได้ก้าวเข้ามาประชิดตัว ศิลากลับกระชากม่านทึบแสงปิดกั้นสายตาจากภายนอกในเสี้ยววินาที พร้อมกับคว้าปืนพกสีดำสนิทจากลิ้นชักขึ้นมาปลดล็อกเซפต์ด้วยมือเดียวอย่างคล่องแคล่ว
ดวงตาคมกริบของเขาเหลือบมองประตูที่กำลังถูกกระชากเปิดออก ก่อนจะหันมามองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ยังคงหอบหายใจสะท้าน แล้วริมฝีปากหยักลึกก็ยกยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากอย่างท้าทาย
"อยู่ตรงนี้... แล้วรอดูว่าหมาตัวไหนมันกล้าเข้ามาตายในอาณาจักรของผมบ้าง"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความดาร์กและเร่าร้อนครั้งนี้นะครับ
ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 13
คืนปล่อยใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!