ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 7

ความลับใต้คอนกรีต

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงเหล็กข้ออ้อยขนาดใหญ่ที่หลุดร่วงจากเครนเหนือศีรษะ กระแทกพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กดังกึกก้องสะเทือนไปถึงแก้วหู แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งตรงขึ้นมาตามพื้นรองเท้า สะท้อนความวิกฤตของโครงสร้างที่ไร้ซึ่งความปรานี รินลดาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดถูกแช่แข็งด้วยความตกใจ ขณะที่มวลเหล็กตันหลายท่อนกำลังดิ่งพสุธาลงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ ไม่มีเวลาแม้แต่จะกรีดร้อง ก่อนที่เงาดำมืดของความตายจะทับถมลงมา ร่างสูงใหญ่ของศิลาพุ่งเข้าใส่เธอดั่งพายุหมุน แขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกระชากเอวบางของเธอให้ล้มกลิ้งไปกระแทกกับแนวเสาปูนเปลือย เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของเขากระแทบเข้ากับซอกคอของเธอ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอที่ดุดันจนน่ากลัว ฝุ่นปูนและเศษคอนกรีตกระจายฟุ้งตลบอบอวล ปิดบังทัศนียภาพรอบด้านจนมืดมิด "คุณบ้าหรือเปล่า!" ศิลาคำรามใส่ สีหน้าเคร่งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปーンที่ขมับ แววตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบกลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและประกายความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน รินลดายังคงตัวสั่นเทา หน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากอกแกร่งของเขาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับเหงื่อไคลของผู้ชายอันตรายคนนี้แผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนอกเขาเพื่อระบายความตกใจ "ปล่อยฉัน... ฉันเดินเองได้" "เงียบ!" เขาออกคำสั่งสั้นๆ ห้วน และเด็ดขาด มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวตรึงไว้กับเสาปูน ขณะที่มืออีกข้างบีบเข้าที่คางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสายตาดุดันที่จ้องมองมาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าผมไม่คว้าคุณไว้เมื่อกี้ ป่านนี้คุณกลายเป็นปุ๋ยใต้คอนกรีตพวกนี้ไปแล้ว รินลดา!" ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่าง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความร้อนระอุ ความตึงเครียดจากความเป็นความตายเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดทางกายภาพที่รุนแรงจนน่าอึดอัด แววตาของศิลาไม่ได้มองเธอในฐานะสถาปนิกอีกต่อไป แต่มันคือนัยน์ตาของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ และเขาไม่คิดจะปล่อยให้เธอดิ้นหลุดไปไหนได้ง่ายๆ รินลดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกัดริมฝีปากล่างเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอารมณ์ แต่ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองกลับไปยังคงเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีที่เธอไม่มีวันยอมจำนน "คุณช่วยฉัน... ขอบคุณ แต่เลิกทำตัวเป็นเจ้าชีวิตฉันสักที!" "ผมไม่ได้อยากเป็นเจ้าชีวิตคุณ..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาต่ำ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนขนลุกซู่ "แต่ของที่ผมหมายตาไว้... ผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายมันต่อหน้าต่อตาหรอก แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์" ริมฝีปากหนาประทับจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างอุกอาจและเร่าร้อน รินลดาครางประท้วงในลำคอ แรงปะทะจากสัมผัสที่จาบจ้วงและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของทำให้เข่าของเธอแทบทรุด มือที่เคยถูกตรึงไว้ถูกปล่อยเป็นอิสระ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องยกขึ้นมาโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้เพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายตัวเองไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น ความเร่าร้อนที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของไซต์งานขยายตัวออกไปอย่างไร้การควบคุม ศิลาไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสนี้ตักตวงความหวานจากเรียวปากอิ่มที่เผยอคราง รสจูบของเขาดุดัน ดิบเถื่อน และเรียกร้อง ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับความมืดมิดของเขา รินลดาพยายามขัดขืนด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้เขารุกค้ำเธอหนักหน่วงยิ่งขึ้น มือหนาสอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง สัมผัสความเนียนนุ่มของผิวเนื้อที่สั่นสะท้านภายใต้ฝ่ามือหยาบกร้าน แรงบีบเคล้นหนักหน่วงสะท้อนถึงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บมานาน เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันไปกับเสียงลมที่พัดผ่านโครงสร้างเหล็กเปลือยเปล่า รินลดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อคลื่นเสน่หาที่ซัดสาดเข้ามาอย่างไม่อาจต้านทาน ร่างกายของเธอบิดเร้าเข้าหาความอบอุ่นอันตรายนั้นอย่างลืมตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงเสียงเรียกร้องจากสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ทว่า ในขณะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ท่ามกลางความเงียบงันของชั้นใต้ดินที่ควรจะมีเพียงเสียงลมหายใจของเขากับเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องมาจากมุมอับของเสาเข็มต้นถัดไป ก็ทำลายภวังค์ความเร่าร้อนนั้นลงในพริบตา "คุณศิลาครับ... ทางนี้เจอความผิดปกติบางอย่างที่ฐานรากครับ" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนก้องเข้ามา พร้อมกับเงาร่างที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ศิลาชะงัก เปลือกตาคมกริบลืมขึ้นพร้อมกับประกายตาดุดันที่วาวโรจน์ เขาผละริมฝีปากออกจากซอกคอของหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่สายตายังคงจดจ้องมองรินลดาที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและตื่นตระหนก ศิลาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับรินลดาที่รีบดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยและเบือนหน้าหนีด้วยความหัวใจเต้นระรัว "ว่าไง..." ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ หันไปหากลุ่มลูกน้องที่เดินเข้ามาใกล้ "เอ่อ... คือเราเจอโพรงปริศนาใต้ฐานรากเสาเข็มโซน C ครับท่าน..." ลูกน้องคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงลังเล พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าที่เพิ่งขุดพบขึ้นมาให้ "มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางวิศวกรรม... แต่เหมือนมีใครจงใจฝังบางอย่างไว้ใต้คอนกรีตนี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้างแล้วครับ" ศิลาหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู แววตาคมกริบกวาดมองข้อความด้านในเพียงชั่วครู่ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความลับดำมืดที่รินลดาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาก้มลงมองสถาปนิกสาวที่ยังคงนั่งพิงเสาปูนอยู่บนพื้น ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของเธอ "ลุกขึ้นเถอะ รินลดา... เกมสนุกๆ ใต้คอนกรีตนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้นเอง" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%