เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดในความมืดสลัวของห้องพักชั่วคราวท้ายไซต์งาน ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของผมเหมือนเสียงกระซิบจากซาตาน รินลดาพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด แรงปะทะระหว่างศักดิ์ศรีของสถาปนิกสาวหัวรั้นกับอำนาจเถื่อนที่ไร้การประนีประนอมของผม มันสร้างแรงเสียดทานทางอารมณ์ที่รุนแรงจนแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างให้มอดไหม้
"ปล่อยฉันนะ... อื้อ!"
เสียงท้วงติงของเธอขาดห้วงไปทันที เมื่อริมฝีปากหนาของผมทาบทับลงไปปิดกลีบปากนุ่มที่พยายามต่อต้าน มันไม่ใช่แค่การจูบเพื่อสั่งสอน แต่มันคือการประกาศอาณาเขต รสชาติความหวานปนความดื้อรั้นแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ผมบดขยี้เรียวปากคู่นั้นด้วยความหิวกระหายที่ถูกกดทับมานาน มือข้างหนึ่งที่พันธนาการข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะของเธอด้วยมือเดียวออกแรงรั้งเบาๆ เพื่อไม่ให้เธอขยับหนี ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง สัมผัสกับผิวเนียนนุ่มที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก
รินลดาเบิกตากว้าง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความท้าทายและกร่างใส่ผมในที่ประชุม ตอนนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจของเธอหอบกระชั้น หน้าอกอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย แม้ปากจะยังส่งเสียงประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอ แต่เรียวขาที่พยายามถีบ
ยันกลับเริ่มหมดแรงต้านทาน
ผมผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่ เพื่อปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำด้วยความเคืองโกรธและอารมณ์ที่ปั่นป่วน
"ดื้อนักนะรินลดา..." ผมกระซิบเสียงต่ำพร่า ชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอย่นคอหนีด้วยความสะท้าน "ปากเก่งนัก ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะครับ"
"คุณ... คุณมันคนป่าเถื่อน..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ "คิดว่าใช้อำนาจแบบนี้แล้วฉันจะยอมจำนนหรือไง ฝันไปเถอะ!"
"ปากดีจัง..." ผมหัวנסในลำคออย่างชอบใจ นิ้วเรียวยาวไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหง สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวราวกับนกน้อยในกรงเล็บ "แต่ร่างกายเธอกลับไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ... รู้ไหมว่าตอนนี้มันกำลังบอกอะไรผม"
สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวเนื้อ ทำให้รินลดาถึงกับสะดุ้งเฮือก เธอพยายามบิดตัวหนี แต่พื้นที่จำกัดบนโซฟาตัวยาวไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอหลบหนีไปไหนได้เลย ผมเคลื่อนตัวตามเข้าไปบดBrakeร่างแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงไปทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตึงเครียดในอากาศเปลี่ยนรูปเป็นความเร่าร้อนที่อบอวลและอันตราย
ผมไม่ปล่อยให้เธอมีเวลาตั้งตัว ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบซับตั้งแต่ซอกคอขาวเนียน ไล้เรื่อยลงมายังไหปลาร้าที่ไหวสะท้อน ร่างกายของรินลดาเกร็งกระตุกในทุกจุดที่ริมฝีปากของผมแตะต้อง เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเธออย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่เธอจะรีบเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นมันไว้
"อย่า... อ๊า... ศิลา..."
เสียงเรียกชื่อผมที่หลุดออกมาจากปากเธอมันช่างหวานหูและทรงพลังเสียเหลือเกิน มันเหมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยเติมไฟให้สติที่ควบคุมอยู่แทบขาดผึ่ง มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนมาเป็นโอบกอดรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบแน่น ความร้อนจากร่างกายของพวกเราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านเนื้อผ้าที่บางเบา
รินลดาหลับตาปี๋เมื่อฝ่ามือของผมเริ่มลูบไล้ขึ้นมาสัมผัสกับส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่าง เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนห่อเลือด ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของสถาปนิกสาวยังคงต่อสู้กับแรงดึงดูดทางเพศที่ผมจงใจถักทอขึ้นมาเพื่อครอบครองเธอ แต่ยิ่งเธอฝืนต้านมากเท่าไหร่ ความหวานซ่านที่ได้รับมันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
"ลืมตาสมองสิครับริน... มองหน้าผม" ผมกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด บังคับให้เธอต้องลืมตาขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง
ดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้และแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม มันคือภาพสะท้อนของความขัดแย้งที่งดงามและน่าหลงใหลที่สุดในชีวิตการเป็นวิศวกรของผม
ผมโน้มตัวลงไปประกบจูบเธอลึกล้ำและเร่าร้อนอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการขัดขืน มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว รสจูบที่เปลี่ยนจากการบังคับขู่เข็ญกลายเป็นความยินยอมพร้อมใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในความมืด ความอุ่นร้อนของริมฝีปากและลีลาการสัมผัสที่ค่อยๆ ละเมียดละไม ดึงสติของรินลดาให้หลุดลอยเข้าไปในวังวนแห่งเสน่หาที่ผมเป็นผู้สร้างขึ้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
นิ้วมือเรียวที่เคยพยายามผลักไส เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิร์ตของผมแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวในยามที่ร่างบางเริ่มอ่อนปวกเปียก
บรรยากาศในห้องพักชั่วคราวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความดิบเถื่อนและหอมหวานที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ท่ามกลางเสียงพายุฝนด้านนอกที่เริ่มซัดสาดกระทบหลังคาไซต์งานดังสนั่น แต่ภายในห้องนี้... กลับมีเพียงเสียงหอบหายใจและแรงกระเพื่อมของอารมณ์ที่กำลังทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
ผมผละใบหน้าออกเล็กน้อย มองสำรวจผลงานความตั้งใจของตัวเอง เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน ริมฝีปากบวมเจ่อจากการบด2ขยี้ และดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนา รินลดาหอบหายใจถี่กระชั้น เธอกำลังตกอยู่ในกับดักที่ผมขุดล่อไว้โดยไม่มีทางหนีรอดได้เลย
"คุณมัน... ปีศาจชัดๆ..." เธอพึมพำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลรินผ่านแก้มเนียน
ผมยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มให้อย่างอ่อนโยนสวนทางกับแววตาดุดัน
"ปีศาจตนนี้... จะทำให้คุณลืมผู้ชายทุกคนที่เคยผ่านมาในชีวิตเลยล่ะครับ"
ทันใดนั้นเอง... ก่อนที่ผมจะได้ก้มลงไปมอบสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าห้องพักก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา ตามมาด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของลูกน้องผมที่หน้าประตู
"พี่ศิลาครับ! แย่แล้วครับ! คานเหล็กโซน C เกิดทรุดตัวลงมาตอนพายุเข้าเมื่อกี้ ตอนนี้คนงานติดอยู่ข้างในครับ!"
รินลดาเบิกตากว้าง สติที่เกือบจะหลุดลอยกลับคืนมาทันที เธอดันอกผมออกสุดแรงแล้วลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าอย่างลนลาน ขณะที่ผมขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่สถานการณ์ตรงหน้าทำให้ผมต้องผุดลุกขึ้นคว้าเสื้อแจ็คเก็ตทันที
ผมหันไปมองหน้าสถาปนิกสาวที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความตกใจกับข่าวร้าย ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่อاتปฏิเสธ
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้... เดินตามผมมา เรารusต้องไปดูหน้างานเดี๋ยวนี้!"
...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนงานเขียนของผมด้วยดีเสมอมาครับ
ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 6
พื้นที่อันตราย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!