ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 8

การยอมจำนนชั่วคราว

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นอับชื้นของชั้นใต้ดินและฝุ่นปูนที่คละคลุ้งในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินลดาหอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับเสาคอนกรีตเปลือยเปล่าไร้ซึ่งทางหนี ขณะที่เงาร่างสูงใหญ่ของศิลาทาบทับลงมาจนมิด รังสีความกดดันจากตัวผู้ชายคนนี้แผ่ซ่านราวกับกรงขังที่บีบอัดอากาศในปอดให้เหลือน้อยลงทุกที "ลุกขึ้นเถอะ รินลดา... เกมสนุกๆ ใต้คอนกรีตนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้นเอง" คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ ไม่มีเกม ไม่มีแผนงาน ไม่มีมาตรฐานงานก่อสร้างใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวราวดรัมเบสในความเงียบงัน และแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่พยายามฉีกทึ้งเกราะป้องกันทุกชั้นของเธอให้พังทลายลง รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนา ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหว ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดเริ่มสั่นคลอน เมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างของศิลาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยรับสัมผัสอันจาบจ้วงที่เขาจงใจมอบให้ "ดื้อด้านนักนะ... สถาปนิกคนเก่ง" ศิลาเอמהกระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป้ายข้างแก้มเนียน "เวลาที่เธอทำหน้าพยศแบบนี้ มันน่ารังแกให้ร้องไห้คามือเสียจริงครับ" "คุณศิลา... ปล่อย..." เสียงท้วงติงแห้งผากและไร้เรียี่ยวแรงทันทีที่ริมฝีปากหนาฉกฉวยลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการรุกรานที่ดุดันและเรียกร้อง รินลดาผะผะจะเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามือใหญ่ที่ตรึงท้ายทอยของเธอไว้มั่นกลับไม่อนุญาตให้ถอยหลัง ศิลาบด3ขยี้เรียวปากเธอด้วยความช่ำชอง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดื้อรั้นและกลิ่นบุหรี่จางๆ หลอมรวมกันเป็นความเร่าร้อนที่ทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน มือเล็กที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ความโกรธขึงและอีโก้ที่เคยค้ำคอค่อยๆ มลายหายไปทีละน้อย ภายใต้สัมผัสที่จาบจ้วงแต่หลอมละลายหัวใจ เมื่อเขาผละริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด รินลดากลับเป็นฝ่ายหอบหายใจโยนตัวเข้าหาอกกว้างอย่างคนหมดแรง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านเกินควบคุม ดวงตาสั่นระริกมองเขาด้วยความตัดพ้อปนเคลิบเคลิ้ม "ทำไม... ทำไมคุณถึงชอบเอาชนะฉันนัก" เธอเค้นเสียงถาม ร่างกายแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน "เพราะผมเกลียดความพ่ายแพ้..." ศิลาตอบเสียงพร่าต่ำ สายตาคมกริบไล้เลียไปทั่วใบหน้าหวานที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อบางๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังลำคอระหงและเนินอกไหวสะท้าน "และยิ่งเกลียด... เวลาที่เห็นเธอยืนหยัดทำเป็นเก่งใส่ผม ทั้งที่ข้างในเธอสั่นสะท้านเวลาอยู่ใกล้ผมแทบแย่อยู่แล้ว" มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น แรงบีบที่เอวทำให้เธอต้องแอ่นอกเข้าหาเขาโดยอัตโนมัติ ความเป็นชายที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้าเนื้อหนาทำให้รินลดาต้องหลับตาปี๋ด้วยความวาบหวาม สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เริ่มพร่าเลือนเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนของวิศวกรหนุ่มเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าภายใต้เสื้อสูททำงาน ในค่ำคืนนี้ ใต้ซากคอนกรีตและเหล็กกล้าที่เย็นเยียบ ทั้งคู่ต่างวางอีโก้และกำแพงทิฐิลงโดยปริยาย ศิลาอุ้มร่างบางขึ้นจนขาทั้งสองข้างต้องเกี่ยวตวัดรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ รินลดาอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจก่อนจะใช้สองแขนโอบรอบลำคอแกร่งไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความมืด ศิลาพาเธอก้าวเดินไปยังโซฟาหนังเก่าแก่ประจำห้องพักคนงานชั่วคราว มุมอับสายตาที่ถูกบังด้วยกองแบบแปลนและเสาเข็ม ร่างบางถูกวางลงบนเบาะนุ่มอย่างทะนุถนอม ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะดับลง รินลดารู้ดีว่าเธอกำลังก้าวข้ามเส้นเขตแดนอันตราย เส้นกั้นระหว่างหน้าที่การงานกับความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ไม่มีวันหวนกลับ แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นของศิลากรีดผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณหน้าท้องและลูบไล้เรียวขาเนียนภายใต้กระโปรงทรงแคบ เธอกลับไม่หลงเหลือแรงใจที่จะปฏิเสธอีกต่อไป เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางความมืดสลัว แสงไฟนีออนจากไซต์งานด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระจก เผยให้เห็นเรือนร่างระหงที่สั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่น ศิลาโน้มตัวลงครอบครองริมฝีปากเธอนุ่มนวลขึ้น ทว่าเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเร่าร้อน สัมผัสจากมือหยาบกร้านที่ผ่านงานก่อสร้างมาอย่างโชกโชน ลูบไล้ไปทั่วทุกตาราง inch ของผิวเนื้อเนียนละเอียด สร้างความรู้สึกวับวามแปลกประหลาดจนรินลดาต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน "มองผม... รินลดา" เขากระسิบชิดริมหีบปาก นัยน์ตาสีเข้มดุดันสะท้อนภาพเงาของเธอที่ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ "คืนนี้... ปล่อยให้มันเป็นไปตามสัญชาตญาณเถอะครับ" รสจูบครั้งใหม่ลึกซึ้งและดุดันยิ่งกว่าเดิม ศิลาไม่รอช้าที่จะนำพาเธอดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งความเสน่หาที่ไร้การควบคุม การเคลื่อนไหวผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่ดังระงับ เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากของสถาปนิกสาวเมื่อความสุขสมพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว แรงกระแทกกระทั้นเนิบนาบแต่หนักหน่วงตอกย้ำถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่ศิลามีต่อเธอแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีคำว่าแพ้ ไม่มีคำว่าชนะในเกมนี้ มีเพียงความเร่าร้อนที่แผดเผาทั้งร่างกายและจิตใจ ให้ยอมจำนนต่อกันและกันอย่างไร้เงื่อนไข เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งความพึงพอใจบรรเทาเบาบางลง รินลดานอนหอบสะท้านอยู่บนโซฟาหนังโดยมีร่างหนาของศิลาก่ายเกยและฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อที่ยังคงหลงเหลือความสั่นสะเทิ้น ศิลาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจัดท่านอนให้เธอสบายขึ้น พร้อมกับกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจเธอกระตุกวูบ "เก่งมากครับที่ยอมจำนนแต่โดยดี... แต่จำไว้ว่า พรุ่งนี้เช้า ในที่ประชุม... เธอจะต้องตอบคำถามผมอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว" รินลดาเบิกตากว้างขึ้นทันทีด้วยความตกใจ เมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันคือการเริ่มต้นของบ่วงกรรมอันตรายที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%