ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างในไซต์งานยามวิกาล ดังก้องสะท้อนยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง ประโยคท้าทายที่หลุดออกจากริมฝีปากของรินลดาเมื่อครู่ ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ ราวกับใบมีดคมกริบที่เพิ่งกรีดลงบนเส้นลวดความอดทนซึ่งตึงเครียดจนถึงขีดสุด
ศิลายังคงยืนนิ่ง คมแววตาที่ปกติมักฉายแววดุดันและเย่อหยิ่ง ราวกับถูกกระชากหน้ากากออกในเสี้ยววินาที ความเงียบที่ทอดยาวไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นรอยร้าวลึกที่กำลังปริแตกจากภายใน ผู้ชายที่เคยคุมทุกสถานการณ์ด้วยอำนาจเถื่อนและกฎเกณฑ์อันเด็ดขาด บัดนี้กลับยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด
"คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะ รินลดา"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย ไม่ได้เกรี้ยวกราดอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเปราะบางอันตรายที่สั่นประสาทคนฟังยิ่งกว่าการตะคอก ศิลาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่ามั่นคงราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนพื้นที่รอบตัวเธอดูลีบเล็กลงถนัดตา
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตา เขากลับไม่ได้มองเธอด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าแววตานั้นกลับสะท้อนความเจ็บปวดบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความดิบเถื่อนมาเนิ่นนาน รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากและบาดแผลลึกในจิตใจที่เขาไม่เคยเปิดให้ใครเห็น กำลังถูกสายตาของเธอล่วงล้ำเข้าไปทีละน้อย
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..." เสียงของเธอขาดหายไป เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของชายหนุ่มเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางของเธออย่างแผ่วเบา แรงบีบเพียงเล็กน้อยที่ส่งผ่านมาไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้าย แต่มันคือการยึดเหนี่ยว
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น" ศิลาพึมพำชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "สายตาที่กำลังสงสารผม... มันทำให้ผมอยากทำลายคุณให้แหลกคราบัญชีความอดทนของตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด"
สถาปนิกสาวตัวน้อยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความร้อนรุ่มของร่างกาย—แผ่ซ่านเข้ามาห่อ
ล้อมตัวเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก แรงดึงดูดอันตรายที่เคยผลักไส บัดนี้กลับหมุนวนเข้ามาดึงดูดพวกเขาทั้งคู่เข้าหากันด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล ความโกรธแค้นและการปะทะคารมก่อนหน้านี้ละลายหายไป แทนที่ด้วยความโหยหาดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นจากก้นบึ้งของอารมณ์
รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่าเมื่อเรียวปากหยักลึกของเขาโน้มต่ำลงมาบดเบียดริมฝีปากของเธออย่างไร้การปรานี ความคิดทุกอย่างในหัวก็ดับวูบลงทันที
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่มันคือการระบายความอัดอั้นตันใจ เป็นการเรียกร้องและครอบครอง สัมผัสที่รุกไล่อย่างเอาแต่ใจทำให้รสชาติของความเจ็บปวดและตัณหาผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบรั้งเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ขณะที่อีกข้างสอดเข้าไปในกลุ่มผมสลวย บังคับให้เธอยิ่งต้องแหงนเงยรับรสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้น
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างไม่รู้จักพอ รินลดาครางแผ่วในลำคอ มือเรียวเล็กยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกราวกับเทียนที่ถูกลนด้วยไฟ ความร้อนจากฝ่ามือของศิลาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า ทำให้ผิวเนื้อของเธอสั่นสะท้านด้วยความวาบหวาม
นี่ไม่ใช่แค่เกมแห่งอำนาจ แต่มันคือการยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ภายใน เสียงหอบหายใจหนักหน่วงประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หน้าผากของเขากดแนบชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ
"คุณเห็นมันแล้ว..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดใบหู "ความอ่อนแอที่ผมเกลียดที่สุด... คุณเป็นคนเดียวที่มองเห็นมัน รินลดา"
นิ้วเรียวของเขาไล้ลงมาตามลำคอระหง หยุดอยู่ที่ชีพจรเต้นเร่าใต้ผิวหนัง ก่อนจะออกแรงกดเบาๆ ด้วยความหมายที่ส่อเค้าความเร่าร้อนครั้งใหม่ที่กำลังจะปะทุขึ้น ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะล่องลอยไปสู่ห้วงเสน่หาอันลึกซึ้งเกินกว่าจะหวนกลับ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาทำลายความเงียบงันราวกับเสียงฟ้าผ่า
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณศิลาครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานโซน B แล้วครับ มีคนพบหลักฐานบางอย่าง... ที่พวกคุณกำลังตามหา!"
ศิลาชะงักกึก แววตาที่เคยวับวายด้วยไฟปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในเสี้ยววินาที เขาดึงตัวถอยห่างจากรินลดาอย่างไม่เต็มใจนัก ร่างสูงหันขวับไปจ้องมองประตูห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่รินลดายืนหอบหายใจรดตัวสั่นเทา เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยจากแรงอารมณ์เมื่อครู่
ทว่า... ก่อนที่ศิลาจะทันได้ก้าวเท้าเดินไปเปิดประตู ร่างของคนที่เคาะประตูเมื่อครู่กลับบิดลูกบิดและผลักเข้ามาเองโดยไม่รอคำอนุญาต และเงาร่างที่ปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัวของห้องทำงาน ก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกึกด้วยความตกตะลึง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้นะครับ
ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 19
รอยแผลในใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!