ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 18

ความลวงที่หอมหวาน

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดของห้องทำงานชั้นบนสุดของไซต์งานร้าง เสียงฝนที่สาดซัดกระทบแผ่นสังกะสีด้านนอกดังสนั่นจนกลบเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ รินลดา দাঁড়อยู่ตรงนั้น มือเรียวบีบแฟ้มเอกสารในมือจนยับย่น ดวงตาคู่สวยจ้องมองร่างสูงใหญ่ของศิลาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม แสงไฟสลัวจากด้านนอกสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มมุมปากของเขา—รอยยิ้มที่เธอเกลียดชังแต่กลับทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ได้เห็น *“ของที่มึงตามหา... ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วนะคุณวิศวกร”* ประโยคสุดท้ายจากสายโทรศัพท์ปริศนาดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันช่างไร้ความหมายเมื่อเทียบกับความจริงที่ว่า แปลนก่อสร้างและเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดที่เธียรระMยุดยั้งการทุจริตกำลังนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเขา ศิลาไม่ได้ส่งมันไปไหน... เขาแค่ใช้มันเป็นเหยื่อล่อให้เธอก้าวเข้ามาในกรงขังที่เขาเตรียมไว้ด้วยตัวเอง "คุณเล่นสกปรกศิลา" รินลดาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นระรื่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นจนอกแทบระเบิด "เอาเอกสารนั่นคืนมา แล้วเลิกเล่นเกมประสาทนี่สักที!" ศิลาไม่ตอบในทันที ชายหนุ่มค่อยๆ เคาะนิ้วเรียวยาวลงบนพนักแขนเก้าอี้เป็นจังหวะเชื่องช้า ดวงคมกริบสีเข้มดุจนักล่าจ้องมองเรือนร่างระหงที่สั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม แรงกดดันจากอำนาจเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับกำแพงยักษ์ที่บีบอัดอากาศรอบตัวให้เบาบางลงทุกที "เกมเหรอ..." ศิลาทวนคำ เสียงทุ้มต่ำพS่าลึกจนน่ากลัว "ผมไม่ได้เล่นสนุก รินลดา... ผมแค่กำลังทวงของที่ควรจะเป็นของผมคืนต่างหาก" "ของของคุณ?" เธอย้อนเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินความกล้าทีละน้อยเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเรื่อยๆ "นั่นมันผลงานของทีมสถาปนิก! มันคือชีวิตและความรับผิดชอบของฉัน ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเอามาใช้ต่อรองเรื่องไร้สาระพวกนี้!" ศิลาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงคืบเดียว กลิ่นกายบุรุษผสมกับความเย็นเยียบของสายฝนลอยเข้าปะทะจมูก ร่างสูงก้มหน้าลงมาสบตา ประกายในแววตานั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาดิบเถื่อนที่ปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ทันทีที่เธอทำท่าจะถอยหนี แรงบีบหนักแน่นแต่ไม่ถึงกับเจ็บ ทว่าเด็ดขาดจนไม่อาจขัดขืน "ปล่อยนะ!" "ถ้าผมบอกว่าสิ่งที่ผมอยากได้... ไม่ใช่แค่กระดาษพวกนั้นล่ะ" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียนจนรินลดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง "แต่เป็นตัวคุณ... ตั้งแต่แรกต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่ากลางใจ รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์ซับซ้อนที่สั่นประสาท เธอพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ศิลากลับกระชากร่างเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกบางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มชื้นเหงื่อ "คุณมันบ้า..." เสียงเธอกระซิบแผ่วเบา ยามที่มือใหญ่อีกข้างเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนอย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากที่สั่นเทาแผ่วเบา ราวกับจะสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังปะทุขึ้นในใจของเขาเอง รินลัตดารู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน แม้ศักดิ์ศรีจะกรีดร้องห้ามปราม แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับโหยหาสัมผัสอันตรายนี้อย่างน่าละอาย ศิลาไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนาช้อนท้ายทอยเธอขึ้นรับจูบอันดุดันและเร่าร้อนที่ถาโถมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมด รสจูบในคราแรกหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ ราวกับการลงทัณฑ์ที่เธอรั้นขัดคำสั่งเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เมื่อเรียวปากบางเผยอออกด้วยความตกใจ ลิ้นร้อนจัดก็รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงฝนที่โหมกระหน่ำนอกหน้าต่าง รินลดาครางแผ่วในลำคอ มือเล็กที่เคยทุบตีอกแกร่งเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เมื่อสัมผัสจากมือหนาของศิลาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลังภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ความเร่าร้อนที่เขาถ่ายทอดผ่านสัมผัสทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงความมืดสลัวและกลิ่นอายความเป็นเจ้าของที่โอบล้อมเธอไว้จนดิ้นไม่หลุด ศ.ศิลาถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาลึกล้ำจนน่ากลัว ขณะที่หน้าอกของเขากระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ หน้าผากกว้างแนบชิดกับหน้าผากมนของเธอ เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ "คุณหนีผมไม่พ้นหรอก รินลดา..." เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนอกของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่กลับมาตีตื้นขึ้นอีกครั้ง แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากท้วงติง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางบันไดด้านล่าง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอจากลูกน้องในทีมที่ตามมาสมทบ ศิลาชะงักมือเล็กน้อย ดวงตาดุจเหยี่ยวไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาผละตัวออกห่างเพียงเล็กน้อย แต่ทว่ามือข้างหนึ่งยังคงโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวที่ยังคงหอบหายใจสะท้อน ก่อนที่เขาจะโน้มใบลงกระซิบประโยคสุดท้ายข้างริมหูของเธอในเสี้ยววินาทีก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝีเท้าของคนด้านนอก *"ถ้าพวกมันเข้ามาเห็นคุณในสภาพนี้... คุณคิดว่าชื่อเสียงที่คุณสร้างมาทั้งหมด จะเหลืออะไรบ้างล่ะ?"* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
ความลวงที่หอมหวาน — ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) | yayni