แรงบีบที่ข้อมือซ้ายของรินลดาไม่ได้เป็นเพียงแค่พันธนาการทางกายภาพ แต่มันคือประกาศิตจากซาตานในร่างมนุษย์ที่สลักลงบนเนื้อหนัง ศิลาลากจูงเธอฝ่าความมืดสลัวของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นใต้ดิน ซึ่งกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นฝนปะทะเข้ากับจมูกจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเขาดังก้องกังวานสะท้อนผนังปูนเปลือย ราวกับเสียงกรรเชียงของยมทูตที่กำลังพานางฟ้าตกลงสู่ขุมนรก
เธอพยายามยื้อข้อแขนกลับสุดแรงเกิด ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรง ร่างสูงใหญ่ในชุดช่างก่อสร้างที่เปรอะเปื้อนฝุ่นผงกลับแผ่ซ่านไอความร้อนคุกรุ่นออกมา จนเธอนึกหวั่นเกรงว่าอุณหภูมิรอบตัวกำลังจะแผดเผาให้เธอมอดไหม้
"ปล่อยฉันนะศิลา! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความโกรธปนความตื่นตระหนก แต่ความดุดันของเธอในสายตาเขา ดูคล้ายลูกแมวขู่ฟ่อที่ไร้พิษสง
ศิลาไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่กระชากร่างบางให้พ้นจากมุมอับของเสาเข็ม ก่อนจะเหวี่ยงเธอเข้าไปในห้องทำงานชั่วคราว—ตู้คอนเทนเนอร์ติดแอร์ขนาดสิบฟุตที่ถูกดัดแปลงเป็นกองบัญชาการส่วนตัวของเขา แรงเหวี่ยงทำให้แผ่นหลังของรินลดาชนเข้ากับผนังกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากด้านนอก ก่อนที่ร่างหนาจะก้าวตามเข้ามาติดๆ และใช้ลำตัวกำยำกักขังเธอไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้างที่ยันกับผนัง
ปัง!
เสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างรุนแรงจนกลอนล็อกอัตโนมัติ รินลดาผวาเฮือก แผ่นหลังแนบชิดกับผนังเย็นเฉียบ ขณะที่เบื้องหน้าคือร่างของศิลาที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้ม
"คิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหน... คุณรินลดา" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบสีดำสนิทจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องมองเหยื่อที่หมดทางหนีทีไล่ "ถึงได้กล้าอาจหาญแก้แบบแปลนโครงสร้างโดยไม่บอกผมสักคำ คุณรู้ไหมว่าความสะשלของตึกสิบชั้นที่กำลังจะสร้าง มันเดิมพันด้วยชีวิตคนงานนับร้อย... และอนาคตของผมด้วย!"
"ฉันไม่ได้แก้เพื่อความสะเพร่า!" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหยิ่งทะนงในฐานะสถาปนิกทำให้เธอยังคงรักษาศักดิ์ศรีไว้ได้ "พิมพ์เขียวเดิมมีข้อบกพร่องเรื่องการรับน้ำหนัก ถ้าขืนสร้างต่อตามที่คุณสั่ง มีหวังตึกนี้ถล่มลงมาทับคนงานตายยกไซต์แน่! ในฐานะผู้ออกแบบ ฉันมีสิทธิ์ขาดที่จะแก้ไขเพื่อความปลอดภัย!"
ศิลาหัวנסในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและน่ากลัว รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รินลดาต้องกลั้นหายใจ หลบสายตาคมคลาวนั้นด้วยความอึดอัดที่พุ่งพล่านไปทั่วสรรพang
"ความปลอดภัยงั้นเหรอ?" นิ้วแกร่งข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยกระแสไฟที่ชวนให้สะท้านเฮือก "คุณรู้ไหมว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่า 'มาตรฐาน' ของคุณ มันกำลังทำลายแผนการทั้งหมดของผม... แผนที่ผมใช้เวลาสามปีในการขุดหลุมพรางฝังศพไอ้พวกที่มันพรากครอบครัวผมไป!"
รินลดานิ่งงั้น สมองอื้ออึงกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของวิศวกรหนุ่มเบื้องหน้า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความขัดแย้งทางวิศวกรรม แต่มันมีเรื่องของความแค้นส่วนตัวเข้ามาพัวพันด้วยอย่างนั้นหรือ?
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?" เธอถามเสียงสั่น ลืมความโกรธเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดระแวงและสงสัย
"ไม่ต้องรู้หว่านล้อมอะไรมากหريك... หน้าที่ของคุณคือทำตามคำสั่งของผม" ศิลาเปลี่ยนสรรพนามและท่าที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเผด็จการและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือใหญ่อีกข้างเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ดึงรั้งให้ร่างอรชรแนบชิดติดกับแผงอกกำยำที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ
รินลดาหวีดร้องในลำคอเมื่อรู้ตัวว่าถูกต้อนจนมุม ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทกันจนไร้ช่องว่าง ความร้อนจากกายสาวปะทะเข้ากับความแกร่งกร้าวของชายหนุ่ม สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วไขสันหลัง เธอพยายามดันอกเขาออก แต่แรงมหาศาลนั้นราวกับกำแพงเหล็ก
"ปล่อยนะศิลา! อย่ามาฉวยโอกาสกับฉัน!"
"ฉวยโอกาส?" ศิลาแค่นหัวเราะ ดวงตาคมเข้มพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังขยับเถียงด้วยความเร่าร้อน "ผมยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยต่างหาก... รินลดา คุณลองก้มลงมองมือตัวเองสิว่ามันสั่นแค่ไหนตอนที่อยู่ใกล้ผม"
เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ใช่... เธอกำลังสั่น ไม่ใช่เพราะความกลัวอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนและกลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา มันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างในตัวเธอให้ตื่นขึ้นมาอย่างน่าละอาย
ศิลาโน้มใบหน้าลงต่ำ กระซิบชิดริมใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ "จำกฎข้อแรกของผมไว้ให้ดี... ในไซต์งานนี้ ไม่มีสถาปนิก ไม่มีวิศวกร มีแต่ 'คนของผม' หรือไม่ก็... 'เหยื่อของผม' เท่านั้น"
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้รินลดาขนลุกซู่ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่มือใหญ่อีกข้างของเขาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาตามแนวสันหลัง ขยับเข้าหาแผ่นหลังบอบบางภายใต้เสื้อเชิ้ตทำงานอย่างอุกอาจ แรงดึงดูดระหว่างพวกเขากำลังระเบิดออกราวกับดินปืนที่โดนประกายไฟ
ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนสนิทของเขา
"พี่ศิลาครับ! แย่แล้วครับ... ทางเขตส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพื้นที่กะทันหัน ตอนนี้กำลังเดินตรวจดูโครงสร้างชั้นใต้ดินแล้วครับ!"
ศิลาชะงัก ร่างกายที่กำลังโน้มเข้าหาหญิงสาวหยุดนิ่งทันที ดวงตาคมกริบละจากใบหน้าหวานของรินลดา หันไปมองที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์ด้วยแววตาดุดันที่ลุกโชนไปด้วยโทสะระลอกใหม่
รินลดาอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นดันอกเขาออกสุดแรง พร้อมกับหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอด แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวถอยหลังหนี ศิลากลับคว้าข้อมือเธอไว้ตึงมืออีกครั้ง พร้อมกับกระซิบคำสั่งสุดท้ายที่เฉียบขาดบาดลึกเข้าขั้วหัวใจ
"อย่าเพิ่งไปไหน... อยู่ตรงนี้ รอจนกว่าผมจะจัดการเรื่องข้างนอกเสร็จ แล้วเราค่อยมาสะสาง 'บัญชีลับ' ของเราต่อให้จบ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุมไซต์
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!