ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge)•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนพิมพ์เขียว

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงฝ่ามือกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงาส่งผลให้เครื่องฉายโปรเจกเตอร์สั่นไหว แผนผังโครงสร้างของอาคาร 'เดอะ โมโนลิธ' ที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจอเบื้องหน้าบิดเบี้ยวไปตามแรงสั่นสะเทือน รินลดายืนตัวตรงหลังเหยียดตึง ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสายตาไม่ลดละ ศิลาไม่ได้โกรธ... อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่คนในห้องประชุมสิบกว่าชีวิตเข้าใจ แต่รินลดาที่นั่งทำงานใกล้ชิดกับเขามาสามเดือนรู้ดีว่า ความเงียบของเขานี่แหละคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด "ถ้าเราลดเกรดวัสดุฐานรากตามที่คุณต้องการ โครงสร้างตึกนี้จะกลายเป็นเพียงหอคอยแห่งความตายครับ คุณศิลา" น้ำเสียงของรินลดาสั่นเล็กน้อย แต่หนักแน่นด้วยความตั้งใจ "ในฐานะสถาปนิกที่ลงลายเซ็นกำกับ ดิฉันไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงสเปกนี้" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับถูกสูบอากาศออกไปจนหมด ศิลาค่อยๆ ประสานมือหนาหนาแน่นเข้าหากัน เขาสวมสูทสีเทาเข้มที่ดูไร้รอยยับ บนนิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนเงินสลักตราตระกูลที่ดูดิบเถื่อนผิดกับภาพลักษณ์นักธุรกิจที่เขาสร้างขึ้น เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง แววตาคมกริบดุจสัตว์ป่าที่กำลังจับจ้องเหยื่อเลื่อนมาสบตาหญิงสาว "รินลดา..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบ "งานของผมไม่ใช่การสร้างอนุสาวรีย์แห่งความปลอดภัย แต่มันคือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์บนความเสี่ยงที่คำนวณไว้ดีแล้ว คุณคิดว่าใบปริญญาหรือศักดิ์ศรีของคุณมันมีค่าเท่าไหร่เมื่อเทียบกับกำหนดการส่งมอบที่ล่าช้าไปหนึ่งสัปดาห์ของผม?" "ศักดิ์ศรีของดิฉันไม่ได้มีไว้ขาย และชีวิตของคนที่อยู่ในตึกนี้ก็ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชีของคุณ" เธอโต้กลับทันควัน ไม่สนใจสายตาหวาดหวั่นของเหล่าวิศวกรและที่ปรึกษาคนอื่นๆ ในห้อง ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงถึงความใจดี แต่มันคือการเหยียดหยามที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูก เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลเมื่อเขาเดินอ้อมโต๊ะไม้มาหยุดยืนเบื้องหลังหญิงสาว กลิ่นกายบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนและบุหรี่ราคาแพงของเขาโชยเข้าจมูกของเธอ จนรินลดาต้องกลั้นหายใจ มือหนาข้างหนึ่งวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอ ส่วนอีกข้างค่อยๆ เชยคางมนขึ้นอย่างถือดี นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยที่ข้างแก้มเนียนเบาๆ ทว่าน้ำหนักนั้นกลับสื่อถึงอำนาจที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน "ความดื้อรั้นเป็นเสน่ห์ที่น่ามอง... แต่มันมักจะมีจุดจบที่สวยงามน้อยเสมอ" เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำจนเกือบจะเป็นเสียงคำรามในลำคอ "คุณกล้าท้าทายผมต่อหน้าคนนับสิบ เพราะมั่นใจว่าผมจะไว้หน้าคุณใช่ไหม?" "ดิฉันไม่ได้ท้าทายเรื่องส่วนตัว แต่ดิฉันกำลังปกป้องมาตรฐานงาน" รินลดาพยายามเบือนหน้าหนี แต่แรงบีบที่คางนั้นมั่นคงราวกับเหล็กกล้า "มาตรฐานงานเหรอ?" เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินบนต้นคอเธอ "งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมว่า มาตรฐานของคุณจะทนทานต่อวิธีจัดการปัญหาของผมได้สักกี่น้ำ" ศิลาหันไปพยักหน้าให้เลขาส่วนตัว "เลิกประชุมได้ ส่วนคุณรินลดา... ตามผมมาที่ห้องทำงาน เดี๋ยวนี้" เขาก้าวเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้รินลดายืนตัวสั่นด้วยความโกรธปนความประหม่าที่ยากจะอธิบาย เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องงานอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการประกาศสงครามที่เธออาจจะต้องจ่ายด้วยสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ รินลดาตัดสินใจก้าวตามเขาไปโดยไม่สนสายตาใคร เธอผลักประตูห้องทำงานหรูหราเข้าไปเพียงเพื่อพบว่าศิลากำลังยืนหันหลังให้ โดยที่เขากำลังปลดเนกไทออกอย่างใจเย็น เมื่อประตูถูกปิดลง เสียงล็อกกลอนอัตโนมัติก็ดังขึ้นจนใจเธอเต้นรัวเหมือนกลอง เขากลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง แววตาคู่นั้นเปลี่ยนไปราวกับคนละคน มันวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนาที่เขาไม่คิดจะซ่อนเร้นอีกต่อไป "อย่าได้คิดว่าจะเดินออกจากห้องนี้ไปโดยที่ยังไม่ได้ทำความเข้าใจเรื่อง 'ข้อตกลง' ของเราใหม่" เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พลางก้าวเข้ามาประชิดจนรินลดาต้องถอยกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความเย็นของผิวไม้ ขณะที่อุณหภูมิร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาใกล้ ศิลาใช้ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างกักตัวเธอไว้ในวงล้อมของเขา เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอในทันที แต่สายตานั้นโลมเลียไปทั่วใบหน้าและลำคอระหง ทำให้รินลด้ารู้สึกเสมือนถูกกระชากเสื้อผ้าออกจนหมดสิ้น ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านในช่องท้อง "คุณต้องการอะไรกันแน่?" เธอถาม เสียงที่พยายามให้มั่นคงกลับพร่าสั่น เขาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งสันแทบจะแตะกับปลายจมูกของเธอ กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของเธอทำให้สติของชายหนุ่มเริ่มหลุดลอย เขาขยับตัวเข้ามาจนหน้าอกแกร่งเบียดชิดกับส่วนนิ่มนวลของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานที่แนบเนื้อ ความแข็งแกร่งของเขาปะทะเข้ากับความนุ่มหยุ่นจนรินลดาเผลอหลุดเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ "สิ่งที่ผมต้องการ..." เขาเน้นเสียงช้าๆ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางของเธอที่สั่นระริก "คือการทำให้คุณจำไว้ว่า ในเขตรั้วของผม... ไม่มีใครมีสิทธิ์ขัดคำสั่งผม แม้แต่สถาปนิกที่เย่อหยิ่งที่สุดอย่างคุณ" ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของศิลาก็ดังแทรกความเงียบงันขึ้นมา เขาชะงักไปเล็กน้อยแต่ไม่ยอมถอยห่างจากรินลดา สายตาเขายังคงตรึงอยู่ที่เธอขณะที่เขากดรับสายด้วยมือเดียว โดยไม่ละสายตาจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว "ว่าไง..." เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินปลายสายรายงานบางอย่าง ดวงตาที่ดุดันของเขาหรี่ลงเป็นเส้นตรง "อะไรนะ? พังลงมาแล้วเหรอ? ใครเป็นคนสั่งการ?!" รินลดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นแววตาสั่นไหวเพียงชั่ววูบของชายที่ดูเหมือนจะคุมทุกอย่างไว้ในมือ เขากดวางสายแรงๆ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำจนน่าขนลุก "ดูเหมือนว่ารอยร้าวบนพิมพ์เขียวที่คุณกังวล... มันจะกลายเป็นความจริงก่อนที่เราจะได้ตกลงกันเสียอีก" เขาพึมพำ ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงที่มากกว่าเดิมหลายเท่า "ไปกับผม เดี๋ยวนี้! งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินแล้ว... แต่มันคือการล้างแค้น!" ภูริศร์หวังว่าเนื้อหาในตอนเปิดฉากนี้จะทำให้คุณรี้ดเดอร์ทุกท่านรู้สึกถึงแรงปะทะที่สั่นประสาทและอยากติดตามเรื่องราวของศิลาและรินลดาต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามเส้นเขตแดน (Beyond the Cruel Edge) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%