ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับศิษย์ดื้อผู้กุมความลับแห่งจักรวาล•ตอนที่ 4

เงาที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของหมึกเวทมนตร์ชนิดเข้มข้นที่ระเหยกลายเป็นไอสีเทาจางๆ ลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า กลิ่นนี้ไม่ควรปรากฏขึ้นในห้องพักส่วนตัวของอาจารย์ผู้สอนวิชาตรรกะเวท เซเรสหยุดปลายนิ้วที่กำลังจะจรดปากกาขนนกบนกระดาษหนังแก้ว ดวงตาสสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองไปรอบห้องทำงานอันเงียบสงบ ชั้นหนังสือไม้มะฮอกกานี โต๊ะทำงานระเกะระกะด้วยตำราโบราณ และหน้าต่างบานสูงที่ปิดสนิท ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยตามวิสัยของเขา ทว่า ประสาทสัมผัสที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนกลับร่ำร้องเตือนภัย เส้นใยมานาสีครามบางเบาที่ตาเปล่ามองไม่เห็น กำลังสั่นระริกราวกับสายพิณที่ถูกดีดด้วยปลายนิ้วของใครบางคน "อาจารย์คะ... คือว่า ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจจะทำมันหกจริงๆ นะคะ" เสียงใสแจ๋วแต่เจือความร้อนรนดังขึ้นที่มุมห้อง ลูคัส เด็กหนุ่มปีหนึ่งเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงกำลังยืนกุมมืออยู่หน้าชั้นวางตำราพิธีกรรม ในมือถือขวดแก้วบรรจุของเหลวสีมรกตที่กำลังเรืองแสงริบหรี่ เด็กหนุ่มทำหน้าสำนึกผิดครึ่งหนึ่ง หวาดระแวงอีกครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตช้อนมองเขาอย่างออดอ้อนตามสไตล์ศิษย์ตัวแสบที่มักจะหาเรื่องปวดหัวมาให้ได้ทุกวี่ทุกวัน เซเรสถอนหายใจยาวนานอย่างนึกระอา เขาละสายตาจากกลิ่นอายเวทมนตร์ปริศนาชั่วขณะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือแววคาดคั้น "ลูคัส บอกฉันทีว่าสิ่งที่เธอถืออยู่ตอนนี้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวงเวทสะกดรอยที่ฉันเพิ่งกวาดล้างไปเมื่อวานนี้" "โถ่ อาจารย์ครับ... เอ๊ย! อาจารย์คะ!" ลูคัสสะดุ้งรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของผู้เป็นอาจารย์ "ข้าพเจ้าหมายถึง... มันเป็นแค่น้ำยาเร่งการเจริญเติบโตของมอสส์เรืองแสงต่างหากเล่า ข้าพเจ้าแค่... อยากจะเอามาประดับโต๊ะทำงานให้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างเท่านั้นเองค่ะ" เซเรสไม่ตอบคำถามทันที เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทีสง่างาม ร่างสูงในชุดคลุมศาสตราจารย์สีดำสนิทก้าวเท้าเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มทีละน้อย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องทำงานดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัน กลิ่นอายเวทมนตร์แปลกปลอมที่เขาจับสัมผัสได้เมื่อครู่ ไม่ใช่กลิ่นของน้ำยามอสส์เรืองแสงราคาถูกแน่นอน มันมีความซับซ้อน มืดมน และเจือกลิ่นอายของอักษรีกาลานที่สูญหายไปนานนับร้อยปี "มอสส์เรืองแสงงั้นหรือ..." เซเรสหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่ม ก้มมองขวดแก้วในมือของลูคัสอย่างพิจารณา "แต่กลิ่นที่ลอยอยู่ในห้องนี้ มันคือ 'ไอหมอกแห่งฮัคซิล' สารละลายเวทที่ใช้สำหรับอ่านรอยจารึกที่ถูกลบเลือนด้วยมนตราอำพราง ลูคัส... เธอกำลังพยายามซ่อนอะไรไว้จากฉันกันแน่" ลูคัสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รอยยิ้มแห้งๆ ปรากฏบนใบหน้าอ่อนเยาว์ "อาจารย์ก็... ช่างสังเกตเกินไปแล้วนะคะ ข้าพเจ้าจะเป็นคนแบบนั้นได้อย่างไรกัน ข้าพเจ้าก็แค่นักเรียนใสซื่อคนหนึ่ง..." "นักเรียนใสซื่อที่บังเอิญมีพลังวิญญาณรั่วไหลระดับห้าดาว และบังเอิญมาอยู่ผิดที่ผิดเวลาในคืนที่หอสมุดต้องห้ามถูกบุกรุก" เซเรสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดยาวด้วยตรรกะที่ยากจะหาข้อโต้แย้ง "และตอนนี้ เธอยังมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าชั้นตำราพิธีกรรมโบราณในห้องพักของฉันอีก" ก่อนที่ลูคัสจะได้หาข้อแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อน ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณห็ภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟจากตะเกียงเวทมนตร์บนโต๊ะทำงานกะพริบไหวรุนแรงก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมเขียว เส้นใยมานาสีครามที่เซเรสสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ ไม่ได้สั่นระริกอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังพุ่งพล่านและขยายตัวราวกับมีชีวิต! "อาจารย์คะ..." เสียงของลูคัสขาดหายไปในลำคอ สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างแท้จริง ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างเมื่อมองข้ามไหล่ของเซเรสไปที่ผนังห้องด้านหลัง เซเรสไม่รอช้า เขาหันขวับกลับไปมองทันที พร้อมกับสะบัดข้อมือเรียกดาบคาตานะเวทมนตร์สีเงินยวงออกจากห้วงมิติย่อย พลังมานาเข้มข้นถูกอัดฉีดเข้าสู่ปลายนิ้วเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น บนผนังห้องไม้มะฮอกกานีที่ว่างเปล่า บัดนี้กลับปรากฏรอยแยกของมิติสีดำสนิท ไอหมอกสีเทาพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับอักษรโบราณนับร้อยตัวที่สลักลึกลงไปในเนื้อไม้ รอยจารึกเหล่านั้นไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึก แต่มันถูกกรีดด้วยคมมีดแห่งกาลเวลา และข้อความที่ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษรอย่างช้าๆ ด้วยแรงอาคมอันทรงพลัง ก็ทำให้ลมหายใจของศาสตราจารย์หนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับสะดุดกุน *‘ผู้ขัดขวางโชคชะตา เจ้าได้ก้าวล้ำเข้ามาในเขตแดนต้องห้าม จงระวังเงาที่ยืนอยู่เบื้องหลังเจ้า...’* ยังไม่ทันที่เซเรสจะได้วิเคราะห์ข้อความปริศนานั้น เสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ก็ดังขึ้นชิดใบหูของเขาโดยที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือนของฝ่าเท้า "พบตัวเสียที... ผู้สืบทอดแห่งศาสตราจารย์ผู้ร่วงหล่น" เซเรสเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น เขาเหวี่ยงดาบในมือกลับหลังทันทีด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อหวังจะฟันร่างของผู้ที่ลอบเข้ามาประชิดตัว ทว่า ปลายดาบกลับปะทะเข้ากับความว่างเปล่า ร่างของใครคนนั้นสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิทก่อนจะรวมตัวใหม่อย่างรวดเร็วที่กลางห้อง และในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างบานสูงที่ปิดสนิทก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษกระจกใสกระจายเกลื่อนพื้น ท่ามกลางแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องเข้ามา เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกสวมทับด้วยหน้ากากโลหะรูปจันทร์เสี้ยวบิดเบี้ยว กำลังยืนตระหง่านอยู่บนขอบหน้าต่าง ดวงตาสีแดงฉานภายใต้หน้ากากจ้องมองมาที่เซเรสและลูคัสด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนที่ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานจะปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเซเรสอย่างกะทันหัน พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภัยคุกคามระดับ SSS - "ผู้ล่าแห่งสภาคณาจารย์เงา" ปรากฏตัว]** **[ภารกิจฉุกเฉินถูกบังคับใช้: เอาชีวิตรอดจากการลอบสังหารภายใน 3 นาที และเปิดโปงตัวจริงของหนอนบ่อนไส้ในสถาบัน มิฉะนั้น บทลงโทษคือการถูกลบความทรงจำและขับไล่ออกจากมิติเวทมนตร์ถาวร!]** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปกับปริศนานี้ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับศิษย์ดื้อผู้กุมความลับแห่งจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%