“บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้วาฬ! นายกล้าดียังไงถึงมาโผล่อยู่ที่ระเบียงห้องฉันตอนตีสองครึ่งเนี่ย!”
พีทหวีดร้องลั่นพร้อมกับกระชากผ้าม่านสีครีมให้เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ ที่กำลังยืนพิงราวระเบียงห้องพักชั้นสี่อย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่เสมอกำลังส่งยิ้มพินิจพิจารณามาให้ เขายกมือขึ้นทัดผมที่ปรกลู่หน้าผากเบาๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน
“ก็บอกแล้วไงคะว่าถ้าไม่ยอมลงไปเปิดประตูให้ดีๆ... พี่ก็ต้องใช้วิธีนี้น่ะสิ หรือว่าน้องพีทอยากให้ปีนเข้ามาจริงๆ หื้ม? หน้าต่างบานนั้นไม่ได้ล็อกด้วยนะ ลองเช็กดูไหมล่ะคะคนเก่ง”
วาฬเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววหยอกเย้า ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกลับพราวระยับจนคนฟังอย่างพีทต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวที่เริ่มเห่อแดงขึ้นมาดื้อๆ ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อตัดต่อพันธุกรรมให้เป็นภัยต่อระบบประสาทสัมผัสของเขาโดยเฉพาะเลยหรือไงนะ ทำไมใจถึงต้องเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงทุบกระจกเบาๆ เมื่อครู่ด้วยเล่า!
“โรคจิต! นายมันพวกโรคจิตสโตกเกอร์ชัดๆ! ระเบียงนี่มันเชื่อมกันแค่กั้นด้วยระแนงไม้เตี้ยๆ นะเว้ย ถ้านายตกลงไปหัวฟาดพื้นตายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบไม่ทราบ!” พีทบ่นอุบอิบ พยายามทำเป็นกอดอกตีสีหน้าดุใส่ แต่ปลายนิ้วที่กำชายเสื้อยืดของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่กลับฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังประหม่าสุดขีด
“เป็นห่วงพี่เหรอคะ?” วาฬเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับก้าวเข้ามาใกล้กระจกบานเลื่อนอีกนิดจนระยะห่างเหลือเพียงแค่แผ่นกระจกใสกั้นกลาง “น่ารักจัง... พูดคำว่า ‘พี่วาฬขา หนูเป็นห่วงนะ’ ให้ฟังหน่อยสิคะ แล้วเดี๋ยวพี่จะยอมปีนกลับห้องตัวเองแต่โดยดีเลย”
“เพ้อเจ้ออะไรเล่า! กลับห้องไปเลยนะ ไม่งั้นฉันจะสาดน้ำร้อนใส่จริงๆ ด้วย!” พีทแยกเขี้ยวขู่ฟอดๆ ยกมือขึ้นทำท่าเหมือนจะคว้าแก้วกาแฟบนโต๊ะทำงานมาขู่ ทั้งที่ความจริงในแก้วนั้นมีแต่น้ำเปล่าตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว
แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมที่ระเบียงจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูวางอยู่บนหัวเตียงของพีทก็แผדเสียงแหลมสูงพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนรัวๆ จนหน้าจอเรืองแสงวาบ กลุ่มไลน์ที่ชื่อว่า *‘แก๊งชะนีน้อยร้อยลีลา’* กำลังรัวข้อความเข้ามาถล่มทลายราวกับนัดกันมาปล้นธนาคาร
*(แชตในกลุ่มไลน์)*
**มินนี่ตัวแม่:** @Pete_Official มึง! อีพีท! มึงตื่นยังแม่!
**โบ๊ทปากแจ๋ว:** ด่วนค่ะซิส! ด่วนแบบไฟลุกท่วมตึกนิเทศ!
**มินนี่ตัวแม่:** คือแบบ... อาจารย์สมศรีแกเพิ่งประกาศรายชื่อโปรเจกต์กลุ่มวิชาสื่อผสมเชิงสร้างสรรค์เมื่อกี้ในอีเมลกลุ่มใหญ่!
**พีทสุดหล่อ:** อะไรของพวก Mึงเนี่ย คนจะนอน! 😤
**โบ๊ทปากแจ๋ว:** นอนพ่อง! มึงรีบเปิดดูรายชื่อคู่บัดดี้มึงด่วนค่ะคุณพส. แล้วมึงจะรู้ว่าสวรรค์หรือนรกกำลังเล่นตลกกับชีวิตมึงอยู่!
**มินนี่ตัวแม่:** กรี๊ดดดดด! นั่งทางในแป๊บ... ได้ข่าวว่าคนพี่เขาเป็นคนเสนอชื่อขอจับคู่กับน้องรหัสตัวเองแบบเจาะจงด้วยนะแกรรร งานนี้หวานเจี๊ยบ ยัยน้องพีทเตรียมตัวโดนกลืนลงท้องได้เลยค่ะ!
พีทขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดแอปพลิเคชันมหาวิทยาลัยและไฟล์ PDF ประกาศรายชื่อกลุ่มโปรเจกต์ที่อาจารย์ส่งมาให้อย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตไล่สายตาอ่านลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งสะดุดเข้ากับบรรทัดรองสุดท้าย...
*กลุ่มที่ 12:*
*นายพีรพล (พีท) – นิเทศศาสตร์ ปี 1*
*นายวทัญญู (วาฬ) – วิศวกรรมศาสตร์ ปี 3*
*หมายเหตุพิเศษ:* (กรณีพิเศษตามคำร้องขอของนิสิต เนื่องจากมีความจำเป็นด้านการบูรณาการข้ามคณะ)
สมองของพีทขาวโพลนไปชั่วขณะ ข้อความในหน้าจอโทรศัพท์สะท้อนเข้าตาจนตัวหนังสือแทบจะรวมร่างกันเป็นคำว่า *‘เสร็จแน่ไอ้พีท’* ตัวโตๆ พีทค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ช้าๆ หันกลับไปมองที่ระเบียงกระจกอีกครั้ง
ร่างสูงของรุ่นพี่ปีสามยังคงยืนอยู่ที่เดิม ใบหล่อเหลานั้นระบายยิ้มกว้างกว่าเดิมเสียอีก ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ปิดไม่มิด วาฬยกสมาร์ทโฟนในมือขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่กระจกสองทีเชิงสัญลักษณ์ ก่อนที่หน้าจอโทรศัพท์ของพีทจะสั่นเตือนสายเรียกเข้าจากชื่อที่คุ้นเคย
*‘พี่วาฬไมโครเวฟเดินได้’*
พีทสูดหายใจเข้าลึกๆ กดรับสายแล้วกรอกเสียงใส่ทันทีด้วยความหงุดหงิดระคนเขินอายที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก “นาย... นายรู้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะไอ้พี่วาฬ! นายไปบังคับอะไรอาจารย์สมศรีวะ ถึงได้ชื่อมาคู่กับฉันได้เนี่ย!”
เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มดังลอดออกมาจากปลายสาย ชัดเจนเสียจนเหมือนเจ้าตัวมายืนกระซิบข้างใบหู
“ก็คนมันอยากทำงานร่วมกับ *‘บัดดี้คนโปรด’* นี่คะ... ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เตรียมตัวมานั่งทำโปรเจกต์ที่ห้องพี่ได้เลยนะเด็กดี พี่เตรียมชาพีชหวานน้อยไว้รอเสิร์ฟเพียบเลย... หรือถ้าไม่อยากดื่มชาพีช จะเปลี่ยนใจมาดื่มอย่างอื่นแทน พี่ก็ไม่ว่าหรอกนะคะ หื้ม?”
พีทรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก ปากก็อ้าพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็หาคำพูดมาโต้แย้งไม่ได้เลยสักคำ
ไอ้รุ่นพี่บ้าเอ๊ย! แบบนี้มันตั้งใจจะแกล้งกันให้ตายไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหมเล่า!
...
แสงแดดอ่อนๆ ยามสายของวันรุ่งขึ้นสาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นโทนสีเทาโมเดิร์น กลิ่นหอมกรุ่นของชาพีชรสละมุนลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับเสียงบรรเลงเปียโนเบาๆ ที่เปิดคลอเคลียสร้างบรรยากาศชวนฝัน แต่คนนั่งหน้ามุ้ยอยู่บนโซฟาตัวนุ่มกลับไม่ได้รู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศนั้นเลยสักนิด
“เลิกมองหน้าฉันสักทีได้ไหมเล่า! ทำงานสิฟะนายวิศวะ ไม่ใช่มานั่งจ้องหน้าฉันเป็นอาหารตาแบบนี้!”
พีทโวยวายลั่น พยายามดันแฟ้มเอกสารโครงงานโปรเจกต์ชิ้นโตไปตรงหน้าคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม วาฬหัวเราะในลำคอเบาๆ วางปากกาในมือลงแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มใสของอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว
“ก็คนมันตั้งใจทำงานอยู่นี่ไงคะ... แต่สายตาของพี่มันดันเผลอโฟกัสผิดจุดไปหน่อย” วาฬเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคู่คมมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว “ใครใช้ให้น้องพีททำหน้าหงุดหงิดแล้วน่ารักขนาดนี้เล่าคะ หืม... อยากโดนทำโทษเหรอ?”
“ใครจะไปอยากโดน... อื้อ!”
ยังไม่ทันที่พีทจะเถียงจบ วาฬก็ฉวยโอกาสเอื้อมมือมาหยิกแก้มย้วยๆ ของรุ่นน้องตัวแสบเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างรวดเร็วก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของแก๊งเพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือวิสาสะบุกเข้ามาอย่างไร้มารยาท
“กรี๊ดดดดดด! กูบอกแล้วไงว่าพวกมันต้องอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องนี้!” มินนี่กรี๊ดกร๊าดเสียงดังลั่น พรางยกมือถือขึ้นมาทำท่าเหมือนจะกดถ่ายรูปัวละยะ “โอ๊ยคุณพระคุณเจ้า! เคมีคู่นี้มันทะลุจอทะลุตึกนิเทศไปถึงไหนต่อไหนแล้วแม่จ๋า! น้องพีทหน้าแดงแจ๋เลยอ่ะแกรรร เขินพี่เขาจนตัวจะแตกอยู่แล้วมั้งนั่น!”
“ไหนวะ ไหนความเกรี้ยวกราดของอีพีทที่พวกมึงเล่าให้ฟัง?” โบ๊ททำหน้าทะเล้น เดินเข้ามาหยิบแก้วชาพีชบนโต๊ะขึ้นมาจิบหน้าตาเฉย “โห... มีความชงชาพีชหวานน้อยให้กันด้วยค่ะซิส แบบนี้เขาเรียกว่าจีบหรือเรียกว่าขอแต่งงานเลยดีวะเนี่ย? อ๋อย อิจฉาคนมีความรักเว้ยเฮ้ย!”
“พวกแกสองคนนี่นะ! ออกไปเลยนะเว้ย! ใครอนุญาตให้บุกเข้ามาห้องคนอื่นเขามิทราบ!” พีทลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงจัดลามไปถึงต้นคอด้วยความอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี หันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่ยืนหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน
ทว่าในจังหวะที่พีทกำลังชุลมุนวุ่นวายกับการไล่เพื่อนออกไปจากห้องนั้นเอง วาฬก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ มือหนาเอื้อมมาโอบรอบเอวบางไว้หลวมๆ เพื่อกันไม่ให้เจ้าตัวถอยหนี ก่อนจะโน้มใบลงมาใกล้ใบหูขาวสะอาด กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ปล่อยให้เพื่อนแซวไปสิคะ... หรือว่าน้องพีทเขินที่พี่ทำแบบนี้จริงๆ หื้ม?”
หัวใจของพีทกระตุกวูบ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือที่โอบเอวทำให้สติที่มีอยู่กระเจิดกระเจิงไปหมด ปลายจมูกโด่งของคนพี่เฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนขนลุกซู่ พีทอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวนี้
และในวินาทีที่พีทกำลังจะหันไปโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอุ่นในอกนั้นเอง นิ้วเรียวของวาฬก็กดหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เปิดค้างหน้าต่างแชตส่วนตัวของเขากับพีทไว้ ส่งข้อความบางอย่างออกไปโดยที่เจ้าของเครื่องยังไม่ทันได้ห้ามปราม
*(แชตส่วนตัว)*
**วาฬ:** พี่ชอบเรานะพีท... ชอบมานานแล้วด้วย สนใจมาเป็นแฟนกับพี่ไหมคะ?
หน้าจอโทรศัพท์สั่นเตือนเสียงดังหรี่ พีทก้มมองข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมาในแอปพลิเคชันต่อหน้าต่อตาเพื่อนสนิททั้งสองคนที่ยืนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน
วาฬกดส่งข้อความสารภาพรักออกไปแล้ว... แถมยังกดปุ่มยกเลิกข้อความไม่ทันเพราะมือหนาดันล็อกหน้าจอและโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาเรียบร้อยแล้วด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ!
พีทเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าคนเจ้าเล่ห์ที่ส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดแซวสนั่นห้องของแก๊งเพื่อนสนิทที่ดังลั่นทะลุเพดาน!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานให้ 'ชาพีชหวานน้อย' นะคะ)*
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที•ตอนที่ 24
กิจกรรมกลุ่มที่โครตจิ้น
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!