“บอกแล้วไงคะว่าถ้าจะให้ช่วยตัดต่อทีเซอร์งานคณะ ฉันไม่ควรมานั่งเบียดอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันกับรุ่นพี่!”
เสียงโวยวายของพีทดังแว้ดขึ้นมาทันที เมื่อร่างโปร่งถูกวงแขนแกร่งของวาฬรวบเอวเอวบางเข้าไปชิดติดอกแบบไม่ได้ตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดเย็นสบายเฉพาะตัวของคนตัวโตกว่าลอยเข้าแตะจมูก จนเด็กปีหนึ่งอย่างพีทต้องยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายพัลวัน หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนพี่จะได้ยินเสียงมันเข้าจริงๆ
“ก็โซฟาห้องฉันมันตัวแค่นี้เองค่ะน้องพีท หรือหนูอยากจะลงไปนั่งกับพื้นเย็นๆ ล่ะ หืม?” วาฬเลิกคิ้วกวนประสาท ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนถูกแกล้งอยากจะหยิกแขนสักทีสองที
“แคบอะไรล่ะคะ! โซฟาตั้งยาวเป็นวา พี่ตั้งใจขยับมาเบียดเองต่างหาก เลิกฉวยโอกาสสักทีได้ไหมคะ ไมโครเวฟเดินได้!”
พีทบ่นอุบอิบ ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่ต้องพยายามแต่งแต้มเครื่องสำอาง ยิ่งเวลาที่วาฬส่งยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำเวลาแกล้งเขาสำเร็จ มันยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องพักโทนสีโมเดิร์นอบอุ่นแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายสีชมพูจางๆ ที่อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยเสียเหลือเกิน
รอบตัวมีเพียงแสงไฟส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นและหน้าจอแล็ปท็อปที่กำลังรันโปรแกรมตัดต่อวิดีโอค้างไว้ เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ คลอเคลียอยู่ในห้อง ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบสงบยามค่ำคืนนี้มีความเย้ายวนแปลกประหลาด
วาฬไม่ยอมปล่อย เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายคางได้รูปเกยลงบนลาดไหล่เล็กของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาพี ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว สมองที่เคยฉับไวในการเถียงกลับหยุดทำงานไปดื้อๆ
“ใครบอกว่าเป็นไมโครเวฟล่ะคะ… พี่ไม่ได้อบอุ่นกับทุกคนสักหน่อย พี่อบอุ่นแค่กับเด็กแถวนี้คนเดียวต่างหาก”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบอยู่ข้างใบหู ทำเอาพีทถึงกับสมองตื้อตัน คำว่า ‘ไมโครเวฟเดินได้’ ที่เคยใช้ประชดประชันติดปาก หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความรู้สึกวูบวาบแปลกๆ ในท้อง มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อยืดสีดำของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป…
จากตอนแรกที่เป็นการนั่งทำงานโปรเจกต์ส่งอาจารย์ ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสนามทดสอบความอดทนของเด็กปากเก่งกับรุ่นพี่สายเปย์ที่จ้องจะ ‘กิน’ เอ้ย! จะแกล้งให้เขินเล่นอยู่ตลอดเวลา
วาฬค่อยๆ เอื้อมมือหนาไปปิดฝาแล็ปท็อปที่วางอยู่บนตักลง เสียงพับหน้าจอดังเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอดิบพอดีที่จะดึงสติทั้งคู่ให้หลุดออกจากโลกของการเรียนการสอน เข้าสู่โลกใบเล็กที่มีเพียงลมหายใจของกันและกัน
ดวงตากลมโตของพีทเงยขึ้นสบกับดวงตาคมเข้มที่มองมาด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตาล้อเล่นแบบทุกที แต่มันลึกซึ้ง… หนักแน่น… และเต็มไปด้วยความปรารถนาบางอย่างที่ทำให้คนมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“พี่… วาฬคะ เลิกมองแบบนี้สักที…” พีทเอ่ยเสียงสั่น พยายามหลบสายตาแต่ก็ถูกปลายนิ้วอุ่นของวาฬเชยคางมนให้กลับมาสบตากันตรงๆ
“มองยังไงคะ หืม? พี่แค่มองแฟนตัวเอง… เอ้ย! มองน้องรหัสสุดที่รักต่างหาก” วาฬแกล้งทำเป็นพูดสะดุด แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่าตั้งใจหยอดให้หัวใจดวงน้อยสั่นเล่น
“ใครแฟนพี่คะ! อย่ามามั่วเด็ดขาดนะ!”
“ยังปากแข็งอีกนะคะ…”
วาฬหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้อนอยู่ในอกจนพีทสัมผัสได้ ร่างสูงขยับกายเข้าประชิดมากกว่าเดิมจนแผ่นหลังบางแนบติดกับพนักโซฟาโดยไม่มีทางหนี รัศมีตัวตนของวาฬโอบล้อมพีทไว้ทั้งหมด จนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ
ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิด… ทีละนิด…
พีทหลับตาปี๋ หัวใจเต้นรำทำเพลงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือเล็กยกขึ้นกำเสื้อของวาฬแน่นยิ่งกว่าเดิม สมองประมวลผลไม่ทันว่าควรจะผลักออกหรือควรจะปล่อยให้เลยตามเลยดี รู้ตัวอีกที ปลายจมูกของทั้งคู่ก็แทบจะแตะกันอยู่รำไรแล้ว กลิ่นกายสะอาดผสมความอบอุ่นของผู้ชายตรงหน้าทำให้สติสตางค์กระเจิดกระเจิงไปไกลลิบ
ในจังหวะที่ริมฝีปากอุ่นกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นเสียงโวยวายทั้งหมดของเด็กดื้อ…
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักของวาฬดังแผดเสียงขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูหวานฉ่ำจนกระเจิง!
พีทสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟช็อต รีบใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายผลักอกวาฬออกเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปนิดหน่อย ส่วนเจ้าตัวก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ด้วยความรลุกรน ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตารีดมาแนบ
“วะ… วาฬ! มีคนมา! เสียงกริ่งดังน่ะ!” พีทละล่ำละลักพูด หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู
วาฬถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่มารผจญดันโผล่มาถูกจังหวะเวลาเสียจริง เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะสบถเบาๆ ในลำคอ
“ใครมันบังariseมาขัดจังหวะตอนนี้วะ…” วาฬพึมพำอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันมามองคนหน้าแดงที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างโซฟา “รออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปดูเองว่าไอ้ตัวซวยหน้าไหนมันมา”
วาฬเดินหัวเสียก้าวฉับๆ ไปที่ประตูห้อง มือหนาเปิดประตูผางออกด้วยความหงุดหงิดเต็มพิกัด พร้อมที่จะอัดหน้าแขกไม่ได้รับเชิญสักหมัดสองหมัด
แต่ทว่า… ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง ร่างสูงกลับชะงักกึก สีหน้าที่บึ้งตึงเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงพรึงเพริด ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครยืนยิ้มแป้นแล้นถือถุงชาไข่มุกอยู่หน้าห้อง
“อ้าว! ไอ้เช่าวาฬ! กูซื้อชานมไข่มุกมาฝาก… เฮ้ย! ทำไมหน้ามึงเหมือนคนอดอยากปากแห้งแบบนี้วะ หรือว่ากูมาขัดจังหวะอะไรมึงกับน้องพีทหรือเปล่าเนี่ย ฮ่าๆๆๆ!”
เสียงหัวเราะกวนประสาทของ ‘ไอ้โอม’ เพื่อนสนิทตัวแสบดังลั่นโถงทางเดิน ทำเอาพีทที่แอบชะเง้อคอมองอยู่หลังโซฟาถึงกับอยากจะเอาหัวมุดพื้นหนีความอายเสียเดี๋ยวนั้น!
(เจอกันตอนหน้าค่ะ รี้ดที่น่ารักของชาพีชหวานน้อยเตรียมหมอนไว้จิกเพิ่มได้เลยนะคะ!)
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที•ตอนที่ 35
บรรยากาศสีชมพูในห้องพัก
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!