ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที•ตอนที่ 36

ทำไมต้องใจดีกับแค่เรา

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
นิ้วกลมกลึงของพีทจิ้มลงบนหน้าจอสมาร์ตโฟนด้วยความเร็วสูงจนแทบจะทะลุจอ แชตสีเขียวในกลุ่ม 'แก๊งคนสวยขา (แต่หมาไม่แดก)' เด้งรัวเป็นปืนกลจนหน้าจอสั่นระริก แต่สมองของเด็กนิเทศปีหนึ่งกลับว่างเปล่า ประโยคสั้นๆ สามบรรทัดจากรุ่นพี่วิศวะตัวแสบเมื่อคืนนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ประหนึ่งแผ่นเสียงตกร่องที่ซ้ำทวนคำถามเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า *‘ถ้าพี่ทำแบบนี้กับทุกคน พีทจะยังรู้สึกเหมือนเดิมไหม?’* “รู้สึกบ้าบออะไรเล่า!” พีทพึมพำกับตัวเองเสียงเบาหวิว โยนโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูลงบนเตียงนอนนุ่มราวกับมันเป็นวัตถุอันตราย ก่อนจะทิ้งตัวตามลงไปซุกหน้ากับหมอนใบโตเพื่อซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ให้ตายส.ะ... ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ค่ะ แค่เห็นรอยยิ้มมุมปากของพี่วาฬ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ยิ่งไอ้ท่าทางชอบถือวิสาสะมาลูบหัว ลากไปกินชาบู หรือแม้แต่การส่งชานมไข่มุกหวานน้อยมาประโคมให้ถึงหน้าคณะทุกวันอย่างไร้เหตุผล มันยิ่งทำให้คนปากเก่งอย่างเขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอย่างหวาดหวั่น... ว่าตกลงแล้วไอ้รุ่นพี่คนนี้มันใจดีกับทุกคนในมหาลัยฯ จนเรดาร์ความเจ้าชู้พัง หรือมันตั้งใจใจดีกับแค่ 'เด็กนิเทศขี้โวยวาย' อย่างเขากันแน่? ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของยัยมีนเพื่อนสนิทที่ถือวิสาสะไขกุญแจห้องเข้ามาเองเสร็จสรรพ “อีพีท! มึงตื่นยังวะ? หรือนอนให้อาหารสมองอยู่ ทริปไปคาเฟ่คณะวิศวะวันนี้มึงจะไม่ไปไม่ได้นะเว้ย เพราะเพื่อนรหัสพี่วาฬเขาฝากขนมมาให้มึงผ่านกูเนี่ย!” พีทดีดตัวขึ้นจากเตียงทันที ราวกับโดนสปริงดีด ใบหน้าสวยเชิดขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว “ใครบอกกูจะไป? แล้วกูบอกตอนไหนว่าอยากได้ขนมจากวิศวะฯ เอาคืนไปเลยนะมีน!” “แหมมม ปากแข็งกว่าเพชรก็มึงนี่แหละค่ะคุณพีทขา” มีนหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน ยื่นถุงเบเกอรีร้านดังที่ผูกโบสีชมพูหวานแหววมาตรงหน้า “ดูสิเนี่ย พี่วาฬเขาฝากมาบอกว่า... *‘ฝากบอกยัยตัวแสบด้วยว่า ถ้าวันนี้ไม่ยอมโผล่หัวไปมอ จะตามไปอุ้มคาเตียง’* โอ๊ย! พีท มึงดูความไมโครเวฟเคลื่อนที่นี่ดิ เขาสายเปย์เบอร์นี้ มึงยังใจแข็งไหวเหรอวะ ถามจริง?” คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ หัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะอยู่แล้วยิ่งเต้นรัวแรงเข้าไปใหญ่ พีทเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องตีรวนขึ้นมาจนหายใจไม่ทั่วท้อง เขาไม่ได้กลัวคำขู่ว่าจะโดนอุ้มหรอกนะคะ... แต่เขากลัว 'สายตา' ของไอ้รุ่นพี่คนนั้นเวลาที่มองมาต่างหาก สายตาที่เหมือนจะอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่ง สายตาที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนพิเศษ... ทั้งที่ไม่อยากจะยอมรับเลยสักนิด ครึ่งชั่วโมงต่อมา พีทก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์จนได้ ด้วยข้ออ้างบ้าบออะไรสักอย่างที่ว่า 'มาตามทวงงานชีทเรียน' แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็แค่... อยากพิสูจน์บางอย่าง บรรยากาศหน้าตึกวิศวะฯ ในช่วงบ่ายแก่ๆ ค่อนข้างคึกคัก กลุ่มนักศึกษาชายร่างสูงใหญ่ส่งเสียงแซวกันลั่นตึกตามประสาเด็กช่าง แต่ทันทีที่ร่างโปร่งบางในชุดนักศึกษาเข้ารูปเดินเข้ามาในอาณาเขต เสียงพูดคุยรอบตัวก็เบาลงราวกับมีใครกดปุ่มรีโมท “อ้าว! น้องพีทรึเปล่าครับเนี่ย มารอไอ้วาฬเหรอมันเพิ่งลงมาจากห้องแล็บนะ” รุ่นพี่ปีสี่หน้าตาคมเข้มคนหนึ่งทักขึ้นพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน “ไอ้วาฬ! มีคนมาตามถึงถิ่นแล้วเว้ย!” พีทสะดุ้งโหยง รีบโบกมือปฏิพัทธ์พัลวัน “เปล่าครับ! ผมไม่ได้มารอพี่มันนะ ผมแค่... เอาชีทมาคืนเฉยๆ ครับ!” “ใครบอกว่าไม่ได้มารอหึ?” เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่วางลงบนกลุ่มผมของเขาอย่างถือวิสาสะ พีทสะดุ้งเฮือก รีบเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่ทันเงาร่างสูงใหญ่ของวาฬที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเสียแล้ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นสะอาดสดชื่นลอยเข้าแตะจมูก ทำให้สติที่ตั้งกำแพงไว้พังทลายลงในเสี้ยววินาที วาฬในชุดช็อปสีกรมท่าพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนชัดเจน เจ้าตัวก้มหน้าลงมามองเด็กปากเก่งที่ตอนนี้หูแดงแจ๋ด้วยแววตาระยิบระยับ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างกวนประสาทและมีเสน่ห์ร้ายกาจในเวลาเดียวกัน “ไหนบอกไม่ได้มารอ แล้วทำไมยืนหน้าหงิกอยู่ตรงนี้ล่ะครับ หืม... หรือคิดถึงพี่ จนทนไม่ไหวต้องเดินมาหาถึงตึกวิศวะเอง” วาฬเอ่ยแซwด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่จงใจลดระดับเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน พีทเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยินเสียงมัน ความเขินอายตีรวนขึ้นมาผสมกับความหงุดหงิดที่มักจะแพ้ทางคนคนนี้เสมอ มือเรียวเล็กยกขึ้นผลักอกแกร่งเบาๆ เป็นการกลบเกลื่อนความประหม่า “ใครคิดถึงพี่กัน! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยไอ้รุ่นพี่หน้ามึน ผมแค่ผ่านมาแถวนี้ต่างหากเล่า!” ปากปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำถึงใบหูกลับทรยศคำพูดทุกอย่างอย่างสิ้นเชิง วาฬหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางพองขนเหมือนแมวตื่นตูมของคนตรงหน้า ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบเนียนใสที่แฝงแววสับสนอย่างเอ็นดู มือหนายื่นออกไปหมายจะหยิกแก้มใสสักทีข้อหาปากแข็งไม่เลิก แต่พีทกลับปัดมือออกทันทีพร้อมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “หยุดเลยนะ! ห้ามแตะตัวผมนะพี่วาฬ!” พีทโวยวายกลบเกลื่อนความใจสั่น “แล้วก็เลิกทำตัวแบบนี้ใส่ผมสักทีเถอะวะ!” วาฬเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง “แบบไหนล่ะครับที่พี่ทำ?” “ก็แบบนี้ไง!” พีทหลุดปากโพสต์ออกไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บสะสมมาหลายวัน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบตาคนตรงข้ามอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆ “ทำไม... ทำไมพี่ต้องใจดีกับแค่ผมด้วยวะ? ทำไมต้องซื้อชานมมาให้ ทำไมต้องมารอรับส่ง ทำไมต้องคอยกวนประสาทอยู่เรื่อย... ถ้าพี่ทำแบบนี้กับทุกคน ทำไมผมจะต้องรู้สึกอยู่คนเดียวด้วยเล่า!” สิ้นคำพูดนั้น บริเวณรอบตัวก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกองศึก วาฬชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่คาดคิดว่าคนปากแข็งจะหลุดประโยคนี้ออกมาตรงๆ ความเงียบโรยตัวอยู่ระหว่างเขาทั้งสองคนชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อยๆ คลี่9ยิ้มกว้าง... รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่พีทเคยเห็นมา ก้าวขายาวๆ เข้ามาประชิดตัวเด็กดื้อที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นประคองใบหน้าร้อนผ่าวของพีทไว้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มแดงระเรื่ออย่างรักใคร่ “โง่จังนะเรา...” วาฬกระซิบเสียงนุ่มชิดริมหีบใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนพีทขนลุกซู่ “พี่ไม่เคยใจดีกับใครแบบนี้... และพี่ก็ไม่ได้อยากใจดีกับทุกคนด้วย” พีทหยุดหายใจไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดนั้นไม่ทัน ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่สะท้อนเงาของตัวเองอยู่ข้างใน “ที่ทำอยู่ทุกวันนี้... เพราะอยากให้เด็กแถวนี้รู้ตัวสักทีต่างหากล่ะครับ ว่าพี่จีบอยู่” คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาพีทรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวราวกระทองโครม ทว่า... ในวินาทีที่พีทกำลังจะอ้าปากเถียงหรือเอ่ยอะไรสักอย่างออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงของวาฬก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอที่ดันโชว์ข้อความพาดหัวตัวเบ้อเริ่มจากกลุ่มเพื่อนสนิทของวาฬที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะพอดีเป๊ะ— *[กลุ่ม: วิศวะพาพัง]* *ไอ้ดิน: "เฮ้ยไอ้วาฬ! แผนที่มึงหลอกจีบน้องนิเทศปีหนึ่งเนี่ย ตกลงจะเลี้ยงเหล้าพวกกูวันไหนวะที่หลอกช่วยซัพพอร์ตแผนเซอร์ไพรส์ให้น่ะ ฮ่าๆๆๆ!"* พีทที่บังคับสายตาเหลือบไปเห็นข้อความนั้นพอดี ชะงักกึกทันที ร่างกายที่เคยอ่อนยวบเพราะคำหวานพลันแข็งทื่อขึ้นมาในเสี้ยววินาที ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อครู่วูบดับลงราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหวั่นไหว ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตื่นตระหนก พีทเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่หนุ่มตัวสูงที่ตอนนี้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าความลับแตก... "แผน... งั้นเหรอครับ?" พีทแค่นยิ้มหยันออกมา ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความเจ็บแปล๊บที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอก "ที่ทำทั้งหมดนี่... คือเกมเดิมพันของพวกพี่สินะ?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินๆ กับชาพีชหวานน้อยตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%