“เดี๋ยวนะคะคุณเพื่อนสนิท... แกหมายความว่าไอ้สร้อยเส้นนั้นน่ะ มันไม่ได้อยู่กับฉันตั้งแต่แรกเหรอ!”
พีทแทบจะกรี๊ดใส่โทรศัพท์มือถือในมืออยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ติดว่าสายตาคมกริบของรุ่นพี่ตัวแสบอย่าง ‘พี่วาฬ’ ที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางหนังสืออยู่ในห้องสมุดคณะวิศวะฯ กำลังจ้องมองตรงมาด้วยรอยยิ้มที่เดาอารมณ์ไม่ออก รอยยิ้มขี้เล่นและกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงบรรยากาศรอบตัวที่เงียบงันจนน่าอึดอัด ชนิดที่ว่าถ้ามีเข็มสักเล่มตกพื้นคงดังสนั่นหวั่นไหว
เสียงปลายสายของไอ้เพื่อนตัวดีในโทรศัพท์ยังคงแว้ดกลับมาดังลั่นทะลุลำโพง จนพีทต้องรีบยกมืออีกข้างขึ้นมาปิดแทบไม่ทัน
*(ก็จริงมั้ยล่ะแก! วันนั้นที่พวกเราไปกินหมูกระทะกัน ฉันเห็นแกถอดมันออกแล้ววางไว้บนโต๊ะเพราะกลัวมันเลอะน้ำซุป แล้วก็ลุกพรวดพราดไปแย่งกุ้งกับโต๊ะข้างๆ จนลืมหยิบกลับมาด้วยไงคุณชายพีท!)*
ฉิบหายแล้ว...
คำนี้ลอยวนอยู่ในหัวเด็กนิเทศปีหนึ่งนับร้อยรอบ พีทกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนผ่าวตีตู้มขึ้นมาที่ใบหน้าจนรู้สึกได้ ร่างบางค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลงแนบข้างลำตัวอย่างคนหมดแรงจะสู้ชีวิต ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองผู้ชายตัวโตตรงหน้าที่ตอนนี้ขยับตัวเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ทีละก้าว... จนระยะห่างระหว่างเขากับเจ้ารุ่นพี่ไมโครเวฟเดินได้เหลือแค่คืบเดียว
“หืม... สร้อยข้อมือราคาแพงลิบลิ่วที่เด็กนิเทศปากเก่งบอกนักบอกหนาว่าเป็น ‘ของสำคัญที่พี่ห้ามแตะต้องเด็ดขาด’ เนี่ย...” พี่วาฬลากเสียงยาวในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่เหนือกลุ่มผมของพีท “ที่แท้ก็... ลืมไว้ที่ร้านหมูกระทะเหรอคะ?”
“อื้อหือ! พี่วาฬขา... ฟังน้องก่อนนะคะ คือว่า... เรื่องมันมีอยู่ว่า...” พีทหัวเราะแห้งๆ ออกมาแบบไม่มี 3 ชิ้นดี มือเล็กพยายามจะยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมขยับ เขากลับยิ่งก้าวเท้าเข้ามาปิดตายทุกทางหนี จนหลังของพีทแนบชิดติดกับชั้นวางหนังสือเต็มรัก
“หูย กลัวจังเลยค่ะเวลาน้องพีรพัฒน์ทำหน้าเลิกลั่กแบบนี้” วาฬหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าหมั่นไส้ในสายตาคนฟังเสียเหลือเกิน แต่น่าแปลกที่หัวใจเจ้ากรรมของพีทกลับเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นๆ จากตัวของรุ่นพี่คนนี้ต่างหากที่ทำให้สติกระเจิงไปหมด “ไหนบอกว่าเป็นของขวัญจากคนสำคัญไงคะ หายไปแบบนี้ ไม่กลัวเขาเสียใจแย่เหรอ”
“ก็... ก็มันลืมป่ะวะ... เอ้ย! ลืมค่ะ! ลืมค่ะพี่วาฬ!” พีทรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นดึงตาคมกริบนั้นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด “คืองี้... คือหนู... อื้อ! คือผมหมายถึงผมไม่ได้ตั้งใจจะทำหายสักหน่อย!”
“ปากเก่งจังเลยนะคะตัวแค่นี้” วาฬอมยิ้ม เอื้อมมือมาดีดหน้าผากคนตรงเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “ไหนๆ ก็รู้ความจริงแล้วว่าของมันไม่ได้อยู่กับเราตั้งแต่แรก... แล้วเราจะทำยังไงกันต่อดีล่ะคะ คุณนักสืบจำเป็น”
“หมายความว่า...” พีทกะพริบตาปริบๆ “พี่จะไม่ด่าผมเหรอ?”
“ด่าทำไมล่ะคะ เสียเวลาแย่” วาฬยักไหล่เบาๆ ท่าทางสบายๆ นั้นช่างขัดแย้งกับสถานการณ์วิกฤตลิบลับ “สู้เราเอาเวลามาคิดดีกว่า ว่าจะไปงัดเอาร้านหมูกระทะแถวมหาลัยคืนนี้ หรือจะไปกราบกรานขอภาพกล้องวงจรปิดจากคุณป้าเจ้าของร้านดี... ว่าแต่ ร้านนั้นปิดปรับปรุงสามวันไม่ใช่เหรอคะ หืม?”
“ฮaะ?! ปิดปรับปรุงเหรอ?!” พีทตาโตเป็นไข่ห่าน สมองน้อยๆ ประมวลผลแทบไม่ทัน “แล้วสร้อยผมจะไม่ถูกกวาดทิ้งลงถังขยะไปแล้วเหรอวะเนี่ย! ไม่ได้การละ! ผมต้องไปเดี๋ยวนี้!”
เด็กหนุ่มทำท่าจะพุ่งพรวดออกไปจากซอกชั้นวางหนังสือให้ได้ แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมปล่อยให้เหยื่อ... เอ๊ย น้องรหัสสุดที่รักหลุดมือไปง่ายๆ วาฬคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ทันที แรงดึงเพียงนิดเดียวทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปชนแผงอกกว้างเข้าอย่างจัง จนใบหน้าของพีทแนบอยู่กับอกเสื้อเชิ้ตของรุ่นพี่พอดีเป๊ะ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นแดดจางๆ จากตัวเขาทำเอาสติสตางค์ของพีทหลุดลอยไปถึงดาวอังคาร
“จะรีบไปไหนล่ะคะ เด็กโง่” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ชิดริมหูจนขนลุกซู่ “อยากไปค้นกองขยะหน้าร้านหมูกระทะสภาพดูไม่ได้แบบนั้นจริงๆ เหรอ หمم?”
“แล้วจะให้ทำยังไงเล่า! นั่นมันสร้อย... สร้อย...” พีทเงยหน้าขึ้นเถียง ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวน้อยๆ ด้วยความเครียดสะสม “พี่ก็รู้ว่าผมแคร์สร้อยเส้นนั้นแค่ไหน ถึงมันจะไม่ได้แพงระยับเท่าของที่บ้านพี่ แต่สำหรับผมมัน...”
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อดวงตาสีนิลคู่คมของวาฬที่มองตรงมานั้น เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่พีทไม่กล้าแม้แต่จะตีความ รอยยิ้มกวนประสาทหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงความนิ่งงันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดหมุน
“พี่รู้ค่ะ...” วาฬเอ่ยเสียงแผ่วเบา นิ้วเรียายาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจของพีทสั่นไหวรุนแรง “รู้ว่ามันสำคัญ... เพราะพี่เป็นคนให้เองไม่ใช่เหรอคะ, น้องพีท”
กริ๊ก!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางใจสมองของพีทขาวโพลนไปหมด ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
*เดียวนะ... พี่วาฬ... รู้ตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอว่าสร้อยเส้นนั้นคืออะไร และใครเป็นคนให้?!*
ก่อนที่พีทจะได้อ้าปากโวยวายหรือซักถามอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นก้องโถงทางเดินของห้องสมุด พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของรุ่นพี่ตัวแสบที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
“ไอ้วาฬ! มึงอยู่นี่เองเหรอ อาจารย์ฝากเอาเอกสาร... เฮ้ย! กูขัดจังหวะอะไรพวกมึงป่ะเนี่ย?”
เสียงของเพื่อนสนิทของวาฬดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเลี้ยวเข้ามาในโซนหนังสือเก่า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นคือสายตาของเพื่อนสนิทคนนั้นกำลังมองภาพที่พวกเขาสองคนยืนแนบชิดกันอยู่ด้วยรอยยิ้มล้อเลียนแบบ 300%
และในจังหวะที่พีทกำลังจะผละตัวออกด้วยความตื่นตระหนกนั้นเอง มือหนาของวาฬกลับคว้าเอวบางเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน แถมเจ้าตัวยังโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหูของเด็กน้อยที่กำลังหน้าแดงก่ำด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ชวนให้ใจสั่นระทัว
“อยู่เฉイๆ ก่อนค่ะเด็กดี... เพราะดูเหมือนว่า ‘ความลับ’ ที่เรากำลังตามหากันอยู่ มันกำลังจะเดินมาหาเราด้วยตัวเองแล้วล่ะนะ”
วาฬพยักเพยิดหน้าไปทางด้านหลังของเพื่อนสนิท ที่ตอนนี้มีเงาร่างของใครอีกคนกำลังเดินตรงเข้ามาสมทบ พร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีดำคุ้นตาในมือ...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินและรอยยิ้มในตอนนี้นะคะ!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที•ตอนที่ 13
กลยุทธ์ตามหาของที่หายไป
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!