ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที•ตอนที่ 27

พี่วาฬผู้คลั่งรัก

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
"บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้พีท! แกไปทำเสน่ห์ใส่ลูกชายเจ้าพ่อแลนด์마크คนไหนมารu... ถึงได้มีถุงขนมแบรนด์ดังจากพารากอนมาวางกองอยู่บนโต๊ะสตูดิโอคณะเราได้เนี่ย!" เสียงแหลมปรี๊ดของ 'น้ำปั่น' เพื่อนสนิทสายเสือก (อุ๊ย สายซัพพอร์ต) ดังลั่นจนโต๊ะทำงานโปรเจกต์ปีหนึ่งแทบสะเทือน พร้อมกับร่างระหงที่พุ่งเข้ามาเขย่าแขนฉันจนหัวสั่นหัวคลอน สายตากลมโตของยัยเพื่อนตัวดีมองสลับระหว่างถุงกระดาษสีคราฟท์พรีเมียมกับใบหน้าเหวอสนิทของฉันอย่างจับผิด ฉันกะพริบตาปริบๆ สมองอันน้อยนิดประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า ขนมบราวนี่ร้านดังที่ต่อคิวกันขาขวิดแถมจำกัดจำนวนซื้อต่อวัน... มาวางอยู่ตรงนี้ได้ยังไง? แล้วไอ้คนซื้อจะ เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก... *Rrr... Ping!* เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะสั่นครืดคราดราวกับรู้จังหวะ ฉันรีบคว้าขึ้นมาเปิดดูด้วยความร้อนใจ ปรากฏว่าเป็นข้อความจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวที่ส่งตรงมาจากบุคคลอันตรายประจำใจ **[ Whale_V3 ]**: *กินข้าวหรือยังเด็กดื้อ เดี๋ยวบ่ายนี้มีเรียนตึก B ระวังง่วงนะ พี่ฝากขนมไว้ที่โต๊ะแล้ว กินให้อร่อยล่ะ* ให้ตายเถอะ! นี่มันไมโครเวฟเดินได้ชัดๆ! หรือควรเรียกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ดีวะเนี่ย ทำไมขยันเปย์ขยันหยอดอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงคนเรา! "อ๋ออออ... ยิ้มแก้มปริจนปากจะฉีกถึงใบหูแล้วค่ะคุณพีทขา ไหนบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนารุ่นพี่วิศวะคนนั้นไงคะ แล้วนี่อะไร? ถุงขนมหลักพันกับข้อความหยอกเย้าชวนเลี่ยนเนี่ย!" น้ำปั่นทำเสียงสูงปรี๊ด พร้อมกับทำท่าทางกระบิดกระบวนล้อเลียนจนฉันอยากจะเอาแฟ้มโปรเจกต์ฟาดหน้ามันสักทีสองที "ใครยิ้ม! ฉันไม่ได้ยิ้มสักหน่อย ตาฝาดแล้วยัยปั่น!" ฉันรีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน พร้อมกับยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวราวกับโดนน้ำร้อนลวก ปากก็ปฏิเสธเสียงแข็งกลบเกลื่อนความพิรุธ แต่หัวใจเจ้าระกรรมนี่สิ ทำไมมันต้องเต้นรัวเป็นกลองเพลทุกครั้งที่นึกถึงรอยยิ้มมุมปากกับสายตากรุ้มกริ่มคู่นั้นด้วยนะ "ปากแข็งเบอร์นี้ ระวังโดนพี่เขาจับกินไม่รู้ด้วยนะแก" น้ำปั่นหรี่ตามองอย่างรู้ทัน ก่อนจะคว้ากล่องบราวนี่ขึ้นมาเปิดดูแล้วทำตาโต "โอโหหหห ขนมโปรดที่แกบ่นว่าอยากกินในสตอรี่ไอจีเมื่อคืนนี่หว่า! บอกว่าไม่ได้จีบ... ตลกละพี่วาฬเนี่ย ตามสปอยล์ทุกฝีก้าวเลยมั้ง!" คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนค้อนทุบซ้ำลงมากลางใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัว... ตอนที่ฉันลงสตอรี่บ่นง่วงนอนและอยากกินบราวนี่ร้านนี้แก้เครียดเรื่องงานตัดต่อ โดยที่ไม่ได้แท็กใครเลยสักคน แล้วพี่วาฬ... เขาบังเอิญเห็น หรือว่านั่งเฝ้าสตอรี่ฉันอยู่ตลอดเวลากันแน่นะ? แค่คิดความหนาของผิวหน้าตัวเองก็เริ่มเพิ่มขึ้นจนทะลุปรอท "10 โมงกว่าแล้ว... ป่านนี้เขาคงเรียนเสร็จแล้วมั้ง" ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามดึงสติกลับมาที่กองงานตรงหน้า แต่สมาธิที่ควรจะมีมันดันปลิวหายไปกับกลิ่นหอมละมุนของช็อกโกแลตในถุงซะแล้ว "เพ้อถึงใครอยู่รึเปล่าจ๊ะคนสวย" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ทำให้ร่างทั้งร่างของฉันแข็งทื่อเป็นหิน ยังไม่ทันที่ฉันจะหันไปมอง เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดตามสไตล์หนุ่มวิศวะแบดบอย (แต่ใจดีกับเธอคนเดียว) ก็ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะสตูดิโอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองฉันด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ทำเอาคนมองใจยวบยาบจนแทบยืนไม่อยู่ "พ... พี่วาฬ! มาโผล่ที่คณะนิเทศฯ ได้ยังไงเนี่ย ที่นี่เขตปลอดวิศวะนะ!" ฉันโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันคงเหมือนลูกมะเขือเทศสุกๆ แน่ๆ "ก็แค่คิดถึง... เลยแวะมาดูว่าเด็กแถวนี้กินขนมที่ซื้อให้อร่อยรึเปล่า" วาฬย่อตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับฉัน ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ จงใจทิ้งระยะห่างระหว่างเราแค่คืบเดียวจนได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ "ว่าไงครับ... บราวนี่อร่อยสู้คนให้ไม่ได้รึเปล่า?" "ฮ... ให้ กินอะไรเล่า! ใครบอกว่าฉันจะกิน!" ฉันแหวลั่น ผลักอกกว้างเบาๆ เพื่อระยะห่าง แต่ไอ้คนหน้ามึนกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะดุ้งสะเทือนแถมยังหัวเราะในลำคออย่างชอบใจอีกต่างหาก "อ้าว ก็เห็นในสตอรี่บ่นว่าหิว... พี่ก็แค่อยากทำหน้าที่รุ่นพี่ที่แสนดี" วาฬแกล้งทำตีหน้าเศร้า ทำเสียงอ่อยราวกับลูกแมวโดนทิ้ง ทั้งที่แววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวซะไม่มี "หรือว่า... หนูเขินที่พี่ใส่ใจ?" "ใครเขิน! ฝันไปเถอะพี่วาฬ!" ฉันรีบปฏิเสธเสียงดังลั่นจนเพื่อนร่วมคณะหันมามองเป็นตาเดียว ยิ่งทำให้ฉันต้องรีบหดหัวลงแทบมุดโต๊ะหนีความอาย "โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้" วาฬหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะยื่นมือหนามาขยี้ผมฉันเบาๆ จนยุ่งเหิง "ตั้งใจทำงานนะเด็กดื้อ เดี๋ยวตอนเย็นมารับไปกินชาบู เลิกปฏิเสธเข้าใจไหมครับ?" พูดจบเจ้าตัวก็ยิ้มกริ่มแล้วเดินตัวปลิวหายออกไปจากตึกคณะนิเทศฯ ทิ้งให้ฉันนั่งหน้าแดงแจ๋หัวใจเต้นโครมครามอยู่คนเดียว ท่ามกลางเสียงแซวระงมของยัยน้ำปั่นและเดอะแก๊งที่เริ่มส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดล้อเลียนความคลั่งรักของรุ่นพี่ตัวดี ให้ตายเถอะ... แบบนี้จะไม่ให้ใจละลายได้ยังไงกันเล่า! *Rrr... Ping!* โทรศัพท์ในมือสั่นอีกครั้งพร้อมข้อความสั้นๆ จากคนเพิ่งเดินจากไป **[ Whale_V3 ]**: *ห้ามเทนะ ไม่งั้นพี่จะมานั่งเฝ้าหน้าคณะทั้งวันจริงๆ ด้วยคนสวย* ฉันมองข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว นิ้วเรียวรีบกดพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วโดยลืมฟอร์มที่ตั้งไว้ซะสนิท **[ Pete_P ]**: *รู้แล้วน่า! คนอะไรน่ารำคาญชะมัด* แต่ทว่า... ขณะที่กำลังกดส่งข้อความ นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดค้างที่ปุ่มส่งแล้วเผลอพิมพ์ประโยคตามหลังไปอีกประโยคโดยไม่ทันยั้งคิด... **[ Pete_P ]**: *(พิมพ์)* *...งั้นเย็นนี้เจอกันนะ... พี่วาฬคนคลั่งรักของพีท* *ฉิบหายแล้ว!* ฉันเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน เมื่อสมองประมวลผลทันว่ากดส่งข้อความบ้าอะไรออกไป! จะกดยกเลิกข้อความ... แต่มือเจ้ากรรมดันกดไม่ทันเพราะอีกฝ่ายขึ้นสถานะ *'Read'* อ่านทันทีแบบเรียลタイム! หน้าจอแชตขึ้นเครื่องหมายว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ตอบกลับมาทันที หัวใจของฉันร่วงไปตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นข้อความถัดไปที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ... **[ Whale_V3 ]**: *หู้วววว... เมื่อกี้พิมพ์ว่าอะไรนะ? เรียกใหม่อีกทีซิเด็กดี พี่หูฝาดรึเปล่าเอ่ย?* ชาพีชหวานน้อยขอส่งกำลังใจให้รี้ดทุกคนที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความคลั่งรักของรุ่นพี่สายเปย์นะคะ! แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ ❤️
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%