รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 3

ร้านขายความทรงจำในตรอกมืด

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"หยุดความพยายามที่จะดึงมันออกมาเถอะศิลา ถ้าคุณฝืนดึงความทรงจำนั้นออกมาทั้งที่จิตใจยังไม่พร้อม รอยร้าวในสมองคุณจะไม่ใช่แค่เรื่องของการลืม แต่มันคือการแตกสลายของตัวตน" เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของกระดาษเก่าและน้ำยาสกัดความทรงจำ เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่ปลายนิ้วเรียวบางยังคงแตะอยู่ที่ขมับของศิลาเบาๆ ขณะที่เครื่องวัดคลื่นสมองส่งเสียงครางหึ่งๆ เหมือนแมลงที่กำลังใกล้ตาย ศิลานิ่งงัน หัวใจเขาสั่นไหวราวกับจังหวะกลองที่ผิดเพี้ยน ภาพนิมิตที่แวบเข้ามาในหัวมันไม่ใช่ของเขา มันเป็นภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งในชุดกระโปรงสีขาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่กำลังมอดไหม้ เขากลืนน้ำลายลงคอ ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากต้นคอขึ้นสู่ขมับจนต้องขมวดคิ้วแน่น "ถ้าผมไม่ทำ... แล้วใครจะตอบคำถามที่ว่า ทำไมใบหน้าของผมถึงไม่เหลืออยู่ในฐานข้อมูลของเมมโมเรีย?" ศิลาโพล่งออกมา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคง "ดร.อคินอาจจะลบทุกอย่างทิ้งไปได้ แต่เขาไม่สามารถลบความรู้สึกผิดที่ฝังอยู่ในกระดูกผมได้หรอก" รินรดาถอนหายใจ เธอเลื่อนมือออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความกังวล เธอเดินไปที่ตู้เก็บขวดแก้วใบเล็กๆ หลายร้อยใบ แต่ละใบมีแสงเรืองรองต่างกันไป เธอหยิบขวดที่มีไอระเหยสีครามออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยคราบรอยขีดข่วน "คุณรู้ไหมศิลาว่าความทรงจำที่แพงที่สุดในตลาดมืดไม่ใช่ความรักที่สมหวัง หรือความสำเร็จที่งดงาม..." เธอเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาของเขา "มันคือความจริงที่ถูกปฏิเสธ หากคุณต้องการเห็นมันจริงๆ คุณต้องแลกด้วยบางอย่างที่สำคัญกว่าเงินทอง" "อะไร?" "ตัวตนของคุณ" เธอตอบเสียงเรียบ "ทุกครั้งที่คุณเชื่อมต่อกับความทรงจำที่ถูกแช่แข็งไว้ในขวดนี้ คุณจะสูญเสียความจำในชีวิตปัจจุบันไปส่วนหนึ่ง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการประมวลผลข้อมูลเก่า... คุณพร้อมจะเลิกเป็นคนปัจจุบัน เพื่อกลับไปหาอดีตที่อาจจะไม่มีอยู่จริงแล้วหรือยัง?" ศิลามองดูขวดแก้วใบนั้น เขาไม่ได้ตอบทันที เขานึกถึงภาพในคืนที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาในตรอกที่เต็มไปด้วยน้ำฝน ความว่างเปล่าที่อยู่ตรงกลางอกมันทรมานกว่าความตายเสียอีก หากเขาต้องเลือกระหว่างการอยู่อย่างคนแปลกหน้าในโลกที่ถูกควบคุม กับการตายไปพร้อมกับความจริงที่เขาตามหา เขาเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเล "เทมันลงไปในเครื่องเชื่อมต่อ" ศิลาสั่งน้ำเสียงเด็ดขาด รินรดามองเขาด้วยแววตาที่ซับซ้อน ความสงสารและความชื่นชมตีกันยุ่งเหยิงในแววตาคู่นั้น เธอเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์เชื่อมต่อประสาทขึ้นมา แต่มือของเธอสั่นเล็กน้อย "หากเกิดอะไรขึ้น ผมไม่มีทางดึงคุณกลับมาได้นะ ศิลา... ความทรงจำนี้มันหนักหนาเกินกว่าที่สมองคนทั่วไปจะรับได้" "ทำเถอะ" ทันทีที่เขาสวมครอบโลหะลงบนศีรษะ ความเย็นยะเยียบก็แล่นเข้าสู่ไขสันหลัง ภาพมืดมิดในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบที่คุ้นเคย มันเป็นเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาจำได้แม่นว่าเป็นเสียงของแม่ แต่ทว่า... ทันใดนั้น ความทรงจำที่รุนแรงก็กระแทกเข้ามาจนเขาสะอึก ภาพดร.อคินกำลังถือแฟ้มเอกสารบางอย่างยืนอยู่หน้าห้องทดลอง และเขากำลังมองดูศิลาในวัยเด็กถูกมัดไว้กับเก้าอี้ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับการล้างสมอง ศิลากัดฟันแน่น เลือดกำเดาเริ่มไหลซึมออกมาจากจมูก รินรดาเห็นดังนั้นจึงรีบจะกดปุ่มหยุดการทำงาน แต่ทว่าระบบกลับล็อกตัวเองอย่างปริศนา "มันเกิดอะไรขึ้น! ทำไมระบบถึงล็อกตัวเอง?" รินรดาอุทาน เธอพยายามทุบแผงควบคุม แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้ากลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมตัวอักษรหนึ่งบรรทัดที่ปรากฏขึ้นซ้ำๆ: *'โครงการที่ 0 เริ่มต้นกระบวนการกู้คืน'* ศิลาในเก้าอี้ดิ้นพล่าน ภาพตรงหน้าไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันเหมือนเขากำลังดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ดร.อคินคนนั้นไม่ได้อยู่ในอดีต แต่กำลังจ้องมองมาที่เขาผ่านกล้องสอดแนมในร้านขายความทรงจำแห่งนี้ "ริน... หนีไป..." ศิลาเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ขณะที่ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยว ประตูร้านขายความทรงจำถูกกระแทกจนพังพินาศ ชายในชุดสูทสีดำสนิทสามคนเดินเข้ามาพร้อมกับปืนที่ปลายกระบอกเรืองแสงสีฟ้า รินรดาถอยกรูดไปจนชิดกำแพง เธอตระหนักได้ทันทีว่าเธอพลาดไปแล้ว เธอไม่ได้เป็นผู้แกะรอยเขา แต่เธอกำลังส่งเขากลับคืนสู่มือของเจ้าของโครงการโดยไม่ตั้งใจ ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเดินแทรกตัวผ่านเหล่าสมุนเข้ามาในร้าน เขาไม่ได้มองรินรดาเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขามุ่งตรงไปยังศิลาที่กำลังทรมานอยู่กับเครื่องเชื่อมต่อ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากที่เย็นยะเยียบจนน่าขนลุก "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... อดีตที่พังทลายของฉัน" ดร.อคินเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มปิดระบบด้วยรีโมทในมือ ทิ้งให้ศิลานอนแน่นิ่งไปพร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผยเพียงครึ่งเดียว แต่ก่อนที่สติของศิลาจะดับวูบลงไป เขากลับเห็นภาพในความทรงจำสุดท้ายที่ชัดเจนที่สุด... มันไม่ใช่ห้องทดลอง แต่เป็นใบหน้าของรินรดาที่กำลังถือปืนจ่อไปที่หัวของดร.อคินด้วยความโกรธแค้นในวันวาน รอยจารึกที่ลบเลือนกำลังจะถูกเขียนขึ้นใหม่... โดยศัตรูที่เขาทั้งรักและชิงชังมากที่สุด ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของห้วงความจำนี้นะครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%