รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 30

เลือดแลกเลือด

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ภาพถ่ายใบนั้น... คือคำตอบของทุกอย่างที่นายพยายามตามหาใช่ไหม ศิลา?” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางความเงียบงันในห้องนิรภัยที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของสารเคมีและโลหะเก่าเก็บ เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของศิลาไม่ได้จับจ้องที่เธอ แต่กลับตรึงอยู่บนหน้าจอที่ยังคงฉายภาพใบหน้านั่น—ใบหน้าที่เขามักจะเห็นในกระจกเงาทุกเช้า ทว่าวันนี้มันกลับถูกวางเคียงข้างกับชายผู้ที่เขาเกลียดชังที่สุดในโลก ศิลาไม่ตอบ เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่สันมือปูดโปน ความทรงจำที่กระจัดกระจายราวกับเศษกระจกในหัวเขากำลังกรีดลึก ความอบอุ่นในวัยเด็กที่เขาเคยเชื่อมั่นว่าเป็นของตน กลับกลายเป็นเพียงชุดข้อมูลที่ถูกปลูกฝังลงมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง “ดร.อคินไม่ได้สร้างคนขึ้นมาเพื่อเป็นแค่พนักงาน” ศิลาแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยันตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบ “เขาไม่ได้สร้างพนักงาน... เขาผลิตอาวุธที่มีหัวใจไว้สำหรับเป็นอะไหล่สำรอง” “เราต้องไปจากที่นี่” รินรดาคว้าข้อมือเขาไว้ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็กรีดร้องขึ้นทั่วทั้งตึก แสงสีแดงฉานสาดส่องผ่านรอยแยกของประตูเหล็กกล้า ตามมาด้วยเสียงรองเท้าคอมแบตที่กระทบพื้นคอนกรีตอย่างเป็นจังหวะหนักแน่น—พวกทีมรักษาความปลอดภัยของเมมโมเรียมาถึงแล้ว ประตูเหล็กถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล เศษโลหะกระเด็นว่อนไปทั่วทิศ ศิลาผลักรินรดาไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณดิบที่ฝังลึกในตัวสั่งให้เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มชายชุดดำที่กรูเข้ามาทันที *เลือดแลกเลือด* นั่นคือสิ่งเดียวที่ศิลาคิดได้ในตอนนี้ เขาเหวี่ยงหมัดเข้าที่ขากรรไกรของชายคนแรกอย่างแม่นยำจนร่างนั้นทรุดฮวบ ก่อนจะคว้าปืนพกจากเอวของอีกคนแล้วใช้สันปืนฟาดเข้าที่ขมับอย่างรุนแรง ทุกการเคลื่อนไหวของศิลาเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาด ไร้ความปรานี ราวกับถูกตั้งโปรแกรมให้กำจัดเป้าหมายโดยไม่ให้คลาดเคลื่อน “ศิลา! อย่าทำแบบนี้!” รินรดาร้องเตือน เมื่อเห็นศิลาเริ่มเสียสมาธิ เขาไม่เพียงแค่ป้องกันตัว แต่เขากำลังบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าที่ถูกขังอยู่ในกรง “ริน ออกไป!” เขาตวาดกลับขณะที่หลบกระสุนเฉี่ยวแก้มซ้ายไปเพียงมิลลิเมตร เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากแผลเป็นบนใบหน้า แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด สิ่งที่เขารู้สึกมีเพียงความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นเหมือนลาวาจากภูเขาไฟที่ดับไปนาน ศิลาอาศัยจังหวะที่ศัตรูประมาท สไลด์ตัวเข้าไปใกล้กับเสาเหล็กกลางห้อง ก่อนจะกระชากสายเคเบิลไฟฟ้าแรงสูงลงมาให้พาดผ่านพื้นเปียกแฉะที่เต็มไปด้วยน้ำหล่อเย็น ความแรงของกระแสไฟที่ช็อตเข้าใส่พวกชุดดำทำให้ร่างเหล่านั้นกระตุกและล้มลงไปกองกับพื้น กลิ่นเนื้อไหม้คลุ้งไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้น เสียงปรบมือที่ดูเชื่องช้าและมั่นคงดังมาจากเงามืดด้านหลังห้อง “ไม่เลวเลย... ลูกชาย” ร่างของ ดร.อคิน ก้าวออกมาจากความมืด ในมือเขามีอุปกรณ์ควบคุมขนาดเล็กที่ส่องแสงสีฟ้าอ่อน ศิลาหยุดชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในสมองส่วนกลาง “แกไม่ใช่พ่อฉัน!” ศิลาตะโกนสุดเสียง ความทรงจำภาพเก่าๆ ที่เขาเคยเชื่อว่าเป็นครอบครัวพังทลายลงต่อหน้าต่อตา “พ่อหรือผู้สร้าง... ความหมายไม่ต่างกันหรอกศิลา” ดร.อคินยิ้มเย็น สายตาคมกริบจ้องมองรินรดาที่กำลังพยายามหาทางหนี “เธอคงคิดว่าความทรงจำที่ขโมยมาได้จากฐานข้อมูลของฉันมันมีค่าสินะรินรดา? แต่เธอรู้อะไรไหม... ความทรงจำของศิลาน่ะ มันถูกเขียนทับได้ตลอดเวลา” นิ้วของ ดร.อคินกดปุ่มบนอุปกรณ์ในมือ ศิลาทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น เขาจับศีรษะตัวเองไว้แน่น เสียงหวีดหวิวในหูเขาดังขึ้นจนแทบจะระเบิดสมอง ภาพถ่ายที่เคยเห็นในหน้าจอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจังหวะการกดปุ่มของ ดร.อคิน มันไม่ใช่ภาพของเขาในวัยเด็ก แต่มันคือภาพของศิลาในหลายๆ รูปแบบ—ศิลาในชุดทหาร, ศิลาในชุดนักวิทยาศาสตร์, และศิลาในสภาพที่ไร้สติบนเตียงทดลอง “นายไม่มีชื่อจริงๆ หรอกศิลา” ดร.อคินกล่าวเสียงเรียบ “นายเป็นเพียง 'รุ่นที่ 0' ของโครงการที่ล้มเหลวที่สุดของฉัน” รินรดาเบิกตากว้าง เธอคว้าปืนขึ้นเล็งไปที่ ดร.อคิน แต่ศิลาที่ควรจะไร้ทางสู้กลับเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความแค้นที่มืดดำยิ่งกว่าก้นบึ้งของมหาสมุทร “ถ้าฉันเป็นแค่รุ่นที่ล้มเหลว...” ศิลายันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยไอความร้อนที่เกิดจากความอดทนถึงขีดสุด “งั้นฉันก็จะพิสูจน์ให้แกเห็นว่า... ขยะที่แกสร้างขึ้นมาเนี่ยแหละ ที่จะฝังศพแกด้วยมือของมันเอง” ศิลาพุ่งตัวออกไปราวกับกระสุนปืน ดร.อคินก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ ขณะที่อุปกรณ์ในมือของเขาเริ่มส่งเสียงเตือนถึงความผิดปกติบางอย่าง ในจังหวะที่ศิลากำลังจะคว้าคอเสื้อ ดร.อคินได้สำเร็จ หน้าจอเล็กๆ ที่เคยฉายภาพถ่ายของเขาเมื่อครู่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน มันไม่ได้ฉายภาพ ดร.อคิน หรือตัวเขาอีกต่อไป แต่ทว่า... มันกลับฉายภาพของรินรดาที่กำลังยืนอยู่ในห้องนี้ในมุมมองที่ราวกับมีคนแอบถ่ายเธอผ่านกล้องวงจรปิดจากฝั่งตรงข้าม และที่น่าตกใจที่สุด คือในภาพนั้น รินรดากำลังถือเข็มฉีดยาที่มีของเหลวสีดำเตรียมจะแทงเข้าที่ลำคอของศิลา ศิลาหยุดชะงักกลางอากาศ รินรดาชะงักค้างด้วยความงุนงง เสียงหัวเราะของ ดร.อคินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง “นึกไม่ถึงใช่ไหมล่ะ ว่าในขณะที่นายกำลังปกป้องเธอ... เธอเองนั่นแหละที่เป็นคนทำเครื่องหมายให้ฉันมาเก็บกวาดนายทิ้ง!” ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ เมทริกซ์ซีโร่ครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%