“เธอเรียกมันว่าความบังเอิญงั้นเหรอ รินรดา?”
เสียงของศิลาแหบพร่า ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคมมาอย่างดี เขาไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงที่สงบนิ่งผิดปกติกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรความจำ
ศิลาขว้างแผ่นชิปหน่วยความจำสีเงินวาวลงบนโต๊ะไม้โอ๊ก เสียงกระทบของมันดังก้องกังวานซ้ำเติมความเงียบที่น่าอึดอัด รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงขวดโหลบรรจุไอระเหยแห่งความทรงจำ ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอสั่นระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว—ทว่าศิลาเห็นมันทัน
“ศิ... ฉันว่าเราควรใจเย็นๆ ก่อน เรื่องที่ดร.อคินพูด มันอาจเป็นแค่เกมปั่นประสาท” รินรดาเอ่ยขึ้น เธอพยายามก้าวเข้ามาใกล้ แต่ศิลาถอยกรูดออกไปหนึ่งก้าว ระยะห่างนั้นกว้างพอที่จะกลายเป็นกำแพงระหว่างเขากับเธอ
“ดร.อคินพูดเรื่องที่ไม่มีใครรู้ นอกจากตัวผม... และคนที่เคย ‘เห็น’ มัน” ศิลาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านหมอกนั้น “ตอนที่เขาพูดประโยคนั้น... มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ และในวินาทีที่เขากล่าวหาว่าเธอเป็นคนหักหลังผม ผมเห็นภาพหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว... ภาพที่ผมไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้นเอง”
รินรดานิ่งงัน เธอหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังชั่งใจกับสิ่งที่ต้องเผชิญ “นายเห็นอะไร”
“ผมเห็นรอยแผลเป็น... รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่ซ้ายของผม” ศิลาพูดเสียงสั่น เขาขยับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่เขาไม่เคยเข้าใจว่ามันมาจากไหน “ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยจนกระทั่งเมื่อกี้... ในภาพความทรงจำที่ผุดขึ้นมา มันเป็นภาพที่ผมกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องแล็บปิดตายแห่งหนึ่ง และคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง... คนที่บรรจงใช้มีดผ่าตัดสร้างรอยแผลนี้ลงบนผิวหนังของผม เพื่อเป็น ‘รหัสลับ’ ในการระบุตัวตน... คือเธอนะ รินรดา”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว รินรดาไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงแต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ ซึ่งนั่นคือคำสารภาพที่ชัดเจนที่สุดสำหรับศิลา ความขัดแย้งในใจของเขาพุ่งสูงจนเกือบจะควบคุมไม่อยู่ ทั้งความผูกพันที่เขามีต่อเธอ และความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นราวกับพายุร้าย
“ทำไม...” เขาเค้นเสียงถาม “ทำไมต้องเป็นผม? ทำไมต้องเป็นความทรงจำของผมที่เธอต้องเข้ามาคลุกคลีด้วย?”
“เพราะนายไม่ใช่แค่คนไข้ นายคือ ‘ต้นแบบ’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่พ่อฉันเคยสร้างขึ้นมา” รินรดากลั้นสะอื้น “ศิลา... ทุกภาพที่นายเห็นในหัว ทุกความรู้สึกที่นายคิดว่ามันเป็นของตัวเอง ความจริงแล้วมันคือเศษเสี้ยวความทรงจำของคนนับพันคนที่ถูกคัดแยกและยัดเยียดเข้าไปเพื่อสร้าง ‘อาวุธ’ ที่ไร้ตัวตน... และรอยแผลนั่น ไม่ใช่การทำเครื่องหมายเพื่อกำจัด แต่มันคือ ‘กุญแจ’ ที่ใช้ปลดล็อกสวิตช์ในสมองของนาย ก่อนที่ดร.อคินจะทำลายมันทิ้งเสียก่อน”
ศิลาตกตะลึงจนร่างชาหนึบ ความคิดที่ว่าเขาเป็นเพียงร่างจำลองที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวคนอื่นกระแทกเข้ากลางใจอย่างแรง ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปคาดคั้นความจริงทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
“ดูเหมือนเราจะคุยกันนานเกินไปหน่อยนะ” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของดร.อคินดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดหน่วยรักษาความปลอดภัยของเมมโมเรียล้อมหน้าล้อมหลัง
“รินรดา ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่า ‘ความทรงจำที่ผิดที่’ มักนำมาซึ่งหายนะ” ดร.อคินแสยะยิ้ม มองดูศิลาที่ยืนตัวแข็งทื่อ “นายอาจจะกำลังสงสัยว่าทำไมรอยแผลนั่นถึงทำให้จำอะไรได้บ้างอย่าง... เอาล่ะศิลา ลองตั้งสมาธิให้ดี ลองนึกถึงวันที่นาย ‘ฆ่า’ พ่อของเธอด้วยมือคู่นี้ดูสิ... จำได้หรือยัง?”
ภาพนิมิตอันโหดร้ายซ้อนทับเข้ามาในสมองของศิลาเหมือนหน้ากระดาษที่ถูกฉีกกระชาก เขาเห็นตัวเองถือปืนกระบอกหนึ่ง เล็งไปที่ชายชราคนหนึ่งในห้องแล็บมืดมิด และเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวนั้น... มันคือเสียงเดียวกับที่ฝังอยู่ในโสตประสาทของเขามาตลอดชีวิต
รินรดาเบิกตากว้าง เธอถอยกรูดไปพิงกำแพงอย่างหมดแรง ในขณะที่ดร.อคินก้าวเข้ามาหาศิลา มือที่สวมถุงมือหนังสีดำเอื้อมมาแตะที่ขมับของศิลาแผ่วเบา
“ไม่ต้องกังวลไปนะศิลา... เพราะเมื่อตอนที่ 32 เริ่มต้นขึ้น นายจะไม่มีโอกาสได้สงสัยเรื่องอะไรอีกเลย... เพราะฉันจะล้างความทรงจำของนายให้สะอาดเอี่ยม เหมือนผืนผ้าใบที่ยังไม่ได้ถูกแต้มสี”
ศิลารู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากนิ้วมือของอคิน ความทรงจำทั้งหมดของเขากำลังมอดไหม้ลงอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่สติเขากำลังจะดับวูบลง เขากลับเห็นรินรดาหยิบเครื่องมือแปลกประหลาดบางอย่างออกมาจากใต้โต๊ะ—มันคือรีโมทคอนโทรลที่สามารถเปิดใช้งาน ‘รอยแผลเป็น’ บนหัวไหล่ของเขาได้อีกครั้ง
เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำลายเขา... แต่เธอตั้งใจจะทำลาย ‘บางอย่าง’ ที่อยู่ในสมองของเขาพร้อมกับตัวเธอเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในสายหมอกแห่งความทรงจำนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 31
รอยแผลเป็นในใจ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!