“คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนถือไพ่เหนือกว่างั้นหรือ ศิลา?”
เสียงของดร.อคินก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้องนิรภัยที่รายล้อมด้วยแสงสีฟ้าสลัว มันไม่ใช่เสียงตะโกน แต่เป็นความเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยอำนาจการกดทับ ศิลาชะงักฝ่ามือที่กำลังกดรหัสผ่านลงบนแผงควบคุมหลัก สัญญาณสื่อสารปริศนาที่แทรกซึมเข้ามาในระบบประสาทของเขาไม่ใช่เพียงแค่เสียงเรียกเข้า แต่มันคือการประกาศศักดาของผู้ที่เฝ้ามองเขาจากมุมมืดเสมอมา
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นโอโซนและไอเย็นของเซิร์ฟเวอร์ยักษ์ทำเอาเขารู้สึกเหมือนปอดถูกแช่แข็ง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในกะโหลกศีรษะ—ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขา มันกรีดร้องถึงความสูญเสียในห้องแล็บใต้ดินเมื่อสิบปีก่อน
“ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเหนือกว่า” ศิลาตอบกลับ เสียงของเขาเรียบสนิทราวกับผืนน้ำในยามไร้ลม “ผมแค่กำลังปิดบัญชีที่พวกคุณเป็นคนเปิดไว้”
“บัญชีงั้นหรือ?” ดร.อคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช “คนอย่างเธอเข้าใจคำว่า ‘ความทรงจำ’ จริงๆ หรือเปล่า หรือเข้าใจเพียงแค่เศษเสี้ยวของชุดข้อมูลที่เธอขโมยมาได้ ถ้าเธออยากรู้ว่า ‘บางอย่าง’ ที่รินรดาพยายามทำลายทิ้งคืออะไร ก็จงวางอาวุธลง แล้วฟังคำสารภาพของฉันในฐานะผู้สร้างซะ”
ศิลาหันมองรินรดาที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เธอมีใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาของเธอดูลุกลี้ลุกลนราวกับกำลังชั่งใจระหว่างการตัดวงจรไฟฟ้าทิ้ง หรือการปล่อยให้ศิลาเดินหน้าเข้าสู่กับดักที่มองไม่เห็น
“อย่าฟังมัน ศิลา” รินรดากระซิบ น้ำเสียงสั่นเครือ “นั่นไม่ใช่ดร.อคินที่ฉันรู้จัก เขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา เขามาเพื่อลบตัวตนของคุณทิ้ง”
“ผมจำเป็นต้องรู้” ศิลาตอบพลางหันกลับไปเผชิญหน้ากับหน้าจอหลักที่บัดนี้ปรากฏใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพล ดร.อคินดูอ่อนล้าแต่แววตาของเขายังคงคมกริบดุจมีดโกน
“เธอรู้ไหมศิลา” ดร.อคินเริ่มบทสนทนาต่อโดยไม่สนใจคำทัดทาน “ทำไมสมองของเธอถึงรองรับข้อมูลมหาศาลขนาดนั้นได้โดยที่กะโหลกไม่ระเบิดออกมา? เพราะเธอมันไม่ใช่ ‘คน’ ตั้งแต่แรก แต่เป็น ‘ภาชนะ’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บกักความเจ็บปวดที่มนุษย์อย่างเราไม่อาจแบกรับ... รวมถึงความทรงจำของรินรดาด้วย”
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงแรงกระชากในจิตใจ ราวกับมีใครบางคนมาดึงเข็มทิศในหัวของเขาให้หมุนคว้าง รินรดาเบือนหน้าหนี มือของเธอสั่นจนต้องกำหมัดแน่น
“คุณหมายความว่ายังไง” ศิลาถาม เสียงเริ่มแหบพร่า
“ถามเธอสิ” อคินยิ้มเหี้ยม “ถามสิว่าทำไมเธอถึงเลือกที่จะ ‘ทำลาย’ สิ่งนั้นในหัวเธอ พร้อมกับตัวเธอเอง? เพราะถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ ความลับที่เธอเก็บไว้เกี่ยวกับตระกูลของเธอ... และตัวตนที่แท้จริงของศิลา จะทำลายเมมโมเรียจนไม่เหลือซาก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ราวกับเวลาหยุดหมุน ศิลาหันไปมองรินรดา สายตาของเขามีความสับสนปนเปไปกับความเจ็บปวดลึกๆ เขาเห็นหยาดน้ำตาที่รินรดาพยายามกลั้นไว้ เธอไม่ได้เพียงแค่เป็นคู่คิด เธอคือ ‘ผู้คุม’ ของโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น และตัวเขา—ศิลา—อาจเป็นเพียงแค่คลังเก็บความลับที่ถูกลบไปแล้ว
“ศิลา ฟังนะ...” รินรดาเริ่มก้าวเข้ามาหาเขา “ฉันไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ แต่ถ้าฉันไม่ทำ... อคินก็จะใช้คุณเป็นอาวุธล้างสมองคนทั้งเมือง ฉันพยายามจะช่วยคุณให้พ้นจากความทรมาน แต่ดูเหมือนเขาจะดึงคุณกลับมาที่จุดเดิมอีกครั้ง”
“เธอกำลังโกหกเขา ศิลา” อคินขัดจังหวะทันที “เธอไม่เคยต้องการช่วยเธอ เธอแค่ต้องการรหัสเข้าถึงฐานข้อมูล ‘ซีโร่พอยต์’ ที่ฝังอยู่ในก้านสมองของเธอ ถ้าเธอตาย ข้อมูลนั้นจะถูกเข้ารหัสถาวร ไม่มีใครเอาออกมาได้อีกเลย”
ศิลาเริ่มรู้สึกถึงความหนักอึ้งในศีรษะ ปวดแสบราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วสมอง ความทรงจำที่เขาเคยคิดว่ามันคือ ‘ปมหลัง’ เริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นภาพของรินรดาที่ยืนถือเข็มฉีดยาอยู่เหนือร่างของเขาเมื่อหลายปีก่อน... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ใครคือศิลาที่แท้จริงกันแน่?” เขาถามขึ้นมาลอยๆ แต่ดวงตายังคงจ้องเขม็งไปที่รินรดา “รินรดา... บอกผมมาว่าผมเป็นใครกันแน่ ก่อนที่ระบบประสาทของผมจะถูกสั่งทำลายทิ้งตามคำสั่งของพวกคุณทั้งสองคน”
รินรดาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหยิบปืนพกขนาดเล็กออกมาจากใต้เสื้อโค้ท แต่มันไม่ได้เล็งไปที่ศิลา เธอเล็งไปที่แผงควบคุมของเมมโมเรียที่เชื่อมต่อกับสมองของเขา
“ขอโทษนะศิลา” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย “คุณไม่ใช่ศิลา... คุณเป็นเพียงร่างจำลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับบุคลิกของคนที่ตายไปแล้วจริงๆ และตอนนี้... ถึงเวลาที่คุณจะต้องตื่นจากการหลับใหลที่ไม่มีวันสิ้นสุดสักที”
นิ้วของรินรดาแตะลงบนไกปืน พร้อมๆ กับที่เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วทั้งอาคาร ดร.อคินบนหน้าจอระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งในวินาทีที่แสงสีแดงฉานอาบย้อมไปทั่วห้องโถงกว้าง
และในชั่วพริบตาที่ศิลากำลังจะเอื้อมมือไปคว้าตัวรินรดา พื้นห้องใต้เท้าของเขากลับเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง... และเสียงของเขาเองที่ดังขึ้นมาจากลำโพงในห้อง ทั้งที่ปากของเขายังไม่ได้ขยับแม้แต่คำเดียว
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 32
คำสารภาพของดร.อคิน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!