"อย่าให้กระสุนนัดสุดท้ายสูญเปล่า จำไว้ว่าเป้าหมายของเราไม่ใช่การทำลายตึกนี้ แต่คือการควักหัวใจของมันออกมา"
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบของรินรดาแทรกผ่านความเงียบงันในโถงทางเดินชั้นใต้ดินระดับห้า ของตึกเมมโมเรีย กลิ่นโอโซนจากเครื่องปั่นไฟขนาดมหึมาคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ศิลาหยุดฝีเท้าลง เขาเลื่อนมือไปแตะที่สันปืนพกข้างเอว ความเย็นของโลหะเตือนสติว่านี่ไม่ใช่ความฝันที่เขาจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าทุกอย่างปกติสุข
"หัวใจของมันคือระบบฐานข้อมูลกลาง หรือความลับที่อคินเก็บซ่อนไว้ในสมองของเขาเองกันแน่" ศิลาถามกลับ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ตัดกับความมืดมิดของบรรยากาศที่แผ่ซ่าน
รินรดาชะงัก เธอหันมาสบตาเขา แสงไฟสลัวจากเพดานสะท้อนกับแว่นตาของเธอจนมองไม่เห็นประกายในดวงตา "สำหรับอคิน สองสิ่งนั้นคือเรื่องเดียวกัน ศิลา... ถ้าเราทำลายส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็จะตายตามไป จงจำไว้ว่าความทรงจำที่นายเห็นในหัวตัวเองตลอดเวลาที่ผ่านมา มันไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มันคือเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงตึกนี้อยู่"
คำพูดนั้นเสียดแทงใจศิลาเสมือนมีดกรีด เขารู้สึกถึงความสั่นไหวในจิตใต้สำนึก ภาพใบหน้าของหญิงสาวที่ไม่รู้จักลอยวนเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดที่ฝังรากลึก ความทรงจำที่เขาเคยคิดว่าเป็นของตน แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงข้อมูลที่ถูก 'อัปโหลด' เข้ามาเพื่อสร้างตัวตนที่สมบูรณ์แบบให้กับหมากตัวหนึ่งในกระดานของอคิน
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยที่เงียบเชียบแต่แหลมคมก็กรีดผ่านอากาศ ระบบรักษาความปลอดภัยเลเซอร์สีแดงฉานพุ่งกระจายจากผนังรอบทิศทาง กั้นทางเดินของพวกเขาไว้เป็นช่องตาราง ศิลาพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ้งตัวผ่านช่องว่างแคบๆ ของแสงเลเซอร์ก่อนจะลุกขึ้นยืนในท่าเตรียมพร้อม พลังของเขามันต่างจากคนอื่น เขาสามารถมองเห็นความถี่ของแสงที่กำลังสั่นไหว เขาเห็น 'รอยแยก' ของระบบ
"ริน! ตามมาให้ติด อย่าให้แสงนั่นแตะตัวเธอ" ศิลาตะโกนขณะกระชากแขนหญิงสาวให้หลบเข้ามุมอับ
"นั่นไม่ใช่แค่ระบบเลเซอร์ธรรมดา มันคือเครื่องอ่านม่านตาและวิเคราะห์คลื่นสมอง อคินรู้แล้วว่าเรามาถึงจุดนี้" รินรดากระหืดกระหอบ เธอหยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นจิ๋วออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เริ่มรัวนิ้วลงบนแผงควบคุมเพื่อทำการ 'แทรกแซง' (Hack) ระบบ
วินาทีนั้น ประตูบานยักษ์ที่ทำจากไทเทเนียมอัลลอยด์ที่อยู่สุดทางเดินก็เปิดออกช้าๆ เสียงกลไกเฟืองเหล็กบดขยี้กันดังสนั่นจนน่าขนลุก ดร. อคิน ก้าวออกมาจากความมืดมิด เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาสวมชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตบางเฉียบไว้ ราวกับว่านี่คือการประชุมธุรกิจมากกว่าการถูกบุกรุก
"พวกคุณมาเร็วกว่าที่ผมคำนวณไว้สามนาทีสิบสองวินาที" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม "ศิลา คุณยังคงดิ้นรนเพื่อหาคำตอบของชีวิตที่ว่างเปล่า ทั้งที่จริงๆ แล้ว... คุณก็แค่เศษเสี้ยวของความทรงจำที่ผมทิ้งขว้างไปเท่านั้น"
ศิลากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "แกโกหก ความทรงจำนี้... มันเจ็บปวดเกินกว่าที่จะเป็นแค่ข้อมูลขยะของแก!"
"เจ็บปวดเหรอ?" อคินยิ้มที่มุมปาก "ความเจ็บปวดเป็นเพียงอัลกอริทึมที่ผมใส่ลงไปเพื่อให้คุณรู้สึก 'มีชีวิต' ไงล่ะ ถ้าคุณไม่มีความเจ็บปวด คุณก็จะไม่มีความต้องการ และถ้าคุณไม่มีความต้องการ คุณก็จะเป็นเพียงหุ่นยนต์ที่เดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย เหมือนกับพวกคนในเมืองข้างนอกนั่น"
รินรดาที่กำลังรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดอย่างบ้าคลั่งชะงักกึก เธอเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด "ศิลา... อย่าไปฟังมัน มันกำลังพยายามเชื่อมต่อคลื่นสมองของเรากับระบบเซิร์ฟเวอร์ ถ้าเราหยุดมันไม่ได้ ตอนนี้เรากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของฐานข้อมูลของมันโดยไม่รู้ตัว"
"สายไปแล้วรินรดา" อคินกล่าวพลางกดปุ่มบนแท็บเล็ต ในชั่วพริบตา แสงสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วโถงทางเดิน ศิลาทรุดเข่าลงกับพื้น เขาพยายามประคองสติ แต่ในหัวของเขาเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ความทรงจำหลายร้อยฉากหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกัน ภาพการทดลองที่โหดร้าย เสียงกรีดร้องของมนุษย์ที่กลายเป็นตัวเลขดิจิทัล และใบหน้าของเขาเอง... ที่ยืนอยู่ข้างอคินในวันก่อตั้งเมมโมเรีย
ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัว เขาพยายามจะชักปืน แต่แขนของเขากลับขยับไม่ได้ตามคำสั่ง
อคินเดินเข้ามาใกล้ ชายวัยกลางคนก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเขา "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... หุ้นส่วนคนสำคัญของผม ความลับที่นายตามหา ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในตึกนี้ แต่มันอยู่ในความทรงจำที่นายสั่งให้ตัวเองลบไปเพราะรับความจริงไม่ได้ว่า... มือของนายเองก็เปื้อนเลือดไม่ต่างจากฉัน"
ศิลาเบิกตากว้าง ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแล่นเข้าสู่หัวใจ เมื่อเขาพบว่าสิ่งที่อคินพูดนั้นเริ่มกลายเป็น 'ความทรงจำ' ที่แจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ในหัวของเขาเอง
ท่ามกลางแสงไฟที่กะพริบถี่ รินรดาคว้าปืนขึ้นเล็งไปที่อคิน ทว่าเธอกลับต้องชะงักค้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์บางอย่างบนข้อมือของศิลา—สัญลักษณ์ที่เป็นตราสัญลักษณ์ของผู้สร้างระบบเมมโมเรียรุ่นที่ศูนย์—เธอกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังในขณะที่ประตูเหล็กด้านหลังของพวกเขากำลังปิดลงช้าๆ ตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 38
ก้าวเข้าสู่รังมังกร
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!