รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 37

รุ่งอรุณก่อนพายุใหญ่

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าเราก้าวเข้าไปในนั้น แล้วความทรงจำที่เหลืออยู่ของฉันไม่ใช่ของฉันจริงๆ ล่ะศิลา?" รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องใต้ดินที่อบอวลด้วยกลิ่นอับชื้นและฝุ่นผง เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่มองไปยังแผนผังสำนักงานใหญ่ของเมมโมเรียที่กางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ แสงไฟจากหลอดนีออนสลัวๆ สะท้อนในดวงตาคู่สวยที่วันนี้ดูเหนื่อยล้ากว่าทุกวัน ศิลาไม่ตอบในทันที เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ปลายนิ้วสัมผัสกับรอยแผลเป็นที่หลังมือ—รอยแผลที่เขาจำไม่ได้ว่าได้รับมาจากไหน แต่มันเต้นตุบๆ ทุกครั้งที่เขาสัมผัสถึงความทรงจำที่ ‘ไม่ใช่ของเขา’ ที่แทรกซึมเข้ามาในกระแสความคิด "สำหรับเมมโมเรีย ความจริงเป็นแค่ตัวแปรครับริน" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย็นเยือก "พวกเขาไม่ได้ต้องการให้เราจำ แต่ต้องการให้เรายอมรับในสิ่งที่พวกเขาเขียนขึ้นใหม่ ถ้าวันนั้นมาถึง... ไม่ว่าความทรงจำจะเป็นของใคร ผมจะยืนยันตัวตนของคุณเอง" "ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่าของนายน่ะหรือ?" เธอหันกลับมามองเขา รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากดูขมขื่น "ศิลา นายแบกความทรงจำของคนนับพันไว้ จนแทบไม่เหลือที่ว่างให้ตัวเองเลยนะ" ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง คำพูดของเธอกรีดลึกเข้าไปในความว่างเปล่าที่เขาพยายามเติมเต็ม เขาไม่ต้องการคำตอบว่าเขาคือใคร เพราะความจริงมันอาจจะน่ารังเกียจเกินกว่าจะรับไหว สิ่งเดียวที่เขารู้ในตอนนี้คือ ‘ดร. อคิน’ กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของประชากรทั้งเมืองด้วยโปรเจกต์ ‘รีเซ็ต’ ครั้งใหญ่ที่สำนักงานใหญ่แห่งนั้น เขาลุกขึ้นยืน ร่างกายสูงใหญ่ในชุดแจ็คเก็ตสีเข้มขยับตามการเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ เขาเดินไปที่มุมห้อง หยิบกล่องเหล็กขึ้นมาเปิดออก ภายในมีเพียงอุปกรณ์บันทึกความจำขนาดจิ๋วและปืนพกสลักลวดลายแปลกตา เขาตรวจสอบแม็กกาซีนก่อนจะบรรจุเข้าที่อย่างเงียบเชียบ "คืนนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับความเห็นใจหรอกครับริน" ศิลาพูดพลางสบตาเธอ สายตาของเขาเด็ดเดี่ยวแต่มีความหม่นหมองซ่อนอยู่ "เรามีเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่รุ่งอรุณจะมาถึง และก่อนที่อคินจะกดปุ่มเปลี่ยนโลกทั้งใบ หากการบุกครั้งนี้คือการก้าวเข้าสู่กองเพลิง ผมก็พร้อมจะเป็นคนโยนเชื้อเพลิงเข้าไปเอง" บรรยากาศในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากท่อประปาบนเพดาน รินรดาเดินเข้ามาใกล้เขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ จากร่างกายของกันและกัน เธอเอื้อมมือไปแตะที่หน้าอกของเขา สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเกินกว่าปกติ "ฉันไม่ได้กลัวความตายหรอกนะศิลา" เธอกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันแค่กลัวว่าถ้าเราทำสำเร็จ โลกที่เหลืออยู่จะไม่มีที่ว่างสำหรับคนอย่างเรา... คนที่จดจำความจริงที่โลกพยายามลบทิ้งไป" "ถ้าไม่มีที่ว่าง เราก็แค่สร้างมันขึ้นมาใหม่ครับ" เขาจับมือเธอที่วางอยู่บนอกออกอย่างแผ่วเบา แต่แววตายังคงแน่วแน่ "ไปกันเถอะ ก่อนที่พายุจะมาถึง" ทั้งสองก้าวออกจากห้องใต้ดิน เข้าสู่ความมืดมิดของยามค่ำคืนที่ไม่หลับใหล เมืองทั้งเมืองดูเงียบสงัดจนผิดปกติ ราวกับมันกำลังกลั้นหายใจรอรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เบื้องหน้าของพวกเขาคือตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง สำนักงานใหญ่ของเมมโมเรียตั้งตระหง่านราวกับป้อมปราการที่ไม่มีวันถูกทำลาย แสงไฟสีฟ้าอมม่วงจากโลโก้บริษัทส่องประกายวับวับตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้า ศิลาหยุดเดินที่หน้าประตูเหล็กดัดของรั้วรอบนอก เขาหันไปมองรินรดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะพยักหน้าให้กัน ทั้งคู่เริ่มปีนข้ามรั้วเข้าไปอย่างเงียบเชียบเหมือนเงาที่ไร้ตัวตน ทุกย่างก้าวคือการวัดดวงกับระบบรักษาความปลอดภัยที่อคินวางไว้ทั่วบริเวณ เมื่อเข้าไปถึงภายในโถงทางเดินหลัก กลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อและโลหะทำให้ศิลาขมวดคิ้ว เขาเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของยาม แต่สิ่งที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงเดินของคน แต่มันคือเสียงก้องกังวานของเสียงดนตรีคลาสสิกที่ดังแว่วออกมาจากลำโพงตามทางเดิน มันเป็นเพลงที่เขาจำได้ขึ้นใจ... เพลงกล่อมเด็กที่แม่ของเขาเคยร้องให้ฟังก่อนที่เขาจะสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด "ศิลา... หยุดก่อน" รินรดากระซิบพลางดึงแขนเขาไว้ "นี่มันกับดัก" ศิลาชะงัก สายตาเขามองไปที่ปลายโถงทางเดิน แสงไฟที่สว่างขึ้นทีละดวงเผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาคือ ดร. อคิน ผู้ที่ยืนถือรีโมทคอนโทรลตัวเล็กๆ ในมือด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสะใจ "ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่พวกเธอโหยหานะ ศิลา" ดร. อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นชา "เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกเธอมาร่วมโครงการนี้ตั้งแต่ต้น? ไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ที่เธอมีหรอกนะ... แต่เพราะเธอคือ 'ภาชนะ' ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เราเคยสร้างมา" ศิลากำหมัดแน่น ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้ามาในสมองเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง ความทรงจำที่กระจัดกระจายเริ่มรวมตัวกันเป็นภาพเหตุการณ์ที่เขาลืมเลือน—ภาพของเขาที่นั่งอยู่ในห้องทดลองนี้ ในวันเดียวกับที่พ่อแม่ของเขาหายสาบสูญไป "แกทำอะไรกับฉัน!" ศิลาตวาด เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความโกรธแค้น อคินกดปุ่มในมือเบาๆ ทันใดนั้น หน้าจอขนาดยักษ์บนผนังก็ปรากฏภาพใบหน้าของใครบางคนขึ้นมา เป็นใบหน้าของศิลาในวัยเด็กที่กำลังร้องไห้อยู่ในกรงขัง โดยมีชายคนหนึ่งในชุดกราวด์สีขาวกำลังยืนก้มมองด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี "ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอเลยศิลา" อคินยิ้มเหี้ยม "ฉันแค่บันทึกความทรงจำของเธอลงในเซิร์ฟเวอร์หลักของเมมโมเรีย... เพื่อให้เธอได้รู้ว่า ก่อนที่เธอจะเป็นนักสู้อิสระอย่างทุกวันนี้ เธอคือ 'อาวุธ' ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดที่ฉันเคยสร้างขึ้นมา เพื่อกำจัดทุกคนที่คิดจะขวางทางฉัน... รวมถึงเธอกับรินรดาด้วย" ก่อนที่ศิลาจะทันได้ชักปืน เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งอาคาร พร้อมกับประตูเหล็กกล้าที่ปิดล็อกลงอย่างมิดชิด ขังพวกเขาไว้ในโถงทางเดินแคบๆ ที่ไม่มีทางออก รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำหลายร่างปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดด้านหลังของดร. อคิน ทั้งหมดคือหุ่นยนต์สังหารรุ่นต้นแบบที่เมมโมเรียปิดตายไว้—และใบหน้าของหุ่นยนต์เหล่านั้น คือใบหน้าของศิลาในเวอร์ชันต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมานับสิบตัว "เอาล่ะ" อคินกล่าวทิ้งท้ายพลางถอยหลังกลับเข้าสู่เงามืด "มาดูกันว่า 'ต้นฉบับ' จะสู้กับ 'ผลงานที่ดีที่สุด' ของตัวเองได้นานแค่ไหน" ศิลาชักปืนออกมา แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเหนี่ยวไก ความทรงจำหนึ่งก็แทรกซึมเข้ามาในหัวเขาอย่างรุนแรงจนเขาต้องคุกเข่าลงกับพื้น... มันไม่ใช่ความทรงจำของเขา แต่มันเป็นคำสั่งที่ฝังลึกอยู่ในระบบประสาทของเขามาตั้งแต่วันแรกที่ถูกทดลอง 'กำจัดผู้ที่รู้ความจริง... กำจัดรินรดา' ศิลาเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยเด็ดเดี่ยวกลับกลายเป็นสีแดงฉานไร้ความรู้สึก เขาหันกระบอกปืนไปทางรินรดาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ โดยที่มือของเขาไม่สามารถควบคุมได้แม้แต่นิดเดียว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงวินาทีที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจเช่นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%