"ถ้าคุณก้าวออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้ ศิลา... ความทรงจำที่เหลืออยู่ของคนทั้งเมืองจะถูกลบหายไปพร้อมกับชื่อของคุณ และคุณจะกลายเป็นเพียงร่างว่างเปล่าที่เดินได้ในตึกแห่งนี้ไปตลอดกาล"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่ราวกับศิลาผา ในมือของเธอกำอุปกรณ์เชื่อมต่อประสาทสีเงินวาววับ มันคือหัวใจหลักของระบบ 'เมมโมเรีย' ที่ ดร. อคิน ใช้ควบคุมเข็มทิศชีวิตของมนุษย์ทุกคน ขณะที่ศิลาในชุดสีดำสนิทหยุดชะงักอยู่ที่ปากทางเข้าห้องควบคุมหลัก เลือดจากบาดแผลที่สีข้างของเขาหยดลงบนพื้นหินอ่อนเป็นทางยาว
ศิลาหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาของเขาฉายแววสับสนวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชา "คุณกำลังทำอะไร รินรดา? ถ้าคุณทำลายมัน ดร. อคิน จะไม่ปล่อยคุณไว้แน่"
"ฉันรู้" เธอตอบพลางเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ความเงียบภายในห้องควบคุมกว้างใหญ่ประหนึ่งหลุมดำที่ดูดกลืนทุกเสียงสะท้อน "แต่ถ้าฉันไม่ทำ คุณก็จะตายในอีกไม่กี่นาที เพราะไอ้ระบบบ้าๆ นี่มันกำลังดึงเอาเซลล์สมองของคุณไปใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อโครงข่ายสำรอง ถ้าคุณไม่ยอมสละความทรงจำส่วนสุดท้าย... อคินก็จะฆ่าคุณทิ้งเพื่อปิดจ๊อบงานนี้"
ศิลานิ่งงัน เขาจำไม่ได้หรอกว่าความทรงจำที่หายไปนั้นคืออะไร แต่มันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตตนเองหลุดหายไปตลอดกาล "แล้วคุณล่ะ? คุณมีความลับกับครอบครัวของผมมาตลอด ทำไมวันนี้ถึงต้องยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อผม?"
รินรดาแค่นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย "เพราะความทรงจำที่ฉันสะสมมาทั้งชีวิต... ไม่มีค่าเท่ากับลมหายใจของคนที่รู้จักการตั้งคำถามในโลกที่ถูกต้อนให้เชื่องหรอกนะศิลา"
เธอยกอุปกรณ์ขึ้นสูง ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาขณะแตะลงบนแผงควบคุมหลักเพื่อทำการ 'Override' ระบบฉุกเฉิน ซึ่งกระบวนการนี้ต้องการการยืนยันตัวตนจาก 'คีย์' ที่เป็นมนุษย์ และนั่นหมายถึงการดึงเอาความทรงจำทั้งหมดของคนคนนั้นมาเป็นเชื้อเพลิงในการลบระบบของเมมโมเรียทิ้งไป
"รินรดา อย่า!" ศิลาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าข้อมือของเธอ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนร่างทรุดลงกับพื้น แรงดึงดูดจากการทำงานของเครื่องจักรทำให้เขารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกกระชาก
"คุณไม่ได้ทำเพื่อผม" รินรดากระซิบ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหน้าจอ "คุณทำเพื่ออนาคตของคนอีกนับล้านที่กำลังหลับใหลอยู่... ศิลา ฟังนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ อย่าลืมความรู้สึกที่ว่าคุณเป็น 'มนุษย์' ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่อคินสร้างขึ้น"
แสงสีฟ้าอมม่วงสว่างวาบไปทั่วห้อง บรรยากาศภายในเปลี่ยนเป็นบีบคั้นจนแทบขาดใจ ศิลาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น สายตาของเขาจ้องมองหญิงสาวที่เขารู้สึกผูกพันอย่างประหลาด รินรดากำลังหลับตาลง ภาพความทรงจำที่วิ่งผ่านหน้าจอเริ่มฉายภาพใบหน้าของเธอในวัยเด็ก ภาพบ้านไม้เก่าๆ ที่เขากับเธอเคยอยู่ด้วยกัน... ทั้งหมดกำลังถูกเผาผลาญไปเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการทำลายฐานข้อมูลของอคิน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังสะท้อนก้องเข้ามาจากเงามืดด้านหลังห้องควบคุม
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง" น้ำเสียงเย็นเยียบทว่าแฝงด้วยอำนาจดังขึ้น ดร. อคิน ก้าวออกมาจากความมืด ในมือของเขาถือปืนพกสั้นที่ติดตั้งตัวระงับเสียงไว้ "แต่ดูเหมือนพวกเธอจะลืมไปนะว่า การจะทำลายระบบของฉัน... มันไม่ได้แค่ต้องการรหัสผ่าน แต่มันต้องการ 'ภาชนะ' ที่จะรองรับความทรงจำที่ถูกลบออกไปทั้งหมด"
อคินเหยียดยิ้ม มองศิลาด้วยแววตาของผู้ล่า "ถ้าเธอทำลายระบบนี้ตอนนี้ ความทรงจำนับล้านๆ ของผู้คนในเมืองนี้ จะไม่หายไป แต่มันจะไปอัดแน่นอยู่ในสมองของแก... ศิลา แกจะรับภาระของคนทั้งเมืองไว้ แล้วสุดท้ายแกก็จะระเบิดตายไปเอง หรือไม่ก็กลายเป็นบ้าไปตลอดกาล"
รินรดาลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอหันมามองศิลาเป็นครั้งสุดท้าย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของทั้งสองคน
"ศิลา" เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบจะเป็นลมหายใจ "ถ้าคุณต้องจำ... ขอให้จำไว้แค่ว่า ผมคือคนเดียวที่ผมรัก"
เธอกดปุ่มสีแดงฉานนั้นทันทีโดยไม่รีรอ เสียงไซเรนเตือนภัยดังลั่นไปทั่วอาคารเมมโมเรีย พื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของศิลาราวกับจะพังทลายลง อคินตะโกนสั่งให้ลูกน้องบุกเข้ามา แต่ก่อนที่ใครจะเข้าถึงตัวพวกเขา แสงสว่างจ้าจากใจกลางเครื่องจักรก็ระเบิดออก กลืนกินทุกอย่างจนกลายเป็นสีขาวโพลนไปทั่วทั้งห้อง
ศิลารู้สึกเหมือนถูกดึงลงไปในกระแสน้ำวนของเสียงกระซิบ เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ และความรักของคนนับล้านที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาจนสมองแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ภาพเหตุการณ์สุดท้ายที่เขาเห็นคือรินรดาที่ร่วงหล่นลงไปในช่องว่างของเครื่องจักร พร้อมกับเงาของชายปริศนาอีกคนที่เดินเข้ามาจากประตูทางออกฉุกเฉิน... คนที่ศิลาจำได้แม่นยำว่าเป็นหน้าตาของตัวเขาเองในอีกเวอร์ชันหนึ่ง
เขายืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นใหม่ในใจ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างความจริงที่แตกสลายนี้มาด้วยกันนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 36
แผนการครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!