“หยุดนะ! รินรดา... บอกให้หยุดไง!”
เสียงตะคอกของศิลาดังลั่นห้องทำงานขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยเศษซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กลิ่นไหม้ของแผงวงจรคละคลุ้งไปทั่วอากาศ เขาทรุดตัวลงกับพื้น สองมือกุมขมับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายสั่นสะท้านราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
รินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการถอดรหัสไฟล์จากหน่วยความจำชิปสีเงินชะงักมือ เธอหันขวับมามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตระหนก “ศิลา? คุณเห็นอะไรอีก? ตั้งสติไว้ครับ มองหน้าผม... มองหน้าผมเดี๋ยวนี้!”
“มันไม่ใช่ของผม...” ศิลาคำรามในลำคอ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ “ภาพงานศพ... โลงไม้สีดำที่ไม่มีใครไปร่วมงาน... เสียงหัวเราะของคนคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก แต่มันกำลังกัดกินหัวใจผมอยู่... ดร.อคิน! มันไม่ใช่ความทรงจำ แต่มันคือคำสาป!”
ทุกภาพที่พรั่งพรูเข้ามาไม่ได้มาเป็นลำดับเหตุการณ์ แต่มันคือเศษเสี้ยวของชีวิตที่แตกสลาย ศิลาเห็นตัวเองในวัยเด็กกำลังร้องไห้อยู่ในห้องมืดมิด สลับกับภาพชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าของ ดร.อคิน กำลังบรรจงฉีดของเหลวสีฟ้าเข้าสู่เส้นเลือดที่ข้อมือของเขา ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกพรากตัวตนหลอมรวมกับความเคียดแค้นที่พุ่งพล่านจนเขารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง
“ศิลา ฟังผมนะ!” รินรดารีบพุ่งเข้าไปคว้าไหล่เขาไว้แน่น สัมผัสจากมือของเธอกำลังพยายามดึงเขากลับมาจากห้วงเหวแห่งความบ้าคลั่ง “ความทรงจำที่แล่นเข้ามานั่นคือ ‘ตะกอน’ ที่เมมโมเรียทิ้งไว้เพื่อล่อให้คุณหลงทาง ถ้าคุณยอมให้มันครอบงำ คุณจะกลายเป็นแค่หุ่นเชิดที่มีชื่อว่าศิลาตามที่เขาเขียนบทไว้”
ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร่ำไห้มาอย่างหนักหน่วง “แล้วตัวตนของผมล่ะรินรดา? ถ้าทุกอย่างที่ผมจำได้คือสิ่งที่คุณยัดเยียดมา หรือเป็นสิ่งที่อคินสร้างขึ้น... แล้วศิลาคนนี้เหลืออะไร?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของรินรดา เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความลับที่เธอแบกไว้หนักอึ้งกว่าที่ศิลาจะจินตนาการถึงได้ เธอไม่ใช่แค่คนที่ช่วยเขา แต่เธอคือคนที่ ‘เลือก’ จะลบความทรงจำบางส่วนของเขาออกไปในวันที่เขาถูกส่งตัวมาถึงมือเธอครั้งแรก
“คุณคือคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับความว่างเปล่านั่น” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธออ่อนลงและสั่นไหวเล็กน้อย “และนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้คุณยังเป็นศิลา... ศิลาที่เลือกจะเดินต่อแม้จะไม่มีอดีต”
ขณะที่บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้น จอภาพโฮโลแกรมที่รินรดาทิ้งไว้ก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง อักษรสีเลือดปรากฏบนหน้าจอ: *‘การทดลองหมายเลข 00: ความทรงจำที่หายไปมิใช่สิ่งสูญหาย แต่มันกำลังรอเวลาที่จะหวนคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง’*
ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสับสนที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เขาเดินตรงไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกเทียมของเมมโมเรีย
“อคินไม่ได้ต้องการแค่ควบคุมประชากรหรอกรินรดา” ศิลาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “เขาต้องการย้ายจิตสำนึกของตัวเองเข้าไปอยู่ในร่างของ ‘ต้นแบบ’... และร่างนั้น... ก็คือผม”
รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นไปตามกระดูกสันหลัง “คุณรู้ได้ยังไง?”
ศิลาหันกลับมา ยิ้มที่มุมปากเป็นยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโอหังและทิฐิที่เธอจำได้แม่นว่ามันเป็นของใคร... ของคนที่ควรจะตายไปเมื่อสิบปีก่อน
“เพราะตอนนี้...” ศิลาเว้นจังหวะ เสียงของเขาทุ้มต่ำและกังวาน “ผมเพิ่งได้รับความทรงจำส่วนสุดท้ายคืนมาครบถ้วนแล้ว ดร.อคิน”
ในวินาทีนั้น ประตูห้องถูกกระแทกจนพังพินาศ ชายในชุดสูทสีดำสนิทหลายคนก้าวเข้ามาพร้อมกับอาวุธที่ไม่ได้ใช้กระสุน แต่ใช้คลื่นความถี่ที่ทำลายระบบประสาท ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาต้องทรุดตัวลงกับพื้นไม่ใช่กลุ่มชายชุดดำ... แต่เป็นเงาร่างของคนที่เพิ่งก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามาด้านหลังกลุ่มคนเหล่านั้น
บุรุษที่มีใบหน้าเหมือนกับศิลาทุกประการ... คนที่สวมแว่นตากรอบเงินและมีรอยยิ้มเยือกเย็นแบบเดียวกับปีศาจ ดร.อคิน ตัวจริงยืนอยู่ที่นั่น พร้อมกับขยับนิ้วสั่งการบางอย่างที่ทำให้ศิลาที่อยู่ตรงหน้าเธอต้องกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานอีกครั้ง
“ในเมื่อแกอยากได้ตัวตนของข้ากลับไปนัก...” อคินเอ่ยเบาๆ ขณะก้าวเข้ามาใกล้ “ข้าก็ยินดีจะคืน ‘ความตาย’ ที่แกควรจะได้รับตั้งนานแล้วให้แก่แกเดี๋ยวนี้”
รินรดาพยายามหยิบปืนพกขึ้นมา แต่ทันใดนั้น ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบก็จ่อเข้าที่ขมับของเธอจากด้านหลัง พร้อมเสียงกระซิบที่คุ้นเคย
“อย่าขยับเลยครับคนสวย... เกมนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนเล่นกันหรอกนะ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 35 ของความจริงที่เริ่มบิดเบี้ยวนี้ด้วยกันนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 35
สมาธิที่แตกสลาย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!