“คุณกำลังจะฆ่าทุกคนที่ขวางทาง ไม่ใช่แค่เปิดโปงความจริงนะศิ!”
เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของโอโซนและไอระเหยจากเครื่องสแกนความทรงจำ เธอขว้างแท็บเล็ตข้อมูลลงบนโต๊ะโลหะจนเกิดเสียงดังสนั่น ศิลาไม่ได้หันไปมอง เขายังคงจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงโครงสร้างทางจิตของดร.อคินอย่างเย็นชา
“ถ้าต้องแลกกับการทำลายรากเหง้าที่บิดเบี้ยวของเมมโมเรีย ผมยินดีจะมือเปื้อนเลือด” ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขาดูว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ทว่าภายในความนิ่งสนิทนั้น กลับมีร่องรอยของความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็ง
รินรดาเดินเข้าไปใกล้เขา เธอพยายามสบตาเพื่อมองหาเศษเสี้ยวของชายหนุ่มที่เธอเคยเชื่อใจ “นั่นไม่ใช่ศิลาที่ฉันรู้จัก คุณกำลังกลายเป็นคนแบบเดียวกับที่พวกเราพยายามจะโค่นล้ม ความแค้นมันทำให้คุณมองไม่เห็นว่าชีวิตคนธรรมดาที่อยู่ในความดูแลของดร.อคินไม่ได้มีความผิดอะไรเลย พวกเขาเป็นเพียงเหยื่อ!”
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้ง “เหยื่อหรือ? พวกเขาเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกสวมกอดด้วยความจำปลอมๆ ต่างหากริน สิ่งที่ผมกำลังจะทำ คือการปลดปล่อยพวกเขาออกจากกรงขังที่มองไม่เห็น แม้ว่ากรงนั้นจะพังทลายลงมาทับพวกเขาตาย ผมก็คิดว่านั่นยังดีกว่าการอยู่อย่างซากศพที่มีชีวิต”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของศิลาสร้างแรงกดดันมหาศาลภายในห้องแคบๆ เขาก้มลงมองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ “คุณกลัวเหรอ? หรือจริงๆ แล้วคุณกลัวว่าถ้าดร.อคินล้มลง ความลับเรื่องครอบครัวของคุณที่ผูกติดอยู่กับเมมโมเรียจะถูกเปิดเผยไปด้วย”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของรินรดา สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “ถ้าฉันกลัว ฉันคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้กับคุณตั้งแต่แรก สิ่งที่ฉันกลัวคือการที่คุณจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น ต่างหากล่ะ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาหยิบอุปกรณ์บรรจุข้อมูลขึ้นมา มันคือไวรัสที่จะทำลายโครงสร้างการจัดเก็บความจำของประชากรทั้งเมือง หากเขาปล่อยมันลงในระบบเครือข่ายหลักของเมมโมเรีย พลเมืองนับล้านจะสูญเสียความทรงจำปัจจุบันไปตลอดกาล หรือแย่กว่านั้น... สมองของพวกเขาอาจจะช็อกจนกลายเป็นอัมพาต
“ถอยไปริน” ศิลาสั่งเสียงเข้ม
“ถ้าฉันไม่ถอยล่ะ?” รินรดาก้าวขวางหน้าเขาทันที มือของเธอคว้าเครื่องตัดสัญญาณในกระเป๋าเสื้อไว้แน่น “ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณตัดสินชะตากรรมของคนเป็นล้านด้วยโทสะเพียงชั่ววูบเด็ดขาด”
ศิลาขยับตัวรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ เขาคว้าข้อมือของเธอไว้ มืออีกข้างเอื้อมไปแย่งอุปกรณ์ตัดสัญญาณ จังหวะที่ร่างของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของกันและกัน ความโกรธเคืองที่เคยร้อนแรงแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่ซับซ้อน รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของศิลา เธอเห็นแสงวูบไหวในนั้น มันไม่ใช่ความแค้น แต่มันคือความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึกเกินกว่าใครจะเข้าใจ
“ศิ... หยุดเถอะ ก่อนที่คุณจะไม่มีทางกลับไปเป็นตัวเองได้อีก” เธอพึมพำ เสียงสั่นเครือ
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วมือของเขาที่บีบข้อมือเธอคลายออกเล็กน้อย เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากรินรดา มันเป็นสิ่งเดียวที่เขายึดเหนี่ยวไว้ได้ในโลกที่ความทรงจำของคนอื่นแทรกซึมเข้ามาจนแยกไม่ออกว่าตนเองคือใคร แต่ทว่า... วินาทีนั้นเอง เสียงเตือนภัยจากเครื่องตรวจจับที่ติดตั้งไว้ที่ทางเข้าฐานทัพลับก็ดังขึ้น
*สัญญาณไฟสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้อง*
ศิลาผละออกจากรินรดาทันที เขาหันไปดูหน้าจอเฝ้าระวัง ภาพในจอทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น กลุ่มชายในชุดสูทสีเทาเข้มไร้ใบหน้าตามแบบฉบับของหน่วยสืบราชการลับเมมโมเรีย กำลังพังประตูเหล็กเข้ามา และผู้นำกลุ่มนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นร่างเงาที่เขารู้จักดีที่สุด
“มันตามเรามาได้ยังไง...” รินรดาหน้าซีดเผือด
ศิลาคว้าอาวุธขึ้นมา สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดขาดอีกครั้ง “มันไม่ได้ตามมา แต่มันรอให้เราแสดงตัว”
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจดังผ่านลำโพงของห้องทำงาน ราวกับว่าเจ้าของเสียงนั้นยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาจริงๆ
“ศิลา... การที่แกพยายามจะล้มกระดานหมากของฉัน มันช่างน่าขัน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แกกำลังจะทำลายความทรงจำชิ้นสุดท้ายของแกเองในอีกสาม... สอง... หนึ่ง...”
สิ้นคำพูดของ ดร.อคิน ประตูห้องก็ระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล แรงปะทะผลักร่างของศิลาและรินรดากระเด็นไปคนละทิศทาง ท่ามกลางควันที่ฟุ้งกระจาย ร่างหนึ่งก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ในมือของเขามีแฟลชไดรฟ์สีเงินวาววับ มันคือข้อมูลต้นฉบับของโครงการ 'รอยจารึก' ซึ่งศิลาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า... มันไม่ได้อยู่ในตู้เซฟอย่างที่เขาคิด แต่กำลังถืออยู่ในมือของ ดร.อคิน ที่ฉีกยิ้มกว้างด้วยความสมเพช
ศิลาพยายามยันตัวขึ้น ทว่าเขากลับพบว่าที่ข้อมือของเขามีรอยสักประหลาดที่ค่อยๆ เรืองแสงขึ้นมา รอยสักที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ แต่มันกลับเชื่อมโยงโดยตรงกับระบบการควบคุมความจำที่กำลังจะถูกทำลาย
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเปิดเผยปมครั้งสำคัญนี้นะครับ เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 14
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!