รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 15

ค่ำคืนแห่งความทรงจำสีเลือด

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ถ้าแกยังไม่หยุดกรีดร้องในหัวฉัน... ฉันจะควักแกออกมาด้วยมือเปล่า!” ศิลาคำรามลั่นห้องมืดสนิท แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือที่ทุบลงบนโต๊ะไม้โอ๊กทำให้แก้วน้ำคริสตัลบนโต๊ะแตกร้าว เสียงของมันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทพอๆ กับเสียงของคนแปลกหน้าที่ตะโกนก้องอยู่ในสมองของเขา ความทรงจำที่ไม่ได้เป็นของเขา—กลิ่นคาวเลือดของใครบางคนในห้องขังใต้ดิน ความรู้สึกเจ็บแปลบเมื่อเข็มฉีดยาแทงทะลุผิวหนัง—มันกำลังหลอมรวมและกัดกินตัวตนของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี “ศิลา! ตั้งสติให้ได้!” รินรดาพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบของเธอไม่ได้รุนแรง แต่เพียงพอที่จะทำให้ศิลาชะงัก ดวงตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบราวกับจะระเบิดออกมา ภายในแววตาที่เคยสุขุมลุ่มลึก บัดนี้มันเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัวต่อสิ่งที่เขาเพิ่งจะ ‘เห็น’ “ริน... ออกไป...” เสียงเขาสั่นเครือ “ก่อนที่ฉันจะ... จำไม่ได้ว่าใครคือเธอ” “นายทำแบบนั้นไม่ได้ นายคือศิลา ไม่ใช่ไอ้เศษเสี้ยวความทรงจำขยะพวกนั้น!” รินรดาตะคอกกลับ สายตาของเธอเด็ดเดี่ยว เธอรู้ดีว่าความทรงจำที่ศิลาได้รับมาในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการแทรกซึมทางจิตที่ ‘เมมโมเรีย’ จงใจส่งมาเพื่อทำลายกลไกป้องกันตัวในสมองของเขา ศิลาทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจหนักหน่วง ภาพนิมิตในหัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เขาเห็น ดร.อคิน ยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางกองเอกสารลับที่บันทึกพฤติกรรมมนุษย์เสมือนทดลอง ดร.อคิน ในภาพนิมิตกำลังก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย “แกเห็นอะไรศิลา?” รินรดาลดเสียงลง คุกเข่าลงตรงหน้าเขา พยายามเรียกสติ “บอกฉันมา มันทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในหัวแกบ้าง” ศิลาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาสั่นไหวเหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย “มันไม่ใช่แค่ความทรงจำ... มันคือรหัส รินรดา รหัสที่ใช้ปลดล็อก ‘เดอะคอร์’ (The Core) ของเมมโมเรีย... และดูเหมือนว่า ดร.อคิน จะจงใจเลือกฉันเป็นที่เก็บข้อมูลชั่วคราว” รินรดาชะงัก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความลับเรื่องเดอะคอร์คือสิ่งที่เป็นอันตรายที่สุดในจักรวาลความทรงจำนี้ หากศิลาคือที่เก็บข้อมูล หากเขาควบคุมมันไม่ได้ สมองของเขาจะถูกเผาไหม้จากความร้อนแรงของข้อมูลมหาศาลภายในคืนนี้ “ฟังนะศิลา” เธอจับไหล่เขาแน่น “เราต้องลบมันทิ้ง หากนายไม่ดึงมันออก นายจะไม่มีวันเป็นอิสระจากอคิน” “ลบมันเหรอ?” ศิลาแค่นหัวเราะ เสียงของเขาเริ่มเปลี่ยนโทน กลายเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุก “ถ้าฉันลบความทรงจำนั้นทิ้ง ฉันก็จะลบความจริงที่ว่า... พ่อของเธอเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยเช่นกัน” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องทันที รินรดาเบิกตากว้าง ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้เพื่อปกป้องศิลา บัดนี้มันถูกขุดขึ้นมาด้วยตัวเขาเองในสภาวะที่สติแทบแตกกระเจิง ความเสียใจและความสับสนฉายชัดบนใบหน้าของหญิงสาว ศิลายันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ใช่คนเดิมที่เธอเคยรู้จักในช่วงห้านาทีที่ผ่านมา ข้อมูลมหาศาลกำลังเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าเดิม “นาย... นายรู้ได้ยังไง?” รินรดาเสียงสั่น “ในหัวของฉันตอนนี้มีเสียงของพ่อเธอเต็มไปหมด” ศิลาขยับเข้าไปใกล้เธอ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ใบหน้า แต่เหม่อลอยไปยังจุดที่ว่างเปล่าราวกับกำลังอ่านตัวเลขที่มองไม่เห็นในอากาศ “เขาขอโทษเธอ... เขาขอโทษที่ทิ้งความเจ็บปวดนี้ไว้ให้เป็นมรดก” ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นและมั่นคงดังก้องขึ้น ศิลาหยุดชะงักทันที เขาหันไปมองบานประตูไม้ที่สั่นไหวเบาๆ ราวกับมีใครบางคนยืนรออยู่ข้างนอกนั่นด้วยความอดทน “ใคร?” รินรดาถามด้วยเสียงกระซิบพลางหยิบอาวุธที่ซ่อนอยู่ข้างกาย ศิลาไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มที่ดูเหมือนจะไร้ความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าแต่เฉียบคม “แขกที่ไม่ได้รับเชิญในค่ำคืนนี้ไม่ได้มาเพื่อทวงคืนข้อมูล แต่เขามาเพื่อ... ปิดปากพยานที่รู้อดีตทั้งหมด” ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ดร.อคิน ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว ในมือถือกล่องเหล็กขนาดเล็กที่ปล่อยแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาเป็นจังหวะเหมือนลมหายใจของสิ่งมีชีวิต “คืนข้อมูลของผมมาได้แล้ว ศิลา” ดร.อคินเอ่ยเบาๆ ก่อนจะหันไปทางรินรดา “และเธอ... ลูกสาวที่น่ารักของคนทรยศ เตรียมตัวบอกลาคนรักของเธอได้แล้ว เพราะคืนนี้คือจุดจบของความทรงจำทั้งหมดที่แกเคยพยายามรักษามันไว้” ศิลาขยับตัวก้าวออกไปบังรินรดาไว้ แต่ในวินาทีที่เขาจะพุ่งเข้าหาอคินนั้นเอง ร่างกายของเขากลับชะงักค้าง เลือดสีเข้มหยดลงบนพื้นไม้จากปลายจมูกของเขา ความทรงจำที่ตีกันในหัวระเบิดออกมาเป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงจนเขาทรุดเข่าลงอีกครั้ง แต่คราวนี้... มือของศิลาไม่ได้สั่นอีกต่อไป เขากำปืนที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะแน่น แสงสีฟ้าจากกล่องในมืออคินสะท้อนบนใบหน้าของเขาที่ดูราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย ขอให้ทุกท่านดื่มด่ำไปกับความบีบคั้นในค่ำคืนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%