“วางเงินลงตรงนั้น ถ้าคุณยังอยากเห็นไฟล์ข้อมูลต้นฉบับที่อยู่ในเมมโมรีการ์ดชิ้นนี้”
เสียงของชายในชุดสูทสีเทาหม่นฟังดูแหบพร่าและเย็นชา เขาผลักกล่องเหล็กขนาดเล็กไปบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่าภายในร้านกาแฟที่ปิดเงียบในย่านสลัมของเขตที่สิบสาม กลิ่นกาแฟคั่วไหม้จางๆ ปะทะเข้ากับกลิ่นอับของฝุ่นผง ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของความเสื่อมโทรมที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของเมมโมเรีย
รินรดาไม่ตอบโต้ทันที เธอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อยพลางไล้นิ้วเรียวไปตามขอบแก้วกาแฟเย็นชืด สายตาคมปลาบของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่หลบเลี่ยงของสายลับหนุ่มคนนั้น “คุณมั่นใจหรือว่าข้อมูลที่คุณนำมาขาย มีค่าพอให้ฉันต้องเสี่ยงชีวิตเดินเข้ามาในรังหมาป่าแบบนี้?”
“รินรดา อย่าประเมินค่าความโง่ของตัวเองสูงเกินไป” ชายคนนั้นแค่นยิ้ม “ข้อมูลของเมมโมเรียไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างคุณจะหาได้จากตลาดมืดทั่วไป ถ้าศิลาอยู่ที่นี่ด้วย เขาคงไม่ยอมให้คุณมาตายฟรีแบบนี้หรอก”
ทันทีที่ชื่อของศิลาถูกเอ่ยขึ้น บรรยากาศภายในร้านก็กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาผ่อนลมหายใจช้าๆ เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่ในเมื่อศัตรูเลือกที่จะเล่นเกมวางเหยื่อ เธอเองก็มีแผนที่จะกลืนกินเหยื่อนั้นทั้งเบ็ด
“ศิลาไม่ชอบการเจรจาที่ยืดเยื้อ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าหนังสีดำขึ้นมา วางมันลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง “และฉันก็ไม่ชอบการถูกขู่ ในกระเป๋านี้มีเงินตามที่ตกลงกันไว้ แต่ฉันต้องการดู 'รหัสผ่าน' ของหน่วยความจำส่วนที่สี่ก่อน ถ้ามันเป็นของจริง เงินก็เป็นของคุณ”
สายลับหนุ่มเหลือบมองกระเป๋า ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ เขาสวมถุงมือหนังสีดำสนิท ซึ่งรินรดาสังเกตเห็นมาตั้งแต่ต้นว่ามันดูหนาผิดปกติเกินกว่าจะเป็นแฟชั่นทั่วไป มันคืออุปกรณ์รบกวนสัญญาณระยะใกล้ที่เมมโมเรียใช้ป้องกันการบันทึกภาพและเสียง
“ฉลาดดีนะ” เขากระซิบพลางเปิดกล่องเหล็กออกมา ภายในนั้นไม่มีไดรฟ์ข้อมูล แต่มีเพียงชิปสีน้ำเงินเข้มที่เปล่งประกายแสงวูบวาบดั่งหัวใจที่กำลังเต้น “แต่โลกของดร.อคิน ไม่เคยมีความเมตตาให้กับคนที่คิดจะต่อรอง”
“นั่นคือสิ่งที่คุณต้องบอกดร.อคิน ไม่ใช่ฉัน”
รินรดาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเริ่มดังขึ้นจากด้านหลังของร้าน ไม่ใช่ศิลา—แต่เป็นกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำที่เธอจ้างวานมาเพื่อ “ล้อม” สายลับคนนี้อีกทีหนึ่ง รินรดารู้ดีว่าสายลับคนนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง และเธอก็ไม่ได้มาเพื่อแค่ซื้อข้อมูล แต่มาเพื่อยืนยันตัวตนของ 'หนอนบ่อนไส้' ในกลุ่มกบฏที่แอบส่งข่าวให้เมมโมเรีย
สายลับหนุ่มชะงัก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากความถือดีเป็นความตระหนก “แก... แกวางแผนซ้อนแผนอย่างนั้นหรือ!”
“ในสายหมอกที่บดบังความทรงจำ การเชื่อใจใครสักคนมันฟุ่มเฟือยเกินไป คุณไม่คิดหรือครับ?”
เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังที่ดังขึ้นจากมุมมืดของร้านทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก ศิลาก้าวออกมาจากหลังม่านผ้าใบเก่า สายตาของเขาไม่ได้จ้องไปที่สายลับ แต่จ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรมเล็กๆ ที่รินรดาแอบเปิดใช้งานไว้ตั้งแต่เริ่มสนทนา เขาไม่ได้มาเพื่อต่อสู้ แต่เขามาเพื่อ 'ดึง' ข้อมูลที่อยู่ในหัวของสายลับคนนี้โดยตรง
รินรดาเหลือบมองศิลาเล็กน้อย เธอรู้ว่าเขากำลังทำอะไร ศิลากำลังใช้ความสามารถในการแทรกซึมความจำเข้าสู่จิตใต้สำนึกของเป้าหมายขณะที่สายลับกำลังเสียสมาธิ
“อย่า!” สายลับหนุ่มร้องลั่น เขาทรุดลงกับพื้นพร้อมกับกุมขมับ ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงเมื่อภาพความทรงจำที่เขาพยายามปกปิดเริ่มรั่วไหลออกมาเป็นสายธาร ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ กดมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ของชายคนนั้น ใบหน้าของศิลาเรียบเฉย ทว่าในดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยพายุแห่งความแค้นที่อัดอั้น
“บอกมา... ใครคือคนที่สั่งให้คุณทำลายข้อมูลชุดนี้” ศิลาถาม เสียงของเขาเย็นเยียบและทรงพลังจนสายลับคนนั้นไม่อาจต้านทานได้
ชายคนนั้นเริ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง “ดร.อคินไม่ได้... ไม่ได้เป็นคนสั่ง... แต่เป็นคนที่คุณ... คนที่คุณไว้ใจที่สุดต่างหาก...”
คำพูดนั้นทำให้รินรดาเบิกตากว้าง ศิลาเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารีบก้มลงมองใบหน้าของสายลับที่เริ่มซีดเผือดเหมือนคนกำลังจะหมดลมหายใจ ศิลาใช้พลังเร่งความเร็วในการอ่านความทรงจำจนถึงขีดสุด เขาเห็นใบหน้าของบุคคลหนึ่งซ้อนทับอยู่ในใจของสายลับ... เป็นใบหน้าที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต
“ไม่ได้การแล้ว รินรดา!” ศิลาถอนมือออกทันที สีหน้าของเขากลายเป็นความตื่นตระหนกที่หาได้ยาก “ข้อมูลนี้ไม่ใช่ของดร.อคิน แต่มันเป็นรหัสล้างสมองที่จะทำลายหน่วยความจำของทุกคนที่แตะต้องมัน!”
สายลับหนุ่มหัวเราะลั่นในลำคอ เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากมุมปากของเขา “พวกคุณสายไปแล้ว... เมื่อคุณได้ยินรหัสนี้ ความทรงจำของคุณจะเริ่ม... เลือนหาย...”
ทันใดนั้น เสียงเตือนดังขึ้นจากอุปกรณ์สื่อสารของรินรดา มันไม่ใช่ข้อความแจ้งเตือนธรรมดา แต่มันคือสัญญาณชีพที่หยุดนิ่งของคนสำคัญที่เธอเพิ่งคุยด้วยเมื่อสิบนาทีก่อน และในวินาทีนันเอง ประตูกระจกหน้าร้านก็ถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับกลิ่นโอโซนที่อบอวลไปทั่วห้อง ร่างของชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาท่ามกลางสายหมอกที่จู่ๆ ก็พัดเข้ามาในร้านอย่างไร้ที่มา
ดร.อคินยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มของเขาดูอบอุ่นและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน “ยินดีด้วยที่พวกคุณค้นพบความจริง แต่น่าเสียดายที่ในโลกของความทรงจำ ความจริงมักจะมีไว้ให้ถูกลืมเสมอ”
เขายกนิ้วขึ้นแตะที่ขมับเบาๆ พลางมองมาที่ศิลาด้วยแววตาที่ราวกับจะมองทะลุไปถึงจิตวิญญาณ “ศิลา... นายลืมไปแล้วหรือว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนสร้างความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาให้ตัวนายเอง?”
รินรดารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นเข้าสู่สมองอย่างเฉียบพลัน ความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนของเธอเองเริ่มบิดเบี้ยวและแตกสลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในขณะที่ศิลาทำได้เพียงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็งด้วยความจริงอันโหดร้าย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างศิลาและรินรดาในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้นะครับ
เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 19
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!