รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 11

การทรยศของพันธมิตร

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“มึงจำคำที่เคยสาบานไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำนั่นได้ไหม ศิ... ว่าเราจะไม่มีวันทิ้งกัน” ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบกดลงที่ขมับขวาของศิลา แรงกดนั้นหนักหน่วงและมั่นคงพอที่จะทำลายความเชื่อมั่นที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิต เสียงของ ‘วายุ’ เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่เขาไว้วางใจเหนือกว่าใครในโลกที่บิดเบี้ยวนี้นิ่งสนิท ทว่าในความนิ่งนั้นกลับแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว ศิลาไม่ได้ขยับกาย เขาเพียงแต่หลับตาลงช้าๆ กลิ่นอายของสนิมเหล็กและฝุ่นละอองในโกดังร้างแห่งนี้คละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ความทรงจำที่เขาเคยเก็บซ่อนไว้เกี่ยวกับวายุผุดพรายขึ้นมาเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอด้วยความเร็วสูง ภาพวัยเด็กที่เคยแบ่งปันเศษขนมปัง ภาพบาดแผลที่เคยช่วยกันเยียวยา ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงเรื่องโกหกที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยล “ความทรงจำของคนเรามันเชื่อถือไม่ได้หรอกนะวายุ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แต่มิตรภาพ... ฉันคิดว่ามันคือสิ่งเดียวที่เป็นของจริง” “มิตรภาพ?” วายุแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการเสียดสีต่อโชคชะตา “ศิ มึงมันซื่อจนน่าสมเพช มิตรภาพที่ไหนจะแลกเปลี่ยนได้ด้วยข้อมูลที่ดร.อคินต้องการ? ถ้ากูไม่ทำแบบนี้ เมมโมเรียก็จะลบตัวตนของกูทิ้งเหมือนที่มันทำกับคนอื่นๆ... มึงเข้าใจไหมว่าโลกข้างนอกนั่นไม่มีที่ว่างให้สำหรับพวกแพ้!” ศิลาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกในใจเขามีเพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยความตระหนักรู้—เขาถูกหักหลัง ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เพราะเขาเชื่อในความเป็นมนุษย์มากเกินไป “ถ้าจะฆ่า ก็เหนี่ยวไกเลย” ศิลาท้าทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่มึงต้องรู้ไว้ด้วยว่า สิ่งที่มึงขโมยไปจากคอมพิวเตอร์ของฉัน มันไม่ใช่ข้อมูลลับที่ดร.อคินอยากได้ แต่มันคือไวรัสที่จะกัดกินเมมโมรี่คอร์ของบริษัทในอีกสามนาทีข้างหน้า” วายุชะงักไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วที่เหนี่ยวไกกระตุกเล็กน้อย ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตาที่หลบเลี่ยง แต่เพียงเสี้ยววินาที ความโลภและความหวาดกลัวก็กลับมาครอบงำอีกครั้ง “มึงโกหก... มึงไม่มีทางทำลายสิ่งที่มึงพยายามปกป้องมาตลอดหรอก!” ปัง! เสียงปืนลั่นสนั่นก้องโกดัง ศิลาเอนตัวหลบตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกมาอย่างดี กระสุนเฉี่ยวไหล่ซ้ายของเขาไปจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีหม่น เขาอาศัยจังหวะที่วายุเสียหลักจากแรงสะท้อนของปืน พุ่งตัวเข้าประชิด พลิกข้อมืออีกฝ่ายแล้วกระแทกสันมือเข้าที่ต้นคอจนร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วไหล่ ศิลาหอบหายใจถี่ สายตาเหลือบไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่บนลังไม้เก่าๆ ข้อมูลที่วายุขโมยไปกำลังถูกอัปโหลดขึ้นสู่เครือข่ายของเมมโมเรียแถบสถานะแสดงเวลาถอยหลังที่เหลือเพียงหกสิบวินาที *นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?* ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาแทรกซึมเข้ามาอีกครั้ง... ภาพของห้องแล็บสีขาวโพลน ภาพของดร.อคินที่ยืนจ้องมองเขาด้วยแววตาของผู้สร้างที่กำลังมองดูผลงานชิ้นเอกที่ใกล้จะแตกสลาย ศิลาตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การหักหลังของเพื่อน แต่มันคือการทดสอบขั้นสุดท้ายที่เขาถูกบีบให้ต้องเลือก เขาหยิบมีดพกออกมาจากกระเป๋ากางเกง ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแทงลงไปที่สายเคเบิลเชื่อมต่อข้อมูล แทนที่จะดึงปลั๊กออก กระแสไฟฟ้าช็อตเข้าที่มือจนศิลาหน้ามืด แต่เขาก็ฝืนความเจ็บปวดกดรหัสผ่านที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกเพื่อทำลายการเชื่อมต่อทั้งหมด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าโกดัง แสงไฟจากสปอร์ตไลท์พุ่งตรงเข้ามายังใจกลางห้องที่เขายืนอยู่ “ไม่เลวเลยศิลา” เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่เขาจำได้ดีดังขึ้น ดร.อคินก้าวออกมาจากเงามืดท่ามกลางกลุ่มชายชุดดำที่ขนาบข้าง “เธอพิสูจน์แล้วว่า ‘สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง’ ในความทรงจำของเธอนั้นแข็งแกร่งกว่าสิ่งที่ฉันป้อนให้คนทั้งโลก แต่โชคร้ายที่เธอเพิ่งทำลายสิ่งที่เธอไม่ควรจะทำลาย... และคนที่จะมาหยุดเธอในวันนี้ ไม่ใช่วายุ... แต่เป็นคนอื่นที่เธอไม่มีวันคิดจะลงมือด้วย” ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของกลุ่มชายชุดดำ ศิลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยดีที่สุด รินรดา... เธอเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า ดวงตาคู่นั้นที่เคยอ่อนโยนและเป็นประกายยามคุยกับเขา กลับเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับถูกลบข้อมูลความทรงจำทิ้งไปจนหมดสิ้น มือของเธอถือปืนรุ่นเดียวกับที่วายุใช้ และเธอกำลังเล็งมันมาที่หัวใจของเขาอย่างมั่นคง “ริน? นี่ฉันเอง...” ศิลาเอ่ยเสียงสั่น พยายามก้าวเข้าไปหาเธอ แต่เสียงคลิกเบาๆ จากปืนของเธอทำให้เขาต้องหยุดชะงัก “รินรดาไม่มีตัวตนอยู่ในระบบอีกต่อไปแล้วศิลา” ดร.อคินกล่าวพลางยิ้มเย็น “ตอนนี้เธอคือเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดของฉัน... จัดการเขาซะ” รินรดาเหนี่ยวไกทันทีโดยไม่มีแม้แต่ความลังเลในดวงตา เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบที่หน้าอกของศิลา โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนคว้างขณะที่เขาล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อเลือดอุ่นๆ ไหลทะลักออกมา ทว่าก่อนที่สติจะดับวูบไป เขากลับเห็นรินรดาขยับริมฝีปากเบาๆ โดยไม่มีเสียงออกมา *วิ่งไป...* เขายังไม่ตาย... หรือบางที... สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ อาจจะเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยที่เขายังไม่ทันได้รู้ตัว! หวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามการเดินทางครั้งนี้ไปกับผมในตอนถัดไปนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%