คุณแม่ค้ามิติข้ามภพ ปฏิบัติการรุกจีบทหารหนุ่มยุค 80•ตอนที่ 3

พบกับนายทหารผู้เย็นชา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
“ถ้าแกไม่จ่ายค่าคุ้มครองแผงละห้าเหมาตรงนี้ อย่าหวังว่าจะได้ตักน้ำแกงขายแม้แต่หยดเดียว นังแม่หม้าย!” เสียงตวาดกร้าวของชายร่างทึนทึกดังลั่นจนแผงไม้ไผ่สะเทือน มือหยาบกร้านตบลงบนขอบโต๊ะจนชามกระเบื้องเคลือบส่งเสียงกระทบกันกริ๊ก กลิ่นละม่อมของเครื่องเทศพะโล้ที่กำลังเดือดปุดในหม้อดินเผาขนาดใหญ่ถูกแทรกด้วยกลิ่นสาบเหล้าและไอยาสูบราคาถูก หลินเยว่ไม่แม้แต่จะกระพริบตา นิ้วเรียวขาวผ่องยังคงจับกระบวยเหล็กคนน้ำแกงสีน้ำตาลทองอย่างสงบนิ่ง ไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมใบหน้างดงามหมดจด ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองอันธพาลประจำตลาดตำบลด้วยแววตาที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าฤดูหนาวของปี 1982 “ห้าเหมา?” มุมปากของหลินเยว่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหวานหยดย้อย ทว่าประกายตาคมกริบ “สหาย... รัฐบาลเพิ่งประกาศนโยบายเปิดเสรีทางการค้า สนับสนุนให้ประชาชนประกอบอาชีพอิสระ ฉันถือใบอนุญาตค้าขายชั่วคราวที่ประทับตราแดงจากคณะกรรมการปฏิรูปประจำอำเภอมาอย่างถูกต้อง แต่เงินห้าเหมาที่คุณเรียก มันเข้ากระเป๋าหลวงหรือกระเป๋าใครมิทราบคะ? หรือว่าคุณกำลังทำตัวเป็น ‘พวกเก็งกำไรขูดรีด’ ต่อต้านนโยบายปฏิรูปของท่านผู้นำกันแน่?” คำว่า *‘ต่อต้านนโยบายปฏิรูป’* หลุดออกจากปากแม่ค้าสาวร่างโปร่งอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาอันธพาลหน้าเลือดถึงกับชะงัก ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ยุคนี้ใครโดนแปะป้ายข้อหานี้ มีหวังถูกส่งไปใช้แรงงานในเหมืองถ่านหินเป็นแน่แท้ “แก... นังปากกล้า! อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า—!” ชายร่างใหญ่เงื้อมือขึ้นสูง หมายจะคว่ำหม้อดินเผาตรงหน้าให้พังยับเยิน “แม่จ๋า!” ร่างเล็กป้อมของ ‘เฉินอัน’ ที่แอบซ่อนอยู่หลังกระสอบแป้งสะดุ้งสุดตัว มือป้อมๆ วัยสี่ขวบกำชายกระโปรงของหลินเยว่แน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจ หลินเยว่เตรียมจะขยับตัวดึงมีดสับกระดูกใต้ม้าเตี้ยขึ้นมาฟาดเพื่อปกป้องลูกชาย ทว่าก่อนที่ใครจะได้ลงมือ— *ตึง!* เสียงส้นรองเท้าบูตหนังคอมแบตทหารบดลงบนพื้นกรวดแห้งผาก หนักแน่น มั่นคง และทรงพลังจนบรรยากาศรอบข้างพลันลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ข้อมือหนาหยาบกร้านของนักเลงโตถูกพันธนาการไว้ด้วยมือแกร่งที่สวมถุงมือหนังสีดำ เพียงแค่แรงบีบเบาๆ กระดูกข้อมือของอีกฝ่ายก็ส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ จนมันต้องกรีดร้องโอดโอยตัวงอเป็นกุ้งต้ม “ในเขตการค้าชุมชน ห้ามส่งเสียงดังรบกวนความสงบ และห้ามใช้กำลังประทุษร้ายประชาชน” น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุจดั่งหินผาพันปีที่ไร้ระลอกคลื่น หลินเยว่เงยหน้าขึ้นมอง ผู้มาใหม่คือชายหนุ่มร่างสูงตระหง่านไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบนายทหารสีเขียวมะกอก รัดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลเข้มเน้นช่วงเอวสอบและแผ่นอกกว้างกำยำ หมวกทหารทรงแปดเหลี่ยมประดับตราดาวแดงขับเน้นกรอบหน้าคมคาย คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งกระบี่ สันจมูกโด่งเป็นแนวตรง และริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มแน่นสนิท สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวภายใต้เงาหมวกกวาดมองอย่างประเมินสถานการณ์ ความเงียบสงัดเข้าครอบงำตลาดทันทีที่สายตาคู่นั้นกวาดผ่าน เฉินเฟิง... รองผู้บังคับกองพันทหารราบที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งดูแลความสงบในเขตชายแดนและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ “ผะ... ผู้กองเฉิน! ข้าไม่ได้ทำอะไรนะขอรับ ข้าแค่... แค่มาคุยเล่น!” อันธพาลละล่ำละลัก ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เฉินเฟิงสะบัดมือออกราวกับรังเกียจสิ่งสกปรก ร่างทึนทึกเซถลาล้มก้นกระแทกพื้น “นำตัวไปสอบสวนที่ป้อมสารวัตรทหาร ตรวจสอบประวัติว่าเคยก่อคดีขู่กรรโชกทรัพย์ในตลาดมากี่ครั้งแล้ว” “ครับผม!” ทหารเกณฑ์สองนายที่เดินตามหลังมาทำความเคารพอย่างแข็งขัน ก่อนจะกุลีกุจอเข้ามาล็อกตัวอันธพาลลากออกไปทันที ท่ามกลางเสียงถอนหายใจโล่งอกของชาวบ้านรอบด้าน เมื่อความวุ่นวายคลี่คลาย เฉินเฟิงก็หมุนตัวกลับมา สายตาดุดันคู่นั้นปะทะเข้ากับดวงตาเรียวหงส์ของหลินเยว่โดยตรง หญิงสาวไม่เพียงแต่ไม่หลบสายตา ทว่ากลับส่งยิ้มพริ้มพราย ดวงหน้าหวานล้ำสะท้อนแสงไฟจากเตาถ่านจนดูเปล่งปลั่ง ผิวพรรณของเธอขาวผุดผ่องผิดแปลกไปจากชาวบ้านชนบททั่วไป กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นดอกไม้ป่าอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูกของนายทหารหนุ่ม ท่ามกลางกลิ่นไอเนื้อตุ๋นที่เข้มข้น *ผู้ชายคนนี้... ดิบเถื่อน แต่หล่อเหลาไร้ที่ติจริงๆ* หลินเยว่ลอบประเมินในใจ สัญชาตญาณแม่ค้าสาวศตวรรษที่ 21 ผสานกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง บอกเธอทันทีว่า นี่แหละคือ ‘ภูเขาทองคำ’ และ ‘เป้าหมายชั้นดี’ ที่เธอต้องผูกสัมพันธ์ไว้! “ขอบคุณผู้กองที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนักธุรกิจตัวเล็กๆ อย่างฉันนะคะ” หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม ไพเราะน่าฟังจนคนฟังเผลอคลายความตึงเครียด “ถ้าไม่ได้ท่าน แผง ‘ซาลาเปาแป้งกรอบอบเนื้อตุ๋นสูตรลับ’ ของฉันคงพังยับเยินไปแล้ว” เฉินเฟิงกวาดตามองแผงค้าอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเย็นชาดุจแผ่นน้ำแข็ง “ข้าทำตามหน้าที่ ตรวจตราความสงบเรียบร้อย... แต่เธอ แม่ค้าสาว นำอาหารมาตั้งขายตรงนี้ มีเอกสารยืนยันตัวตนและใบอนุญาตจากทางสุขอนามัยหรือไม่?” แม้คำถามจะฟังดูไร้หัวใจและเจ้าระเบียบจนน่าหมั่นไส้ แต่หลินเยว่เตรียมการมาเป็นอย่างดี เธอหยิบแผ่นกระดาษประทับตราแดงแจ๋ที่เตรียมไว้ในย่าม ส่งให้เขาด้วยสองมืออย่างนอบน้อม เฉินเฟิงรับไปตรวจดู ปลายนิ้วที่สวมถุงมือหนังเฉียดโดนปลายนิ้วอุ่นนุ่มของเธอแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที เอกสารทุกอย่างถูกต้องสมบูรณ์แบบ ลายมือชื่อชัดเจน ไม่มีที่ติแม้แต่จุดเดียว “ลุงทหาร... ตัวโตเหมือนหมีเลยฮะ แต่น่าเกรงขามกว่าตั้งเยอะ!” เสียงใสแจ๋วหลุดออกมาจากด้านล่าง เฉินเฟิงลดสายตาลง มองเห็นเด็กชายตัวน้อยแก้มกลมยุ้ยน่าหยิก ผูกจุกเล็กๆ ก้าวเตาะแตะออกมาจากหลังชายกระโปรงของหลินเยว่ ดวงตาใสซื่อไร้เดียงสาจ้องมองเหรียญตราเกียรติยศบนหน้าอกเสื้อของเขาตาแป๋ว มือเล็กๆ ลูบท้องตัวเองที่ส่งเสียง *โครกคราก* ออกมาอย่างน่าเอ็นดู “อันอัน อย่าเสียมารยาทกับคุณลุงทหารสิจ๊ะ” หลินเยว่ดุลูกชายเบาๆ แต่แววตากลับพราวระยับ เธอหันมาสบตากับเฉินเฟิงอีกครั้ง “ต้องขออภัยด้วยนะคะ เด็กกำลังโต มักจะหิวบ่อยเสมอ... ว่าแต่ ผู้กองตรวจตรามาทั้งเช้า คงยังไม่ได้ทานอะไรใช่ไหมคะ?” ไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธ มือเรียวของหลินเยว่ขยับอย่างคล่องแคล่วว่องไว หยิบแผ่นแป้งย่างที่ผ่านการหมักข้ามคืนจาก ‘มิติวิเศษ’ ของเธอ—แป้งกรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นข้าวสาลีและงาขาวคั่ว—ผ่าตรงกลาง แล้วใช้คีมคีบเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นยาจีนที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลาย นำมาสับหยาบๆ ผสมกับพริกหวานและผักชี ตักราดด้วยน้ำซอสเคี่ยวพะโล้เข้มข้นจนชุ่มฉ่ำ ยัดไส้ลงไปจนแน่นทะลัก ควันสีขาวลอยกรุ่น ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนประสาทสัมผัสจนนายทหารหนุ่มที่รักษาสีหน้าเรียบเฉยมาตลอด ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบเชียบ หลินเยว่ห่อขนมด้วยกระดาษสีน้ำตาลสะอาดตา ส่งยื่นไปตรงหน้าเขา “ลองชิมดูสักชิ้นสิคะ ร้อนๆ เพิ่งขึ้นจากเตา ถือเป็นคำขอบคุณจากใจของฉันกับลูกชายค่ะ” เฉินเฟิงจ้องมองขนมในมือเธอ สลับกับมองใบหน้าสวยสะกดที่กำลังแย้มยิ้มอย่างเปิดเผยและดวงตาเปี่ยมเสน่ห์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยตามความเคยชิน “กองทัพมีกฎเหล็ก ห้ามรับสิ่งของหรืออาหารจากประชาชนโดยไม่จ่ายเงินแม้แต่เข็มเล่มเดียวหรือด้ายเส้นเดียว” เสียงเข้มเอ่ยปฏิเสธอย่างหนักแน่น ทว่ามือหนากลับล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบธนบัตรหนึ่งหยวนใบใหม่เอี่ยมพร้อมคูปองอาหารออกมา วางลงบนเคาน์เตอร์ไม้อย่างเด็ดขาด “คิดราคามา ข้าจะซื้อ” “แหม ช่างรักษากฎระเบียบเคร่งครัดสมเป็นทหารกล้าจริงๆ นะคะ” หลินเยว่เอ่ยเย้า หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอใสกังวานราวกับกระดิ่งลม “ชิ้นนี้ราคาแค่หนึ่งเหมาห้าเฟินค่ะ แต่เงินทอนฉันยังไม่มีเศษเล็ก ผู้กองรับไปสองชิ้นเลยแล้วกันนะคะ เผื่อสหายทหารด้านหลังด้วย” เธอไม่รอให้เขาโต้แย้ง รีบห่ออีกชิ้นส่งให้อย่างรวดเร็ว พร้อมยัดถุงขนมใส่มือหนาของเขาจนสำเร็จ เฉินเฟิงมองขนมร้อนๆ ในมือ ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านถุงมือหนังขึ้นมาถึงหัวใจที่ด้านชา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ดึงผ้าปิดปากลง แล้วกัดแป้งกรอบชิ้นนั้นเข้าไปคำหนึ่ง ทันทีที่ฟันคมกัดผ่านความกรอบของแป้ง สัมผัสถึงความนุ่มละมุนและรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมของเนื้อตุ๋นที่แทรกซึมด้วยเครื่องเทศชั้นเลิศ รสสัมผัสอันล้ำลึกระเบิดออกในโพรงปาก ความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมและเดินตรวจตราพลันมลายหายไปสิ้น ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ *อร่อย... อร่อยเกินกว่าอาหารพื้นบ้านทั่วไปจะเทียบได้!* หลินเยว่ที่เฝ้ามองปฏิกิริยานั้นอยู่ตลอด แอบยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะในใจ ฝีมือการปรุงอาหารระดับเชฟห้าดาวบวกกับวัตถุดิบชั้นยอดจากมิติส่วนตัวของเธอ ไม่มีทางที่ชายชาติตระกูลไหนจะต้านทานได้หรอก! “เป็นอย่างไรบ้างคะผู้กอง พอจะถูกปากท่านบ้างไหม?” เธอเอ่ยถาม แสร้งเอียงคอทำตาแป๋ว เฉินเฟิงรีบดึงสีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิม แต่ใบหูใต้หมวกทรงแปดเหลี่ยมกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าประหลาด “...ก็พอกินได้” “แค่พอกินได้เองหรือคะ? แย่จัง สงสัยพรุ่งนี้ฉันคงต้องตั้งใจทำสูตรใหม่ที่อร่อยกว่านี้มาดักรอให้ผู้กองแวะมาชิมอีกรอบแล้วล่ะค่ะ” คำพูดหยอกเย้าอย่างเปิดเผยและสายตาพราวระยับของเธอ ทำให้นายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อศัตรูหน้าไหนถึงกับสำลักอากาศเบาๆ หัวใจแกร่งกระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขารีบกระแอมกลบเกลื่อน “ข้ามีภารกิจต้องไปต่อ อย่าสร้างความวุ่นวายอีกล่ะ” เฉินเฟิงกำลังจะหมุนตัวก้าวเดินจากไป ทว่าสายลมกรรโชกแรงระลอกหนึ่งได้พัดผ่าน หอบเอาชายเสื้อคลุมตัวหนาของเด็กน้อยเฉินอันสะบัดเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ห้อยอยู่ตรงคอเสื้อด้านใน มันคือ ‘จี้หยกแกะสลักรูปพยัคฆ์เหยียบเมฆา’ สีเขียวเข้มที่มีรอยบิ่นตรงมุมขวา—ของล้ำค่าประจำตระกูลเฉิน ที่มีเพียงทายาทสายตรงเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง! ฝีเท้าของเฉินเฟิงชะงักค้างทันทีราวกับถูกสาป ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อไปทั้งร่าง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ลมหายใจสะดุดกึก เขาหันขวับกลับมา จ้องมองใบหน้าของเด็กชายวัยสี่ขวบสลับกับใบหน้าของหลินเยว่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยพายุคลื่นลูกใหญ่ที่สั่นสะเทือนถึงก้นบึ้งหัวใจ! “เด็กคนนี้...” เฉินเฟิงก้าวประชิดตัวหลินเยว่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ มือหนาจับไหล่บางของเธอไว้แน่น น้ำเสียงที่เคยเย็นชากลับสั่นพร่าอย่างไม่อาจควบคุม “เธอไปเอาหยกชิ้นนี้... มาจากใคร?!” *** ส้มหวานมิติลับหวังว่าคุณรี้ดจะเอาใจช่วยคุณแม่ค้าคนเก่งและลุ้นไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ค้ามิติข้ามภพ ปฏิบัติการรุกจีบทหารหนุ่มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%