“ราคาที่คุณเสนอมา มันต่ำกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ฉันหามาด้วยซ้ำนะคะ หัวหน้าหลิน คิดจะกดขี่แม่ค้าจนไม่มีทางสู้หรืออย่างไรคะ?”
เสียงของหลินเยว่ไม่ได้ดัง แต่กลับหนักแน่นและเฉียบขาดจนคนฟังถึงกับชะงัก เธอวางตะกร้าไม้สานลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องโถงกองเสบียงเสียงดังปึก! ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเอกสารและฝุ่นจางๆ ของยุคสมัย
หลินเยว่ในชุดผ้าฝ้ายสีซีดจาง แต่ทว่าแววตากลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น เธอไม่ใช่หญิงสาวขี้ขลาดคนเดิมที่เคยถูกกดขี่ในหมู่บ้านอีกต่อไป ทุกย่างก้าวที่เธอเดินเข้ามาในกองเสบียงวันนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้ประกอบการที่มองเห็นตัวเลขกำไรขาดทุนทะลุปรุโปร่ง
“คุณหลิน... กฎระเบียบก็คือกฎระเบียบ ของพวกนี้ไม่ใช่ของหายากอะไร” หัวหน้าหลินชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบึ้งตึงเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม แต่สายตากลับเหลือบมองผักสดสะอาดตาและเนื้อแดดเดียวในตะกร้าของเธอด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
“ถ้าเป็นของทั่วไปทำไมคุณต้องสั่งเพิ่มสัปดาห์ละสามครั้งล่ะคะ?” หลินเยว่เลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างมีชั้นเชิง “ถ้าทางกองไม่รับ ฉันมีร้านอาหารในตัวอำเภอที่รอรับของพวกนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ฉันเห็นแก่ความเป็นคนในเขตเดียวกัน ถึงได้เอามาให้ที่นี่ก่อน... อย่าทำให้ฉันรู้สึกว่าเสียเวลาเปล่าเลยค่ะ”
ขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกด้วยแรงผลักที่มั่นคง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกก้าวเข้ามาพร้อมไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัว เฉินเฟิงหยุดยืนนิ่ง สายตาคมกริบกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนจะหยุดอยู่ที่หญิงสาวร่างบางที่ยืนเผชิญหน้ากับหัวหน้ากองเสบียงด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว
“เกิดอะไรขึ้น?” เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
หัวหน้าหลินรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม “ผู้กองเฉิน! ไม่มีอะไรครับ แค่... คุณหลินเขากำลังต่อรองราคาวัตถุดิบที่นำมาส่งน่ะครับ แต่มันเกินมาตรฐานไปหน่อย”
เฉินเฟิงเดินเข้ามาใกล้ หลินเยว่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความสะอาดแบบทหารและกลิ่นจางๆ ของยาสูบผสมกับความเย็นเยียบของสายลม เขาไม่ได้สนใจหัวหน้าหลิน แต่กลับมองไปที่ตะกร้าของหลินเยว่ สายตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกชายตัวน้อย ‘เฉินอัน’ ที่แอบเกาะชายเสื้อแม่โผล่หน้าออกมามองเขาด้วยดวงตากลมโต
“แม่ค้าหลิน” เขาเรียกชื่อเธอ น้ำเสียงเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเรียบเฉยที่แฝงความสนใจ “วัตถุดิบที่คุณหามาได้... ช่วงนี้ตลาดข้างนอกขาดแคลนมาก แต่คุณกลับมีของสดคุณภาพดีเช่นนี้มาส่งได้ทุกสัปดาห์ ไม่ทราบว่าคุณไปรับมาจากที่ไหนหรือ?”
หลินเยว่ใจเต้นรำไปจังหวะหนึ่ง เธอรู้อยู่เต็มอกว่าคำถามนี้คือกับดัก แต่เธอก็เตรียมคำตอบไว้แล้ว “เป็นความลับทางการค้าค่ะผู้กอง ถ้าฉันบอกไป แล้วฉันจะเอาอะไรเลี้ยงดูลูกชายล่ะคะ? การมีแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้คืออาวุธสำคัญของแม่ค้าค่ะ”
เฉินเฟิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีแววหวาดกลัวอย่างที่เขาเคยเห็นในอดีต กลับมีประกายของความฉลาดเฉลียวและดื้อรั้นอย่างที่เขาไม่เคยนึกฝันว่าผู้หญิงคนนี้จะมีได้ เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ จนหลินเยว่รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา
“ฉลาดดี” เขาพึมพำ “หัวหน้าหลิน... จ่ายราคาตามที่เธอต้องการไปซะ”
“แต่ผู้กองครับ! กฎ...”
“กฎเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อคุณภาพของสินค้าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป” เฉินเฟิงตัดบทเด็ดขาด ก่อนจะหันมามองหลินเยว่ “ถ้าวันนี้คุณเสร็จธุระแล้ว ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณหน่อย เกี่ยวกับ... เรื่องของเฉินอัน”
หลินเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ใจจะเต้นผิดจังหวะแต่เธอก็พยักหน้าตกลง
เมื่อทั้งสามคนเดินออกมาที่ลานดินหน้าค่าย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองยามเย็น เฉินเฟิงเดินนำไปที่โต๊ะไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน เขาหยิบห่อกระดาษจากอกเสื้อออกมาส่งให้เฉินอัน เด็กน้อยรับไปเปิดดูด้วยความตื่นเต้น มันคือขนมกวนที่หาซื้อได้ยากมากในยุคนี้
“ขอบคุณครับคุณลุงทหาร!” เฉินอันร้องบอกด้วยความดีใจ
“แม่รู้ไหมว่าเฉินอันเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาลในค่ายแล้ว?” เฉินเฟิงถามขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหลินเยว่ “ผมเห็นเขาทุกวัน และผมก็สังเกตเห็นว่า... เขาสดใสขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก”
“เด็กย่อมเติบโตไปตามสิ่งที่เขาได้รับค่ะ” หลินเยว่ตอบเรียบๆ พยายามรักษาท่าทีให้นิ่งที่สุด “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัว...”
“เดี๋ยวครับ” เฉินเฟิงขวางทางเธอไว้ “ในเมื่อคุณทำธุรกิจในเขตค่ายทหาร คุณย่อมต้องมีความเสี่ยง หากมีใครมาหาเรื่องหรือกดดันคุณอีก... ให้มาหาผมที่สำนักงานโดยตรง ไม่ต้องผ่านหัวหน้าหลิน”
หลินเยว่ชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า เห็นแววตาที่จริงจังและเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีที่แฝงมากับความปกป้อง หัวใจที่เคยปิดตายของเธอเริ่มสั่นคลอนอย่างห้ามไม่ได้ เขาเป็นคนเคร่งขรึมและมีระเบียบวินัยสูงส่ง แต่เหตุใดในสายตาของเขาถึงได้มีความอบอุ่นที่ดูคล้ายกับความ ‘คลั่งรัก’ กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
“ทำไมคุณถึงช่วยฉันขนาดนี้ล่ะคะ?” เธอถามหยั่งเชิง
เฉินเฟิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างที่หาดูได้ยาก “เพราะผมไม่ชอบเห็น ‘ของดี’ ถูกคนโง่เขลาทำลายทิ้ง... และเพราะเฉินอันเริ่มเรียกคุณว่า ‘แม่’ ในแบบที่เขาไม่เคยเรียกใครมาก่อน”
เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเหมือนจะเปิดทาง แต่แล้วก็หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมา “อีกอย่าง... นี่คือรายชื่อรายการอาหารที่กองทัพต้องการเป็นพิเศษในเดือนหน้า ถ้าคุณสามารถหาของพวกนี้ได้ ผมจะให้ราคาพิเศษกว่าที่ตกลงกันไว้เท่าตัว”
หลินเยว่รับสมุดมา แต่เมื่อพลิกไปดูหน้าสุดท้าย เธอกลับต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ ลมหายใจของเธอติดขัดในลำคอทันทีที่เห็นลายมือที่เขียนอยู่ท้ายสมุดเล่มนั้น
นั่นไม่ใช่ลายมือของเฉินเฟิง... แต่มันคือชื่อของเธอในชาติภพก่อน ที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรจีนโบราณที่ไม่มีใครในยุคนี้รู้จัก!
"คุณ... คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?" หลินเยว่ถามเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกแช่แข็ง
เฉินเฟิงไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ "อย่าเพิ่งตกใจไป... ผมแค่รอให้คุณเป็นคนเฉลยความลับนั้นให้ผมฟังด้วยตัวเอง"
ด้วยรักจากส้มหวานมิติลับค่ะ
คุณแม่ค้ามิติข้ามภพ ปฏิบัติการรุกจีบทหารหนุ่มยุค 80•ตอนที่ 5
ความช่วยเหลือที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ค้ามิติข้ามภพ ปฏิบัติการรุกจีบทหารหนุ่มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!