“เซ็นอนุมัติยอดจัดซื้อวัตถุดิบรายไตรมาสเสียทีเถอะค่ะพี่เฉิน ถ้าช้ากว่านี้ฝ่ายผลิตได้หยุดชะงักเพราะขาดสต็อกแน่ๆ”
หลินเยว่โยนแฟ้มเอกสารหนาปึกวางลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวหรูในห้องทำงานส่วนตัว ใจกลางโกดังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตอุตสาหกรรม เธอมองร่างสูงใหญ่ของสามีที่นั่งอ่านรายงานผ่านแว่นสายตาด้วยท่าทีสุขุม แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีจนยุคสมัยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความรุ่งโรจน์ของเศรษฐกิจยุค 80 แต่เฉินเฟิงก็ยังคงเป็นนายทหารที่ดูคมเข้มและน่าเกรงขามเสมอในสายตาคนนอก... ยกเว้นก็แต่ในสายตาของเธอ ที่เขากลายเป็นเพียง ‘คุณพ่อบ้านผู้คลั่งรัก’ เท่านั้น
เฉินเฟิงเงยหน้าขึ้นจากกระดาษ แววตาที่เคยแข็งกร้าวในอดีตบัดนี้อ่อนแสงลงจนเกือบจะเป็นหยาดน้ำผึ้ง เขาวางปากกาหมึกซึมลง ก่อนจะคว้าข้อมือภรรยาสาวมาประทับจูบเบาๆ ที่หลังมือโดยไม่สนสายตาพนักงานที่เดินผ่านไปมา
“ธุรกิจเติบโตจนล้นมือแบบนี้ ผมแค่อยากให้คุณพักบ้าง หลินเยว่... คุณไม่ได้เป็นแค่แม่ค้าที่เก่งที่สุด แต่คุณคือหัวใจของผม อย่าหักโหมจนเกินไปเลยนะ”
“หนูไม่ได้หักโหมค่ะ หนูแค่กำลังสร้างอาณาจักรให้ ‘เฉินอัน’ ต่างหาก”
หลินเยว่ขยิบตาให้สามี ก่อนจะเดินอ้อมไปนวดไหล่ให้เขาเบาๆ ภาพความทรงจำเมื่อครั้งยังเป็นแม่ค้าเร่ขายของในตลาดมืดผุดขึ้นมาเป็นระยะ ความเหนื่อยยากที่เคยฝ่าฟันมาด้วยกันในตอนนั้น กลายเป็นรากฐานที่มั่นคงในวันนี้ ธุรกิจส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคที่เธอเป็นเจ้าของกำลังกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของเมือง และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้วันนี้... ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบจนน่าใจหาย
“หม่าม้า! ปะป๊า! ดูนี่ครับ!”
เสียงเจื้อยแจ้วของเฉินอันวัย 4 ขวบที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาขัดจังหวะหวานซึ้ง เด็กน้อยชูสมุดวาดภาพที่มีลายเส้นยุ่งเหยิงมาอวด “อันอันวาดรูปครอบครัวเรา มีหม่าม้า ปะป๊า แล้วก็... มีคนนี้ด้วย!”
หลินเยว่ชะงักไปเมื่อเห็นภาพวาดของลูกชาย นอกเหนือจากรูปพ่อแม่แล้ว เฉินอันวาดรูปคนตัวสูงโปร่งอีกคนที่ดูเหมือนจะยืนอยู่ข้างหลังเงาของพวกเขาในภาพ หลินเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่เฉินเฟิงชะงักกึก สีหน้าของนายทหารผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“ใครเหรอครับคนนี้?” เฉินเฟิงถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“ก็คุณลุงที่ยืนหน้าประตูทุกวันไงครับ เขาบอกว่าเขาเป็น ‘เพื่อนเก่า’ ของหม่าม้า” เด็กน้อยตอบด้วยความไร้เดียงสา
หลินเยว่รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดขึ้นมาจากปลายเท้า ความสมบูรณ์แบบที่เธอเพียรสร้างมาตลอดหลายปีดูเหมือนกำลังจะถูกสั่นคลอนด้วยเงาของอดีตที่เธอพยายามลืมเลือนไปพร้อมกับมิติที่เธอจากมา
“พี่เฉิน... วันนี้ที่โกดัง เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาหรือเปล่าคะ?” หลินเยว่ถามเบาๆ
เฉินเฟิงไม่ตอบ เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาคว้าปืนพกที่เขามักจะพกติดตัวไว้เสมอ (ในฐานะที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย) ออกมาตรวจสอบกระสุน ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาที่เย็นเยียบเกินกว่าที่เธอเคยเห็น “ดูเหมือนจะมีคนอยากลองดีกับสิ่งที่ผมรักที่สุดในโลก... หลินเยว่ พาอันอันไปที่ห้องนิรภัยชั้นใต้ดินเดี๋ยวนี้”
“เกิดอะไรขึ้นคะ? คุณหมายความว่ายังไง!”
“เขากลับมาแล้ว...” เฉินเฟิงพึมพำขณะเดินตรงไปที่ประตูห้องทำงาน “คนที่ขโมย ‘ตราประทับ’ และ ‘มิติแห่งความลับ’ ของคุณไปเมื่อหลายปีก่อน... คนที่ผมคิดว่าตายไปในสมรภูมินั้นแล้ว”
ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะเปิดออก เสียงเคาะจังหวะสามครั้งที่คุ้นเคยจนน่าขนลุกดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม และพร้อมกับที่บานประตูถูกผลักเข้ามา ร่างของชายในชุดสูทสากลที่ดูคุ้นตาก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของหลินเยว่กระตุกวูบ
“สวัสดีครับคุณแม่ค้าคนเก่ง... ไม่เจอกันนานเลยนะ ในโลกที่แสนสุขสบายแห่งนี้”
ส้มหวานมิติลับหวังว่ารี้ดที่น่ารักจะยังคงอยู่เคียงข้างตัวละครของไรต์ไปจนถึงบทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนสุดท้ายนะคะ!
คุณแม่ค้ามิติข้ามภพ ปฏิบัติการรุกจีบทหารหนุ่มยุค 80•ตอนที่ 19
ชีวิตที่รุ่งโรจน์และมั่นคง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ค้ามิติข้ามภพ ปฏิบัติการรุกจีบทหารหนุ่มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!