"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสครับ อาจารย์ริน... เพลงนี้ยังอีกยาวไกลนักนะครับ"
ปลายนิ้วของผมกระชับเอวบางของหญิงสาวในชุดราตรีสีดำสนิทให้แนบชิดลงอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของดอกการ์เดเนียผสมกับกลิ่นโลหะเย็นเฉียบจากปืนพกซ่อนที่ต้นขาของเธอลอยแตะจมูก ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกอันโอ่อ่าและเสียงพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะของเหล่าแขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงสโมสรหรูหราแห่งนี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่า เบื้องหลังรอยยิ้มและจังหวะการก้าวเท้าตามทำนองวอลซต์ เรากำลังเดินหมากอยู่บนกระดานแห่งความเป็นความตาย
นี่คือตอนที่ 32 ของ "คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ" กับบทที่มีชื่อว่า "เต้นรำไปพร้อมกับการสืบสวน" นะครับ
สายตาคมกริบของอาจารย์รินช้อนขึ้นมองผม ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและดุดันราวกับใบมีดโกน แต่ในขณะเดียวกัน ปลายเท้าของเธอกลับหมุนวนตามจังหวะเพลงได้อย่างไร้ที่ติ ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมกับเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรลับที่ผมกำลังตามล่า
"นายกำลังทำตัวเด่นเกินไปแล้วนะ คิน" เสียงกระซิบแผ่วเบารอดผ่านริมฝีปากที่แทบไม่ขยับ ประโยคของเธอราบเรียบราวกับกระแสลมหนาว แต่สัมผัสจากฝ่ามือที่วางอยู่บนลาดไหล่ของผมกลับออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณเตือน "เป้าหมายไม่ได้มีแค่คนที่เรากำลังจับตาดูอยู่บนระเบียงชั้นสอง แต่ยังมีมือสังหารอีกสามคนที่ปลอมตัวเป็นบริกรกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้"
ในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาของผมเหลือบมองผ่านไหล่ของเธอ ระบบ *Insight Eye* ที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสว่างวาบเป็นเส้นแสงสีฟ้าจางๆ ในม่านตา ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ไหลทะลักเข้ามาในหัวสมองอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำท่วมท้น
[แจ้งเตือนระบบ: Insight Eye ทำงาน]
[ตรวจพบความผิดปกติทางชีวมาตร (Biometrics): อัตราการเต้นของหัวใจของเป้าหมายรหัส 'V-04' สูงขึ้น 15% จากภาวะปกติ]
[ตรวจพบวัตถุต้องสงสัย: อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กซ่อนอยู่ภายในกระดุมเสื้อของชายวัยกลางคนทางขวามือ]
[ค่าความเสี่ยงรวมในรัศมี 10 เมตร: ระดับ 78.5%]
ผมไม่ได้ตื่นตระหนก การฝึกฝนและผ่านความเป็นความตายมาหลายต่อหลายครั้งทำให้ผมควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมหมุนตัวอาจารย์รินไปตามจังหวะดนตรีอย่างนุ่มนวล ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลดังผู้มาร่วมงานราตรี ไม่มีใครคาดคิดว่าภายใต้ท่าทางผ่อนคลายนี้ ผมกำลังคำนวณวิถีกระสุนและทางหนีทีไล่ไปด้วย
"ผมรู้ครับอาจารย์" ผมกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเต้นรำต่อให้จบเพลง... เพราะถ้าเราหยุดตอนนี้ แผนการตลบหลังที่เราวางไว้ทั้งหมดจะพังทลายลงในพริบตา"
ริมฝีปากของอาจารย์รินเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าผมพูดถูก
การสืบสวนคดีนี้ไม่ได้อาศัยเพียงแค่หลักฐานทางกายภาพหรือตรรกะอันเย็นชาบนโต๊ะทำงาน แต่มันคือการเล่นเกมจิตวิทยากับศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ทุกย่างก้าวในงานเลี้ยงนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต และการที่ผมดึงเธอเข้ามาใกล้ชิดขนาดนี้ นอกจากจะเป็นการใช้ร่างกายของพวกเราเป็นโล่กำบังสายตาจากมือสังหารแล้ว มันยังเป็นวิธีเดียวที่จะส่งต่อรหัสลับผ่านทางการสัมผัสและจังหวะการเดินเท้าได้โดยไม่มีใครเอะใจ
ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชั้นดีตัดกับบรรยากาศอันตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง ผมสังเกตเห็นประกายความลังเลไหววูบในดวงตาคู่สวยของอาจารย์รินชั่วขณะหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น และมีเพียงผมเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้มองเห็นมันในยามนี้
"นายมัน... บ้าจริงๆ คิน" เธอพึมพำเบาๆ แต่ยอมปล่อยให้ผมนำทางในจังหวะหมุนตัวรอบสุดท้ายอย่างว่าง่าย
เสียงดนตรีคลาสสิกเริ่มบรรเลงถึงท่อนสุดท้าย จังหวะของเพลงช้าลงและโหยหวนขึ้น บรรยากาศในห้องโถงใหญ่เริ่มเบาบางลงพร้อมกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด สายตาของแขกเหรื่อหลายคนเริ่มหันมามองคู่เราด้วยความชื่นชมในลีลาการเต้นรำ แต่ในสายตาของผมและอาจารย์ริน มันคือช่วงเวลาแห่งการเตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แปดวินาที... เจ็ดวินาที... หกวินาที...
ในขณะที่ผมกำลังจะหมุนตัวอาจารย์รินเข้าหาเสาหินอ่อนเพื่อใช้เป็นจุดอับสายตาจากมุมกระสุนของมือสังหารที่ชั้นลอย จู่ๆ หน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ทางด้านซ้ายก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
เสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่นกลบเสียงดนตรีจนมิด เศษแก้วระยิบระยับร่วงหล่นลงราวกับสายฝนท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเหล่าแขกเหรื่อในงาน แสงไฟในห้องโถงกะพริบไหวสองครั้งก่อนจะดับลงจนมืดสนิท ความโกลาหลเข้าครอบงำพื้นที่ในชั่วพริบตา
"หมอบลงครับ!"
ผมตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากเอวของอาจารย์รินให้ทิ้งตัวลงแนบพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ กระสุนปืนนัดแรกเจาะฝังทะลุเข้ากับพนักเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งที่พวกเราเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อวินาทีที่แล้ว เสียงคำรามของปืนเก็บเสียงดัง *ปุ* ติดต่อกันอีกสามครั้งสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง
ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่แตกพัง หัวใจของผมเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด ผมใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดร่างของอาจารย์รินไว้แน่นเพื่อปกป้องเธอจากเศษกระจกและกระสุนที่อาจสาดซัดเข้ามาอีกระลอก ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปลดซองปืนพกขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าอย่างรวดเร็ว
ทว่า ก่อนที่ผมจะได้ลั่นไกตอบโต้ไปยังทิศทางที่วิถีกระสุนพุ่งมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวสมองอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ส่องสว่างวาบจนแสบตา
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาในรัศมี 5 เมตร!]
[เป้าหมาย 'V-04' ไม่ใช่มือสังหาร... แต่เป็นเหยื่อล่อ!]
[ระบบประเมินภัยคุกคามอัปเกรดสู่ระดับ SSS: บอสลับแห่งองค์กรเงา 'โครนอส' ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังคุณ ณ วินาทีนี้!]
ความเย็นวาบแล่นพล่านจากต้นคอลงไปถึงกระดูกสันหลัง ผมชะงักค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรดอยู่บริเวณต้นคอข้างขวาพร้อมกับกระบอกปืนเย็นเฉียบที่กดแนบลงบนขมับของผมอย่างแม่นยำ ทำให้ตระหนักได้ทันทีว่า... เราติดกับดักเข้าให้แล้ว
"เล่นสนุกพอหรือยังครับ คุณนักสืบตัวน้อย..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยกระซิบกระซาบอยู่ข้างใบหูของผม ท่ามกลางเสียงความวุ่นวายรอบกาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับผมจนถึงบรรทัดนี้นะครับ แฟ้มคดีลับ007 สัญญาว่าจะพาคินและอาจารย์รินฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ในตอนถัดไปอย่างแน่นอนครับ!
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 32
เต้นรำไปพร้อมกับการสืบสวน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!