"ถ้าอาจารย์ยังฝืนใช้ตรรกะหักล้างความรู้สึกตัวเองแบบนี้ต่อไป ร่างกายและจิตใจของอาจารย์จะพังทลายลงก่อนที่เราจะลากคอฆตกรรemตัวจริงออกมาจากเงามืดนะครับ"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ แต่มั่นkงพอที่จะทำให้ร่างเพรียวบางที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่ตรงหน้าต่างห้องทำงานต้องชะงักฝีเท้า
คราบเลือดจางๆ จากเหตุการณ์ปะทะเมื่อคืนยังคงติดอยู่บนเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มของอาจารย์ริน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าบาดแผลภายนอก คือร่องรอยความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่ระบบ 'Insight Eye' ของผมกำลังส่งเสียงเตือนเป็นระลอกสีแดงฉาน ค่าความเสถียรทางจิตใจ (Mental Stability) ของอาจารย์ร่วงหล่นลงมาอยู่ในขีดอันตรายต่ำกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาเก๊กขรึมใส่กัน หรือปล่อยให้ความเยือกชาแบบฉบับอาจารย์มาปิดกั้นความช่วยเหลือ
รินค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว พยายามฝืนยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ดูฝืนธรรมชาติที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
"ฉัน... ไม่เป็นไรหรอกคิน มันเป็นแค่ความอ่อนล้าสะสมจากคดีในอดีต เธอเองก็ควรไปพักผ่อน—"
"โกหกครับ" ผมสวนกลับทันควันโดยไม่ปล่อยให้เธอพูดจบ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดระยะห่างที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว ดวงตาของผมจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอเพื่ออ่านสัญญาณประสาทที่สั่นระริก "อาจารย์กำลังโทษตัวเองเรื่องที่ปกป้องพยานในคดีโกดังร้างไม่ได้สินะครับ อาจารย์คิดว่าถ้าตัวเองเร็วกว่านี้สักสองวินาที ทุกอย่างคงไม่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมแบบนั้น"
คำพูดของผมราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงตรงใจกลางแผลสด ร่างของอาจารย์รินสะท้านเฮือก เปลือกตาปิดลงช้าๆ พร้อมกับลมหายใจที่สั่นสะท้าน เธอทรุดตัวลงพิงกับขอบหน้าต่างราวกับแรงโน้มถ่วงทั้งหมดบนโลกเพิ่งรุมเร้าเข้ามาที่ตัวเธอคนเดียว
ภาพลักษณ์ของอาจารย์สาวผู้ไร้เทียมทาน เยือกเย็น และเฉียบคมในทุกย่างก้าว พังทลายลงเหลือเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่แบกรับบาดแผลทางใจอันหนักอึ้งไว้ตามลำพังมาเนิ่นนาน
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกใช้งานระบบสนับสนุนพิเศษที่เพิ่งปลดล็อกขึ้นมาหมาดๆ
[ระบบวิเคราะห์สภาพจิตใจ (Psychological Insight System) ทำงาน]
[ตรวจพบความเครียดระดับวิกฤต: แนะนำกระบวนการบำบัดเชิงรุกด้วย 'การปรับสมดุลทางอารมณ์ผ่านความใส่ใจและเหตุผล']
[ภารกิจเสริมเฉพาะหน้า: เยียวยาจิตใจอาจารย์ริน (0/1) - รางวัล: ปลดล็อกทักษะการประสานจิตขั้นสูง และเบาะแสสำคัญขององค์กรลับ]
หน้าต่างโฮโลแกรมใสสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นในคลองสายตาของผม แต่วินาทีนี้ผมไม่ได้สนใจผลรางวัลจากระบบเลยแม้แต่น้อย สิ่งสำคัญที่สุดคือมนุษย์ตรงหน้า—ผู้หญิงที่คอยปกป้องผมจากเงาดำมาโดยตลอด
ผมดึงเก้าอี้ไม้ตัวใกล้ที่สุดมานั่งลงตรงหน้าเธอ ถือวิสาสะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบนั้นไว้ด้วยความนุ่มนวล ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
"คิน..." รินกระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอ เธอมองมือของผมที่กุมมือเธอไว้ แต่ไม่ได้สะบัดหนีเหมือนทุกที
"ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอต่อหน้าผมบ้างก็ได้ครับอาจารย์" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและจริงจังที่สุด "ตลอดเวลาที่ผ่านมา อาจารย์แบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้คนอื่นโดยไม่เคยหันกลับมามองหัวใจตัวเองเลยสักครั้ง... แต่วันนี้ ผมอยู่ตรงนี้แล้วนะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ท่ามกลางแสงไฟสลัวยามค่ำคืน รินมองหน้าผมนิ่งนานรากับกำลังค้นหาความจริงบางอย่างในแววตาของผม ก่อนที่ความแข็งกร้าวทั้งหมดจะค่อยๆ ละลายหายไป กลายเป็นการปล่อยโฮออกมาเงียบๆ หยาดน้ำตาหยดแรกไหลรินลงข้างแก้มของนักสืบสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
ผมไม่ได้พูดปลอบโยนด้วยคำพูดสวยหรูไร้สาระ เพราะผมรู้ดีว่าคนฉลาดอย่างอาจารย์รินไม่ต้องการคำปลอบใจแบบนั้น สิ่งที่เธอต้องการคือ 'พื้นที่ปลอดภัย' พื้นที่ที่เธอสามารถถอดหน้ากากความเข้มแข็งออกได้โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมองว่าเธอย่อหย่อน
ผมขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ใช้มืออีกข้างหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อ บรรจงซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือที่สุด ราวกับเธอมันแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก
[ติ๊ง! ค่าความเสถียรทางจิตใจของเป้าหมายเพิ่มขึ้น: 30% -> 55% -> 78%]
[กระบวนการเยียวยาจิตใจดำเนินไปได้ด้วยดี ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครยกระดับสู่ 'มิตรภาพลึกซึ้งทางจิตวิญญาณ']
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว แต่สิ่งที่ยืนยันความสำเร็จได้ดีกว่าตัวเลขพวกนั้น คือสัมผัสอุ่นๆ ที่ตอบรับจากมือของอาจารย์ริน เธอบีบมือผมเบาๆ เพื่อสื่อความหมายบางอย่างที่คำพูดไม่จำเป็นต้องเอ่ย
"ขอบคุณนะ... คิน" เสียงของเธอยังคงสั่นเครือเล็กน้อย แต่แววตากลับมามีความมุ่งมั่นและประกายชีวิตชีวาอีกครั้ง รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์
ผมคลี่ยิ้มบางๆ ตอบกลับ กำลังจะเอ่ยปากพูดคุยถึงแผนการสืบสวนขั้นต่อไปเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับเหยื่อในคดีล่าสุด ทว่า—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ทว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา... มันคือรหัสลับที่ใช้สื่อสารกันเฉพาะภายในหน่วยปฏิบัติการพิเศษขององค์กรที่อาจารย์รินเคยสังกัด!
บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที รินชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณนักฆ่าและนักสืบถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มพิกัดในเสี้ยววินาที
มือของอาจารย์รินเอื้อมไปแตะที่ด้ามปืนพกใต้เสื้อแจ็คเก็ตโดยอัตโนมัติ
[เตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุด!]
[ตรวจพบคลื่นพลังงานความร้อนจำนวน 3 จุดกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ห้องทำงานจากทางระบายอากาศ!]
[คำเตือน: บุคคลปริศนาไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่พกพาเจตนาสังหารเต็มรูปแบบ!]
ก่อนที่ผมจะได้ทันวิเคราะห์กลยุทธ์ตั้งรับ ประตูห้องทำงานไม้เนื้อแข็งก็ถูกแรงมหาศาลกระแทกจนพังกระเด็นหลุดจากวงกบ เศษไม้กระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่สวมหน้ากากอนามัยสีขาวสนิทและถือปืนเก็บเสียงพุ่งเข้ามาในท่าเตรียมพร้อมยิง!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือชายในชุดสูทสีเทาเข้มผู้เดินตามหลังมือสังหารเหล่านั้นเข้ามา เขามีรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางคิ้วขวาลงมาถึงกราม—ใบหน้าที่อาจารย์รินเคยเอ่ยถึงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าเป็น 'เงาอดีต' ที่เธอไม่มีวันลืม
"สวัสดีครับ อาจารย์ริน... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับรุ่นพี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ขณะที่กระบอกปืนเก็บเสียงในมือของเขากำลังเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของผมพอดิบพอดี!
---
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไขปริศนากไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
- แฟ้มคดีลับ007
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 16
ระบบวิเคราะห์สภาพจิตใจ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!