“ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่เธอขุดไว้ฝังตัวเองครับรุ่นน้อง... หรือควรเรียกว่า ‘ผู้สังเกตการณ์’ คนใหม่ ดีล่ะ?”
เสียงทุ้มต่ำที่เคลือบด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นดังแทรกผ่านความเงียบงันของห้องเก็บเอกสารใต้ดิน ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทในมือของชายปริศนา—รุ่นพี่ร่วมสถาบันผู้หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน—กำลังนิ่งค้างอยู่ที่ตำแหน่งกลางหน้าอกของผมพอดิบพอดี ดวงตาของเขาคมกริบและว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของความลังเล
ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระรัว ระบบ *Insight Eye* ในดวงตาของผมกระพริบแสงสีฟ้าจางๆ วิเคราะห์ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อนิ้วชี้บนไกปืน น้ำหนักตัวที่ทิ้งไปข้างหลังเพื่อเตรียมพร้อมรับแรงรีบาวด์ และรอยยับบนเสื้อสูทที่บ่งบอกว่าเขาซ่อนอาวุธสำรองไว้อีกจุด
ไม่มีช่องว่างให้เข้าประชิดในระยะสามเมตร... เว้นแต่จะมีตัวแปรอื่นเข้ามาแทรกแซง
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นพร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันอย่างรุนแรงในเสี้ยววินาทีที่ผมเกร็งกล้ามเนื้อเตรียมพุ่งตัว อาจารย์รินที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านข้างมาตลอด พุ่งทะยานออกไปราวกับเงาสีดำ ขาทั้งสองข้างดีดตัวจากพื้นด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ใบมีดสั้นเล่มหนึ่งในมือของเธอสะบัดปัดกระบอกปืนของชายปริศนาให้เบี่ยงออกไปด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิว
กระสุนนัดแรกพุ่งเจาะทะลุชั้นหนังสือด้านหลัง เสียง *ปุบ* เบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับเศษกระดาษที่ปลิวว่อน
“ถอยไป คิน” เสียงของอาจารย์รินราบเรียบ เย็นชา แต่เต็มไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก เธอยืนขวางอยู่เบื้องหน้าผม ร่างเพรียวบางในชุดโค้ทตัวยาวแผ่รังสีอำมหิตที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
รุ่นพี่ปริศนาถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยแผลเป็นที่โผล่พ้นปกเสื้อของอาจารย์ริน
“ไม่นึกเลยว่า... อาจารย์ผู้รักสันโดษ จะยอมเอาตัวเข้ามาพัวพันกับเศษซากขององค์กรเราด้วยตัวเองนะครับ ริน” เขายิ้มหยัน พลางหมุนปืนในมือกลับมาตั้งรับ “หรือว่า... เธอกำลังปกป้อง ‘กุญแจ’ ดอกสุดท้ายที่จะเปิดประตูสู่อดีตที่เธออยากลืมกันแน่?”
ห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของผมและเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากเพดาน
ผมก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างอาจารย์ริน มือซ้ายเอื้อมไปแตะไหล่บางที่เกร็งตึงเล็กน้อยสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากกล้ามเนื้อที่ใช้งานอย่างหนักหน่วง อาจารย์รินเหลือบสายตากลับมามองผมชั่วพริบตา แววตาที่เคยแข็งกระด้างและห่างเหินในวันแรกที่พบกัน บัดนี้กลับมีความลังเลและความเปราะบางซ่อนอยู่ลึกๆ
“อาจารย์ครับ...” ผมเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “เราไม่ต้องแบกรับมันไว้คนเดียวหรอกนะครับ”
รินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความลังเลทั้งหมดได้ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว
“...เด็กดื้อ” รินพึมพำเบาๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอดีตรุ่นพี่ “นายอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงทิ้ง ‘โครงการโอเมก้า’ มาเมื่อสามปีก่อน... ถ้านายอยากฟังนัก ฉันจะเล่าให้ฟังตรงนี้แหละ”
ชายปริศนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายกระบอกปืนยังคงไม่ลดระดับลง แต่เขายอมฟัง “เชิญครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าอาจารย์หนีอะไรมา จนต้องมาซ่อนตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยเล็กๆ แห่งนี้”
“มันไม่ใช่การหนี...” รินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าร่างของเธอแผ่จิตสังหารที่ทรงพลังจนผมยังต้องกลืนน้ำลาย “แต่มันคือการ ‘กวาดล้าง’ ต่างหาก”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที รินเริ่มเล่าเรื่องราวที่ถูกฝังกลบไว้ในความมืดมิด
“องค์กรที่พวกนายเรียกกันว่า ‘ซินดิเคท’ หรือกลุ่มบุคคลเบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในรอบสัปดาห์นี้ แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มันคือโครงสร้างเงาที่ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลเงาเพื่อทดลอง ‘การควบคุมจิตใจมนุษย์’ ผ่านความกลัว... ฉันเป็นหนึ่งในนักวิจัยรุ่นแรก ผู้สร้างอัลกอริทึมการสืบสวนที่นายกำลังใช้อยู่ตอนนี้แหละ คิน”
หัวใจของผมกระตุกวูบ ระบบ *Insight Eye* ในดวงตาของผมส่งเสียงเตือน *[Warning: Data Synchronizing with User's Origin]* รัวเป็นชุดจนปวดขมับ
“แต่อัลกอริทึมนั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อหาความจริง...” รินกัดฟันกรอด กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “...แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ ‘คัดเลือกเหยื่อ’ ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการล้างสมอง! เมื่อฉันรู้ความจริง คนในทีมของฉันก็ทยอยหายสาบสูญทีละคน... รวมถึงรุ่นพี่ของนายคนนี้ ที่เลือกจะขายวิญญาณให้ความมืดเพื่อแลกกับอำนาจ!”
รุ่นพี่หัวเราะลั่นออกมา เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและน่ากลัวก้องกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน
“ฮ่าๆๆ!พะย่ะค่ะ ขายวิญญาณงั้นเหรอ? เปล่าเลยริน... ฉันแค่เลือกข้างที่ชนะต่างหาก โลกใบนี้มันเน่าเฟะ เกินกว่าจะเยียวยาด้วยความยุติธรรมปลอมๆ ของเธอ สิ่งที่องค์กรกำลังทำอยู่ไม่ใช่การทำลาย แต่มันคือการ ‘รีเซ็ต’ สังคมต่างหากล่ะ!”
เขายกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของผมอีกครั้ง “และเด็กคนนี้... คือตัวแปรเดียวที่จะทำให้ระบบสมบูรณ์แบบ ถ้าฉันฆ่าเขาทุกอย่างก็จะจบ!”
“ฝันไปเถอะครับ” ผมก้าวออกไปยืนบังหน้าริน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้เหงื่อกาฬจะไหลซกเต็มแผ่นหลัง “เพราะคดีนี้... ผมยังสรุปสำนวนปิดคดีไม่ได้เลยครับ”
ผมพริบตาส่งสัญญาณลับที่ฝึกซ้อมกันมาผ่านรหัสภาษากายให้อาจารย์ริน พร้อมกับที่ระบบ *Insight Eye* ปลดล็อกขีดจำกัดสูงสุด แสดงจุดอ่อนสามจุดบนร่างกายของรุ่นพี่: ข้อต่อหัวเข่าขวา, ข้อมือซ้ายที่ถือปืน, และสวิตช์รีโมทระเบิดที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านใน
รินพยักหน้ารับในเสี้ยววินาที
“ตอนนี้แหละครับ อาจารย์!”
*ปัง!* (เสียงกระสุนนัดที่สองลั่นไกออกไปพร้อมกับการพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวของพวกเราทั้งสองคน)
---
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS]: ตรวจพบความเสียหายของโครงสร้างอาคาร 85% | องค์ประกอบภายนอก: มีบุคคลที่สาม (รหัสลับ: ผู้อำนวยการ ส.) กำลังเดินเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุในระยะ 50 เมตร | การประเมินสถานการณ์: โอกาสรอดชีวิต 12.4%*
*...แต่ในวินาทีที่กระสุนกำลังจะพุ่งทะลุผ่านร่างของผม ประตูเหล็กหนักอึ้งด้านหลังห้องก็ถูกกระชากเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายขึ้นว่า:*
*“แหม... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการเปิดโปงความลับของครอบครัวหรือเปล่าครับ คุณคิน?”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับคินและอาจารย์รินในทุกๆ ตอนนะครับ!
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 17
เปิดเผยอดีตสีเทา
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!