คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 18

กิลด์นักสืบเถื่อน

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
กลิ่นอายของเหล้าหมักราคาถูกและคราบเขม่าดินปืนคละคลุ้งอวลอยู่ในอากาศทึบตัน ใต้พื้นไม้โยกเยกของโกดังสินค้าเก่าริมท่าเรือเขตสาม เสียงหัวเราะหยาบโลนและเสียงกระทบกันของแก้วเบียร์ดังประสานกับเสียงดนตรีแจงซังกะตายจากวิทยุเก่าๆ ที่มุมห้อง นี่คือ "กิลด์นักสืบเถื่อน" องค์กรใต้ดินที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง และเป็นเป้าหมายเดียวในการแกะรอยเบาะแสคดีฆาตกรรมอำพรางที่ทางการพยายามปิดข่าว "เดินตามหลังผมให้ดีครับอาจารย์ริน บรรยากาศที่นี่... ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่" ผมกระซิบเบาๆ พลางดึงปีกหมวกแก๊ปสีเข้มให้ต่ำลงเพื่ออำพรางใบหน้า ระบบ 'Insight Eye' ในดวงตาซ้ายกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ ตัวเลขและข้อมูลสีฟ้าจางๆ ลอยขึ้นมาเตือนสติเป็นระยะ—*ชายโครงซ้ายของบอดี้าร์ดหน้าประตูมีปืนพกซ่อนอยู่, พื้นไม้ตรงหน้าห่างไปสามก้าวรับน้ำหนักได้ไม่ดี, และอัตราการเต้นของหัวใจของชายร่างใหญ่ที่นั่งดื่มเหล้าอยู่มุมห้องสูงผิดปกติ* ทุกอย่างถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อให้เราสองคนรอดพ้นจากสายตานักล่าเงินรางวัลที่แฝงตัวอยู่ทั่วทุกมุม อาจารย์รินที่อยู่ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำและกางเกงขายาวเข้ารูปเดินตามหลังผมมาติดๆ ใบหน้าเรียบเฉยภายใต้หน้ากากอนามัยสีดำไม่ได้แสดงความตื่นกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกวาดตามองรอบบริเวณอย่างเงียบเชียบและแม่นยำ เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อให้ผมเล็กน้อยด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่อาจเกิดขึ้นจากสายตาคู่ยักษ์นับสิบที่หันมามองสำรวจผู้มาเยือนใหม่ "นายต่างหากที่ต้องระวังตัว อย่าทำหน้าเครียดเกินไป คิน... คนที่นี่จมูกไวเรื่องเหยื่อ" เสียงกระซิบเย็นเยียบของอาจารย์ดังขึ้นชิดริมหู กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอกระจายออกมาช่วยดึงสติผมให้กลับมานิ่งสนิท เราก้าวผ่านม่านพลาสติกหนาเข้ามายังห้องโถงหลัก ที่นี่คือศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารสกปรก แผนที่อาชญากรรมและรูปถ่ายเป้าหมายถูกแปะเกลื่อนอยู่บนบอร์ดไม้สนิมเขรอะ โต๊ะพูลตรงกลางห้องมีวงพนันวงใหญ่กำลังล้อมวงส่งเสียงเชียร์กันอย่างเอาเป็นเอาตาย เป้าหมายของเราในค่ำคืนนี้คือการเข้าหา "ไอแซก" นายหน้าข้อมูลเถื่อนผู้กุมกุญแจสำคัญของคดี แต่การจะเข้าถึงตัวเขาได้ เราต้องผ่านการทดสอบมารยาทฉบับคนเถื่อนเสียก่อน "เฮ้! หน้าใหม3คนนั้นน่ะ" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องมาจากเคาน์เตอร์บาร์ ชายร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่กกหูลงมาถึงลำคอวางแก้วเหล้ากระแทกไม้เสียงดังสนั่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังทางเดินของเราไว้ ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักข่มขวัญคนอ่อนแอได้ทันที ดวงตาสีเทาหม่นจ้องมองเราด้วยความระแวง "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น อยากซื้อข่าวหรืออยากมานอนหยอดน้ำเกลือ เลือกเอาสักอย่าง" ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับน้ำเสียงให้มีความกระด้างแบบพวกนักสืบรับจ้างปลายแถวตามที่ฝึกฝนมา ก่อนจะก้าวออกไปบังร่างของอาจารย์รินไว้ครึ่งหนึ่ง นี่คือจิตวิทยาขั้นพื้นฐาน—แสดงความอวดดีเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความไร้เดียงสา "ถ้าผมมานอนหยอดน้ำเกลือจริง คนที่จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลคงไม่ใช่ผมหรอกครับ... พี่ชาย" ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก พลางใช้หางตากวาดมองจุดอ่อนที่ระบบ 'Insight Eye' ไฮไลต์เป็นสีแดงเรืองรองที่ข้อต่อหัวเข่าขวาของอีกฝ่าย บรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบลงทันที นักสืบเถื่อนคนอื่นๆ หยุดกิจกรรมในมือและหันมาจับจ้องเหตุการณ์ความขัดแย้งที่กำลังจะปะทุขึ้น เสียงเพลงจากวิทยุกรอบแกลบกลายเป็นฉากหลังอันน่าอึดอัด รอยแผลเป็นที่ลำคอของชายร่างยักษ์กระตุกไหว เขาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความขัดเคือง "ปากกล้าดีนี่... งั้นก็พิสูจน์ซิว่ามีดีแค่ปากหรือเปล่า!" หมัดขวาขนาดเท่าลูกมะพร้าวพุ่งตรงมาที่ใบหน้าของผมอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี ลมกระโชกจากการเหวี่ยงหมัดปะทะเข้ากับผิวแก้มจนรู้สึกได้ แต่สำหรับผมที่มองเห็นวิถีการเคลื่อนไหวล่วงหน้าผ่านการประมวลผลของระบบและการคาด *ช้าไปสามมิลลิวินาที* ผมก้าวเท้าซ้ายเฉียงออกด้านข้างอย่างนิ่มนวล ปล่อยให้หมัดนั้นเฉียดปลายจมูกไปเพียงนิดเดียว ก่อนจะใช้มือซ้ายคว้าข้อศอกของอีกฝ่ายเพื่อส่งแรงเหวี่ยงต่อ และใช้สันมือกระแทกเข้าที่จุดประสาทบริเวณข้อพับหัวเข่าขวาที่ระบบเพิ่งเตือนภัยเมื่อครู่ *ปั่ก!* เสียงเนื้อกระทบกันหนักหน่วง ชายร่างยักษ์เสียการทรงตัวทันที เขาทรุดฮวบลงคุกเข่าข้างหนึ่งด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางจะโค่นเขาลงได้ด้วยกระบวนท่าเดียวที่เรียบง่ายแต่เฉียบคม ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณอีกครั้ง ก่อนที่เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานจะดังขึ้นมาจากมุมมืดหลังบาร์ "เยี่ยม... ไม่เลวเลยนี่ เจ้าหนู" ชายวัยกลางคนสวมหมวกปานามาและสูทลายทางสีซีดก้าวออกมาจากเงามืด เขาคาบซิการ์ไว้ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผมและอาจารย์รินตั้งแต่หัวจรดเท้า นี่คือ "ไอแซก" ตัวจริงเสียงจริง "นายหน้าไอแซก... ดีใจที่ได้พบกันครับ" ผมผ่อนลมหายใจออกยาวๆ พลางจัดปกเสื้อให้เข้าที่ ยืนตรงอย่างสง่างามโดยไม่แสดงความเกรงกลัวต่ออิทธิพลของเขา ไอแซกพ่นควันสีเทาโขมงออกมาก่อนจะยิ้มเยาะ "แกไม่ใช่แค่นักสืบเถื่อนกระจอกๆ แน่นอน... และผู้หญิงที่มาด้วยคนนั้น ก็ดูอันตรายยิ่งกว่าแกเสียอีก ว่าธุระของพวกแกมา ว่าแต่... มีเงินมากพอจะซื้อความลับระดับ S หรือเปล่าล่ะ" อาจารย์รินก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ความกดดันรอบตัวดิ่งวูบลงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ไม่มีตราสัญลักษณ์ใดๆ วางลงบนเคาน์เตอร์บาร์ตรงหน้าไอแซกช้าๆ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ "เราไม่ได้มาซื้อข่าว... แต่เรามาทวงคืนสิ่งที่แกขโมยไปจากองค์กรต่างหากล่ะ ไอแซก" เสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคมของอาจารย์รินทำเอาไอแซกถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้าง ซิการ์ในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้นเมื่อเขาเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์รูปวงกลมซ้อนสามชั้นที่มุมล่างของแฟ้มเอกสาร ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตจากระบบในหัวของผมก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหนับจำนวนมากที่กำลังปิดล้อมทางเข้าออกทุกด้านจากภายนอก! [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการดักซุ่มโจมตีระดับ SSS!] [เป้าหมายรอบทิศทาง: 14 คน / อาวุธครบมือ / กำลังเตรียมเปิดฉากยิง!] [คำเตือนจาก 'Insight Eye': ทางหนีทีไล่ทั้งหมดถูกตัดขาด... พวกเราตกลงไปในหลุมพรางสมบูรณ์แบบแล้วครับนาย!]
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%