คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 15

อาจารย์รินบาดเจ็บ

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของคูระบายน้ำใต้ดินผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ เสียงหยดน้ำกระทบพื้นคอนกรีตดังติ๋ง... ติ๋ง... เป็นจังหวะที่สะท้อนก้องในความเงียบงัน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟฉายคาดหัวสลัวๆ สาดส่อง ความกดดันระดับสูงสุดกำลังบีบเค้นทัศนียภาพรอบตัวให้แคบลงเหลือเพียงพื้นที่สีเทาอันตราย "อย่าขยับครับอาจารย์ บาดแผลตรงหัวไหล่ฉีกกว้างขึ้นแล้ว" เสียงของผม—คิน—เอ่ยขึ้นด้วยน้ำหนักเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์ด้วยระบบ *Insight Eye* จนขึ้นเตือนเป็นตัวอักษรสีแดงฉานตรงข้ามเรตินาว่า *[คำเตือน: อัตราการเสียเลือดของเป้าหมายเข้าขั้นวิกฤต, ความดันโลหิตลดลง 25%]* ร่างเพรียวบางในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิทของอาจารย์รินพิงแผ่นหลังเข้ากับกำแพงอิฐมอญชื้นแฉะ ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อยแต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท ไร้ร่องรอยความหวาดกลัว แม้ว่ารอยกระสุนเฉี่ยวบริเวณหัวไหล่ขวาจะย้อมเนื้อผ้าจนกลายเป็นสีดำสนิท และหยดเลือดสดๆ จะไหลซึมผ่านปลายนิ้วเรียวยาวที่พยายามกดแผลไว้ "ฉันยังไหว... คิน" เสียงของเธอแหบพร่าลงกว่ายามปกติเล็กน้อย แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงคมกริบและเต็มไปด้วยความดื้อรั้น "พวกมันยังไม่เลิกรา... ทางแยกข้างหน้ามีกับดักกลไกกระสุนอัตโนมัติ นายต้องใช้ทักษะวิเคราะห์โครงสร้างของนายเปิดทาง ไม่เช่นนั้นเราตายอยู่ที่นี่ทั้งคู่แน่" ผมขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ความรู้สึกโกรธตัวเองพวยพุ่งขึ้นมาในอก หากผมสังเกตความผิดปกติของสลักประตูในโกดังร้างเมื่อสิบนาทีที่แล้วเร็วกว่านี้สักสองวินาที อาจารย์รินคงไม่ต้องเอาตัวเข้ามารับแรงกระแทกจากระเบิดแรงดันต่ำนั่นแทนผม ในฐานะนักสืบที่พึ่งพาระบบและตรรกะ ผมมักจะมั่นใจในแผนการเสมอ แต่ทฤษฎีบนหน้ากระดาษช่างไร้ค่าสิ้นดีเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เป็นตายตรงหน้า นี่คือครั้งแรกที่ผมต้องแบกรับภาระในการปกป้อง 'ผู้ชี้นำ' คนสำคัญที่สุดในชีวิต ผมก้าวไปยืนบังเบื้องหน้าอาจารย์ริน ถอดเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองออกแล้วพับทบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดลงบนบาดแผลของเธอเพื่อห้ามเลือด "อึก..." อาจารย์รินครางแผ่วในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยจากความเจ็บปวดที่แล่นริ้ว แต่เธอไม่ได้ปัดมือผมออก "อดทนหน่อยนะครับอาจารย์" ผมกระซิบเสียงนุ่มแต่หนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ถูกปลุกเร้า "นับจากวินาทีนี้ไป... ผมจะเป็นคนนำทางเองครับ" ผมสูดหายใจเข้าลึก, รวบรวมสติ และเปิดใช้งาน *Insight Eye* เต็มกำลัง ภาพโครงสร้างของคูระบายน้ำตรงหน้าเปลี่ยนเป็นเส้นตารางสามมิติ วงจรไฟฟ้าซ่อนเร้น สายสลิงล่องหน และกลไกสปริงที่เชื่อมต่อกับกับดักระเบิดถูกไฮไลต์ด้วยแสงสีส้มกะพริบถี่ๆ สมองของผมประมวลผลอย่างรวดเร็วรากับคอมพิวเตอร์เมนและframe เพื่อหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด *ก้าวซ้ายสองก้าว... หลบมุมรัศมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด... จากนั้นใช้เหล็กเส้นงัดแผงวงจรควบคุมหลักทางด้านขวา* "จับเสื้อผมไว้ให้แน่นนะครับ" ผมเอ่ยบอกสั้นๆ ก่อนจะย่อตัวลงช้อนร่างของอาจารย์รินขึ้นมาประคองในท่าอุ้มกึ่งพยุง แม้เธอจะพยายามปฏิเสธด้วยการขยับตัวเล็กน้อย แต่แรงที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอที่จะต้านทานความตั้งใจจริงของผมได้ "คิน... นายจะแบกฉันไปพร้อมกับแกะรอยกับดัก มันอันตรายเกินไป..." "ผมบอกแล้วไงครับว่าผมจะดูแลอาจารย์เอง" ผมตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวเป็นครั้งแรกในชีวิต ดวงตาจับจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้า "ในเมื่ออาจารย์สอนผมทุกอย่างเกี่ยวกับการไขคดี... ตอนนี้ให้ผมได้ทำหน้าที่เป็น 'คู่หู' ที่พึ่งพาได้บ้างเถอะครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของอาจารย์รินที่แนบชิดอยู่กับแผ่นอกของผม ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า และนั่นยิ่งทำให้ผมต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวังและมั่นคงที่สุด ก้าวแรกผ่านพ้นไปอย่างไร้เสียง กลไกกระสุนอัตโนมัติทางซ้ายส่งเสียงคลิกเบาๆ แต่ถูกตัดวงจรด้วยปลายเหล็กเส้นที่ผมโยนไปขัดเฟืองไว้พอดิบพอดี ทุกย่างก้าวคือการเดินบนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย แต่ละวินาทีที่ผ่านไปคือบทพิสูจน์ของการเติบโตจากเด็กหนุ่มผู้พึ่งพาระบบ สู่การเป็นนักสืบผู้ปกป้องผู้คนด้วยสองมือของตนเอง เราพ้นจากเขตอันตรายมาถึงทางออกฉุกเฉินที่เป็นบันไดเหล็กทอดยาวขึ้นสู่เบื้องบน แสงไฟสีส้มสลัวจากท้องถนนยามวิกาลส่องลอดตะแกรงเหล็กด้านบนลงมาเป็นลำ ผมวางอาจารย์รินพิงกับฐานบันไดอย่างเบามือที่สุด หยิบผ้าพันแผลฉุกเฉินจากกระเป๋าเป้ออกมาพันรอบหัวไหล่ของเธอเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างคล่องแคล่ว ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและแม่นยำ "นาย... เก่งขึ้นมากจริงๆ นะ คิน" เสียงของอาจารย์รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอมองหน้าผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม—ไม่ใช่สายตาของอาจารย์ที่มองศิษย์อีกต่อไป แต่เป็นสายตาของความไว้วางใจอันลึกซึ้ง ผมยิ้มบางๆ ให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานความเหนื่อยล้าและความโล่งใจ "ขอบคุณครับอาจารย์ แต่เรายังพักไม่ได้... คนที่ส่งมือสังหารกลุ่มนี้มา ต้องรู้แน่ว่าเรายังไม่ตาย" ทว่า... ก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวขึ้นไปสำรวจสถานการณ์ด้านบน เสียงแจ้งเตือนจากระบบ *Insight Eye* ที่เงียบงันไปนานก็ดังขึ้น *'ติ๊ง!'* แสบตาสีแดงฉานพุ่งพรวดขึ้นมาเต็มจอเรตินา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต *[ตรวจพบสัญญาณชีวะไม่ทราบฝ่าย 12 จุดล้อมรอบรัศมี 50 เมตร...]* *[คำเตือนระบบ: เป้าหมายไม่ใช่ 'มนุษย์' ทั่วไป... พวกมันคือ 'หน่วยกวาดล้างเงา' ระดับ SSS จากองค์กรที่คุณกำลังตามหา]* *[อัปเดตสถานการณ์ฉุกเฉิน: ทางออกถูกปิดตายด้วยระบบล็อกรีโมต... พวกมันกำลังรอให้คุณเดินเข้าไปในกรงขัง]* เสียงฝีเท้าจำนวนมากนับไม่ถ้วนเริ่มดังสะท้อนก้องมาจากด้านบนบันไดเหล็ก พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำเย็นเยียบที่ดังลอดลงมาทักทาย "ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายครับ... คุณนักสืบฝึกหัด" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและไขปริศนากลไกอันตรายมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ --- *แฟ้มคดีลับ007*
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%