คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 14

หนีตายในเขาวงกตใต้ดิน

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
"ถ้าคุณยังก้าวเท้าซ้ายนำในจังหวะที่สามแบบนี้... ต่อให้เรามีอีกสิบคู่ขา ก็ไม่มีทางพ้นรัศมีของกับดักแรงโน้มถ่วงนี้ไปได้หรอกครับ อาจารย์ริน" เสียงกระซิบที่เจือด้วยลมหายใจหอบถี่ของผมดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอื้นชื้นของหินปูนในเขาวงกตใต้ดิน เบื้องหน้าของเราคือทางแยกสามแพร่งที่ผนังศิลาแลงกำลังเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง บดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทางให้แหลกละเอียดเป็นผุยผง เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู สะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์แคบๆ รินชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคู่คมภายใต้เงาหมวกฮู้ดกวาดมองไปที่กลไกเฟืองเหล็กกล้าขนาดใหญ่ทางด้านขวา ซึ่งกำลังหมุนวนด้วยอัตราเร็วที่คำนวณด้วยตาเปล่าไม่ได้ เธอย่อตัวลงต่ำในท่าเตรียมพร้อมรับแรงกระแทก ไหล่บางสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ควบคุมไว้อย่างดีเยี่ยม แม้ในยสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความนิ่งสงบราวน้ำแข็งของเธอกลับกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเดียวที่ทำให้ผมไม่สติหลุดไปเสียก่อน "นายกำลังจะบอกว่า... ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่ซ้ายหรือขวาอย่างนั้นเหรอ คิน" เสียงของอาจารย์สาวราบเรียบ แต่แฝงด้วยความเฉียบคม เธอไม่หันกลับมามองผม สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เงาตะคุ่มของทางเดินที่สามตรงกลาง ซึ่งมืดสนิทและไร้ซึ่งแสงไฟนำทางใดๆ ผิดกับอีกสองทางที่มีคบเพลิงลุกโชนเชื้อเชิญให้คนเดินเข้าไปหาความตาย ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนเม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามกรอบหน้า ระบบ *Insight Eye* ในดวงตาซ้ายของผมกำลังเรืองแสงสีฟ้าจางๆ สะท้อนภาพโครงสร้างกลไกภายในกำแพงหินที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม เส้นแสงเรืองรองนับร้อยเส้นโยงใยเข้าหากัน บ่งบอกถึงจุดอ่อนและวงจรกรรมวิธีของกับดักที่ถูกสร้างขึ้นโดยสถาปนิกโบราณผู้ปราดเปรื่อง "ถูกต้องครับ" ผมตอบพลíbคว้าข้อแขนของเธอไว้เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือน "ทางขวาคือภาพลวงตาที่ถูกตั้งโปรแกรมให้กระตุ้นความกลัวด้วยเสียงกลไกปลอม ส่วนทางซ้าย... เป็นทางตันที่ออกแบบมาเพื่อบดขยี้ผู้ที่รีบร้อนอยากเอาชีวิตรอดโดยไม่ใช้สมอง แต่ทางตรงกลางที่เราเห็นว่ามืดมิดที่สุดต่างหาก คือเส้นทางระบายน้ำเก่าที่ถูกปิดตาย ซึ่งโครงสร้างฐานรากกำลังทรุดตัวลง... และนั่นคือทางเดียวที่เราจะลอดผ่านใต้ฐานของกลไกบดขยี้ตัวนี้ไปได้ครับ" รินพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วอย่างไร้ความลังเล ความเชื่อใจที่เธอมีต่อการวิเคราะห์ของผมคือฟันเฟืองสำคัญที่เรายังคงมีชีวิตรอดมาได้จนถึงด่านที่สี่นี้ "นำทางไปสิ คิน อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ" "รับทราบครับ เกาะชายเสื้อผมไว้ให้แน่นๆ นะครับ" สิ้นคำพูด ร่างทั้งสองร่างก็พุ่งทะยานฝ่าความมืดเข้าไปในอุโมงค์สายที่สามทันที เสียงคำรามของกำแพงหินที่บดเข้าหากันไล่หลังมาติดๆ แรงลมจากการเคลื่อนตัวของมวลหินมหาศาลซัดกระหน่ำจนเสื้อคลุมของเราโบกสะบัด ผมกวาดสายตามองหาจุดค้ำยันโครงสร้างตามที่ระบบ *Insight Eye* ชี้เป้า นิ้วมือข้างหนึ่งกดลงไปที่ร่องหินสลักลึกลงไปในผนังเพื่อเบี่ยงตัวหลบแผ่นเหล็กหนาที่พุ่งทะยานออกมาจากเพดานเฉียดหัวไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร *เปรี้ยง!* เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ทัศนวิสัยแทบจะเป็นศูนย์ แต่ด้วยสัญชาตญาณและการประสานงานที่ไร้รอยต่อ รินใช้สันมือกระแทกเข้าที่กลไกฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้คานไม้ผุพังตามคำบอกเล่าของผม ทำให้ประตูเหล็กบานสุดท้ายดีดเปิดออกอย่างแรง กลิ่นอายของอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกโชยปะทะใบหน้า พร้อมๆ กับร่างของเราที่กลิ้งหลบพ้นเขาวงกตมรณะออกมานอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบของห้องโถงถัดไป เราสองคนนอนหอบหายใจโยนตัวอยู่บนพื้น ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกในอก ผมยันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ ยกมือขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะหันไปมองอาจารย์สาวที่กำลังยันตัวลุกขึ้นยืนเช่นกัน เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบไว้อย่าง Meticulous ยุ่งเหยิงเล็กน้อยเนื่องจากการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง แต่แววตาของเธอยังคงความเฉียบคมและทรงพลังเช่นเคย เธอกวาดสายตาสำรวจร่องรอยขีดข่วนเล็กๆ บนแขนของผม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติเล็กน้อย "นายทำได้ไม่เลวนี่ คิน... พัฒนาการเร็วกว่าที่ฉันประเมินไว้เสียอีก" "คำชมจากอาจารย์ถือเป็นเกียรติสูงสุดเลยครับ แต่ผมว่าเรายังพักหายใจนานไม่ได้หรอกครับ..." ผมกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงกว้างขวางแห่งนี้ ที่ซึ่งผนังรอบด้านเต็มไปด้วยภาพสลักโบราณและโลงศพหินนับสิบลอยเด่นอยู่กลางอากาศด้วยกลไกปริศนา ทันใดนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าสดใสก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับปลดล็อก: ผู้เล่นผ่านด่าน 'เขาวงกตบดวิญญาณ' สำเร็จด้วยคะแนนประเมินระดับ SSS] [ระบบกำลังทำการอัปเดตข้อมูลแผนที่ส่วนลึก...] [คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานชีวภาพระดับภัยพิบัติกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันของคุณในระยะ 300 เมตร...] [ผู้บุกรุกนิรนาม: สิ่งมีชีวิตที่ไม่ถูกบันทึกในสารบบกำลังตื่นจากการหลับใหล... และมันกำลังจับจ้องมาที่คุณ] รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างไปในทันที เมื่อแสงไฟจากคบเพลิงรอบห้องโถงดับลงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งรอบตัว และในความเงียบสงبانนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ! แฟ้มคดีลับ007 ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลไกอันตรายมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%