"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริงครับ คุณคิน... และสวัสดีครับ อาจารย์ริน ไม่เจอกันนานเลยนะ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมวีไอพี ชั้นบนสุดของภัตตาคารหรู แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าสะท้อนกับรอยยิ้มที่มุมปากของชายในชุดสูทสีเทาเข้ม—สารวัตรกิตติ นัยน์ตาของเขาไม่ได้ฉายแววดีใจแม้แต่น้อย มีแต่ความเยือกเย็นของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมเข้าสู่กรงขังที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
คินไม่ขยับเขยื้อน ร่างเพรียวในชุดลำลองสุภาพยืนนิ่งเป็นจุดศูนย์กลางของแรงกดดันทั้งหมด เขารู้ดีว่าทุกย่างก้าวที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มแกะรอยคดีฆาตกรรมอำพรางในเขตสาม ล้วนถูกบงการให้อยู่ในเส้นทางที่บุคคลเบื้องหน้ากำหนดไว้ตั้งแต่แรก แต่อย่าลืมว่า... คนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้ อาจไม่ใช่คนที่คิดว่าตัวเองกุมความลับทั้งหมดเสมอไป
"ไม่เจอกันนานจริงๆ ครับสารวัตร..." คินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก "ผมเกรงว่าคำว่า 'บททดสอบ' ของท่าน คงจะหมายถึงเกมที่ท่านพยายามปิดบังหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีเมื่อสามปีก่อนสินะครับ"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
สารวัตรกิตติหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลง ประเมินเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวลูกตรงหน้าใหม่อีกครั้ง เสียงหัวคิ้วขยับเข้าหากันเล็กน้อยแสดงถึงความประหลาดใจที่ถูกอ่านเกมทะลุปรุโปร่งในประโยคแรก
ข้างกายของคิน อาจารย์รินยังคงยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้างามเรียบเฉยราตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่ดวงตาส่อประกายคมปลาบ มือเรียวข้างหนึ่งวางอยู่ใกล้ด้ามจับอาวุธลับใต้เสื้อคลุม พร้อมตอบสนองต่อทุกความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้ทันที ทว่าเธอเลือกที่จะปล่อยให้ลูกศิษย์ของเธอเป็นผู้เดินหมากตานี้ด้วยตัวเอง ตามแผนที่ตกลงกันไว้
[ติ๊ง! ระบบ 'Insight Eye' ทำงาน]
[เป้าหมาย: กิตติ (สารวัตรอาชญากรรมพิเศษ)]
[สถานะทางจิตวิทยา: กำลังประเมินภัยคุกคาม / ระดับความวิตกกังวล: 34% / ตรวจพบการกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากขวา บ่งบอกถึงความไม่มั่นใจในข้อมูลที่ตนเองถือครอง]
ข้อมูลชุดใหม่หลั่งไหลเข้าสู่สมองของคินผ่านระบบที่อัปเกรดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกรายละเอียดทางจิตวิทยาและภาษาทางกายถูกประมวลผลด้วยความเร็วสูง ทำให้เขามองเห็นรอยร้าวในเกราะป้องกันของนายตำรวจใหญ่ผู้นี้ได้อย่างชัดเจน
"คุณพูดเรื่องอะไรกัน คุณคิน หลักฐานอะไร ผมไม่เห็นเข้าใจเลย" สารวัตรกิตติหัวعلاกลบเกลื่อน น้ำเสียงเริ่มแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงอำนาจของเครื่องแบบกลับมาข่มขวัญ "คุณกำลังกล่าวหาเจ้าพนักงานนะ รู้ตัวหรือเปล่า"
"กล่าวหาหรือครับ?" คินก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง เสียงรองเท้ากระทบพื้นพรมดังชัดเจนในความเงียบ "ถ้าเป็นการกล่าวหาลอยๆ ผมคงไม่กล้าเสียเวลามานั่งร่วมโต๊ะกับท่านหรอกครับ... สารวัตรกิตติ"
เด็กหนุ่มหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ตออกมาวางบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระดาษกระทบผิวโต๊ะดังเบาๆ แต่กลับมีน้ำหนักราวก้อนหินตกลงบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ
"นี่คือสำนวนคดีต้นฉบับเมื่อสามปีก่อน..." คินใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้ากระดาษเบาๆ "และนี่คือสำนวนคดีที่ท่านทำการ 'คัดลอกและแก้ไขใหม่' เพื่อป้ายความผิดให้กับแพะรับบาปคนหนึ่ง... ซึ่งบังเอิญว่าเป็นเพื่อนสนิทของอาจารย์ริน"
ร่างของอาจารย์รินขยับเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเธอชั่วแวบหนึ่งจนสารวัตรกิตติถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... คุณเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน!" สารวัตรกิตติหลุดเสียงดังขึ้น สีหน้าเริ่มซีดเผือด ความมั่นใจเมื่อครู่สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเห็นตราประทับลับของกรมตำรวจปรากฏหราอยู่บนเอกสารที่เขาคิดว่าถูกทำลายไปหมดแล้ว
"ความลับของนักสืบไงครับ" คินส่งยิ้มสุภาพแต่แฝงด้วยความเฉียบคมชนิดที่เรียกว่าเชือดนิ่มๆ โดยไม่ต้องใช้กำลัง "แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าเอกสารพวกนี้ คือปฏิกิริยาของท่านในตอนนี้ต่างหาก... อัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น เหงื่อที่ซึมบริเวณไรผม และการพยายามหลบสายตาผมไปมองประตูทางออกด้านหลัง... ทั้งหมดนี้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ท่านคือคนวงในที่ช่วยเหลือ 'องค์กรเงา' ในการปกปิดคดีฆาตกรรมอำพรางครั้งนั้น"
สารวัตรกิตติกัดฟันกรอด มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างลืมตัว ความกดดันทางจิตวิทยาที่คินใช้เล่นงานทำให้เขาหลุดจากการควบคุมสติ สัญชาตญาณดิบของคนจนตรอกเริ่มเข้าครอบงำ
"แก... แกคิดว่ารู้ความจริงแล้วจะเดินออกจากห้องนี้ไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ!" สารวัตรกิตติคำรามต่ำ ชักอาวุธปืนพกออกมาเล็งตรงมาที่คินทันที ความเงียบสงบในตอนแรกถูกทำลายลงในพริบตา
ทว่า ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องหรือความตื่นตระหนกจากฝั่งของนักสืบหนุ่ม
อาจารย์รินเคลื่อนไหวเร็วกว่าแสง ร่างเพรียวพุ่งตัวเข้าประชิดตัวสารวัตรกิตติในเสี้ยววินาที มือเรียวปัดกระบอกปืนเบี่ยงออกด้านข้างอย่างแม่นยำ ก่อนจะเตะตัดขาจนนายตำรวจใหญ่ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยท่าทีหมดสภาพ เสียงโลหะกระแทกพื้นดังสนั่น ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
คินก้มลงมองสารวัตรกิตติที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนพื้นพรมด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ความเย่อหยิ่ง มีเพียงความจริงจังของคนทวงความยุติธรรม
"เกมจบแล้วครับสารวัตร..." คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ยอมรับความจริงแต่โดยดีเถอะครับ ว่าใครคือคนสั่งการเบื้องหลังตัวจริงของคุณ"
สารวัตรกิตติหัวเราะร่วนออกมาทั้งที่มุมปากมีคราบเลือดซึม ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวผสมกับความบ้าคลั่ง "แกคิดว่าจัดการฉันแล้วจะจบเหรอ... ฮึๆ พวกมันไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวหรอก... แกกำลังขุดหลุมศพตัวเองอยู่เด็กน้อย!"
ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องประชุมทั้งหมดก็ดับลงพรึบ! ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบในชั่วพริบตา พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึก ระบบไฟฟ้าสำรองตัดขาดอย่างสมบูรณ์
[ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS ทำงาน]
[ตรวจพบการเข้าควบคุมระบบเครือข่ายทั้งหมดในรัศมี 1 กิโลเมตรโดยบุคคลนิรนาม]
[คำเตือน: วัตถุอันตรายกำลังพุ่งเข้าสู่พิกัดปัจจุบันด้วยความเร็วสูง เป้าหมาย: กำจัดพยานและหลักฐานทั้งหมด]
ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบวับๆ เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดหนีไฟ เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกถึงการมาถึงของหน่วยจู่โจมมืออาชีพที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และก่อนที่คินจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องประชุมก็ถูกพังกระเด็นเข้ามาด้วยแรงระเบิดจากภายนอก พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะกันกระแทกสีดำสนิทก้าวเข้ามา พร้อมปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนากับคินและอาจารย์รินมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 20
การเชือดเฉือนด้วยจิตวิทยา
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!