กลิ่นองุ่นดองและสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินขนาดสิบตารางเมตรแห่งนี้ มันไม่ใช่กลิ่นหอมชวนรื่นรมย์ แต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของคราบเลือดเก่าที่ถูกขัดล้างออกไม่หมด และนั่นคือ "ห้องเรียนพิเศษ" ที่อาจารย์รินจัดเตรียมไว้ให้ผมในบ่ายวันนี้
"ถ้ายังมองนาฬิกาข้อมือด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ชีวิตอิสระแบบนั้นอีกแค่ครั้งเดียว... ฉันจะถือว่านายสละสิทธิ์การเรียนรู้คดีตระกูลหลิน และเชิญกลับไปใช้ชีวิตเด็กมัธยมปลายธรรมดาๆ ที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะตื่นมาเจอระเบิดเวลาใต้เตียงนอนอีกหรือเปล่า"
เสียงเรียบเย็นดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง อาจารย์รินในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิทกำลังยืนลับมีดพับเล่มเล็กด้วยหินลับมีด เสียงโลหะเสียดสีกับหินดัง 'แกรก... แกรก...' เป็นจังหวะสม่ำเสมอ บาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสจนผมต้องรีบเก็บสมาร์ทโฟนลงกระเป๋าเสื้อนักเรียนอย่างรวดเร็ว
"ผมไม่ได้อาลัยอาวรณ์ครับอาจารย์ แค่กำลังคำนวณอัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงในการโดนอาจารย์ฆ่าหมกห้องใต้ดิน กับความจำเป็นที่ต้องใช้ทักษะพวกนี้ในการไขคดีต่างหาก" ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจื่อน พยายามรักษาความนิ่งของน้ำเสียงไว้ให้ดีที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล
นี่คือบทที่ 8 ของการเดินทางที่ไม่มีทางหันหลังกลับ
หลังจากรอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดระทึกขวัญในตอนที่ผ่านมา ผมคิดว่าตัวเองคงจะได้พักหายใจและเรียนรู้ทักษะการสืบสวนแบบทฤษฎีในห้องเรียนสะอาดๆ นั่งจิบชา อ่านแฟ้มคดี และวิเคราะห์รอยนิ้วมืออย่างสุข
แต่ความเป็นจริง... โลกของอาจารย์รินไม่มีที่ว่างให้ความสบายใจแบบนั้น
"ดี ถ้านายคำนวณเป็น งั้นเรามาเริ่มบทเรียนแรกกันเลยดีกว่า" อาจารย์รินวางมีดพับลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เธอก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ราวกับเงาที่หลุดออกมาจากผนัง ดวงตาสนิมเหล็กคู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาผม ประเมินผมทุกตารางนิ้วด้วยทักษะการสังเกตระดับสูง
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา
[ระบบ Insight Eye ทำงาน]
[ตรวจพบสถานะเป้าหมาย: อาจารย์ริน (อันตรายระดับสูง)]
[สภาพจิตใจเป้าหมาย: นิ่งสงบ, พร้อมทดสอบขีดจำกัด]
[คำแนะนำจากระบบ: หากไม่อยากกระดูกหักสามท่อนในสามวินาทีนี้ จงอย่ากะพริบตาและอย่าถอยหลังเด็ดขาด]
ผมกลืนน้ำลายลงคออึกลึก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย แต่ร่างกายกลับถูกตรึงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลจากผู้หญิงตรงหน้า
"มองอะไร คิน?" เสียงเธอกระซิบชิดริมหู เย็นเยียบจนขนลุกซู่ "นายคิดว่าดวงตาที่มองเห็นความผิดปกติของวัตถุกับพฤติกรรมคนได้ มันจะช่วยนายได้สักแค่ไหนกันเชียว ในเมื่อตอนนี้... แม้แต่ความผิดปกติของตัวนายเอง นายก็ยังมองไม่เห็น"
ฉับพลัน!
โลกทั้งใบราวกับหมุนคว่ำ มือเรียวบางแต่เต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาลของอาจารย์รินคว้าเข้าที่ปกเสื้อของผม ก่อนจะกระชากลากถูและเหวี่ยงร่างของผมลอยละลิ่วไปกระแทกกับกองลังไม้เก่าที่มุมห้อง เสียงไม้แตกหักดังสนั่น เศษฝุ่นและหยากไย่คละคลุ้งไปทั่วอากาศ
"อึก...!" ผมส่งเสียงร้องด้วยความจุก ร่างกายร้าวราญไปหมด แรงกระแทกเมื่อครู่เกือบรีดอากาศออกจากปอดจนหมดเกลี้ยง
"ลุกขึ้น!" เสียงคำรามสั่งการดังลั่น ไม่มีร่องรอยของความปรานี "ในคดีจริง ฆาตกรมันไม่มานั่งรอให้นายตั้งตัวสวยๆ หรอกนะ คิน! มันไม่ถามหรอกว่านายพร้อมเรียนรู้หรือยัง มันจะแทงเข้าที่จุดตายของนายทันทีที่สบโอกาส!"
ผมกัดฟันกรวด ใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นเย็นเฉียบเพื่อพยุงร่างลุกขึ้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือความจริงที่ว่า... ผมช้าเกินไป อ่อนแอเกินไป และประมาทเกินไปจริงๆ
ดวงตาของผมกวาดมองไปรอบห้องด้วยสัญชาตญาณที่ถูกกระตุ้นถึงขีดสุด ภายใต้การทำงานประสานกันของระบบ Insight Eye ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้ามาในสมอง
[ลังไม้ที่หัก: รองรับน้ำหนักได้น้อยกว่ามาตรฐาน 40% (เกิดจากความชื้น)]
[รอยขีดข่วนบนพื้นไม้: บ่งบอกถึงการลากวัตถุหนักมาซ่อนไว้เมื่อไม่นานมานี้]
[ตำแหน่งยืนของอาจารย์ริน: มุมอับแสง 45 องศา ซึ่งเป็นมุมบอดที่มนุษย์ทั่วไปมองเห็นยากที่สุดในยามวิกาล แต่... ระบบสามารถคำนวณวิถีการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปได้]
มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้สภาพจะสะินสะอื้น ถึงจะเจ็บตัว แต่เลือดนักสืบในตัวกลับสูบฉีดพลان ร่างกายที่เคยสั่นเทาเริ่มนิ่งสงบลงเมื่อสมองเริ่มประมวลผลแผนการตอบโต้
"มองออกแล้วสินะ..." อาจารย์รินหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อเห็นประกายความมั่นใจที่วับขึ้นในแววตาของผม "คิดจะทำอะไรล่ะเด็กน้อย?"
"ผมไม่ได้จะทำอะไรครับอาจารย์..." ผมสูดหายใจเข้าลึก, ก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างมั่นคง ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาที่พร้อมจะพุ่งทะยาน "ผมแค่กำลังจะบอกว่า... ตำแหน่งที่อาจารย์ยืนอยู่ตอนนี้ มีรอยคราบน้ำมันเครื่องเก่าอยู่ ถ้าอาจารย์พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเดิม... ขาซ้ายของอาจารย์จะต้องลื่นไถลอย่างแน่นอนครับ"
สิ้นคำพูดของผม อาจารย์รินชะงักไปเสี้ยววินาที—ซึ่งเป็นเสี้ยววินาทีที่ยาวนานพอสำหรับผม
ผมไม่รอให้อาจารย์ตั้งหลัก พุ่งตัวต่ำลอดผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวางของ คว้าเศษท่อเหล็กขึ้นมาเป็นคานงัด แล้วกระแทกเข้ากับขาโต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง โต๊ะไม้หนักอึ้งพุ่งไถลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว บีบให้อาจารย์รินต้องกระโดดหลบขึ้นไปเหยียบขอบหน้าต่าง
รวดเร็ว เด็ดขาด และคำนวณมาอย่างดี!
นี่คือการเติบโตของผม—เด็กหนุ่มผู้เคยหวาดกลัวเงาตัวเองในคดีแรก ตอนนี้เริ่มเรียนรู้ที่จะใช้สภาพแวดล้อมและจิตวิทยาของศัตรูมาเป็นอาวุธในการพลิกเกมแล้ว
อาจารย์รินลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวลเหมือนแมวป่า แววตาสنิมเหล็กคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับประกายความพึงพอใจลึกๆ ที่ยากจะคาดเดา
"ใช้ได้..." น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเข้มงวดไว้ครบถ้วน "รู้จักสังเกตจุดอ่อนของสภาพแวดล้อม และกล้าที่จะใช้มันเป็นตัวสร้างความได้เปรียบ ถือว่าสอบผ่านสำหรับบทเรียนแรกในภาคปฏิบัติ"
เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ก่อนจะหันมามองผมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น
"พักสิบนาที แล้วเตรียมตัวให้พร้อม เพราะหลังจากนี้... นายจะต้องไขปริศนาคดีฆาตกรรมจำลองที่ฉันเตรียมไว้ โดยมีเวลาจำกัดแค่สามสิบนาที ไม่งั้น... นายจะไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย"
ผมทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงอย่างหมดแรง พ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความโล่งอก พร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไหลโทรมหน้าผาก ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนสมองที่ทำงานหนักมาตลอดหลายชั่วโมงนั้นเอง...
เสียงแจ้งเตือนระบบที่แปลกประหลาดและไม่เคยปรากฏมาก่อน ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบของห้องใต้ดิน
ติ๊ง!
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบสัญญาณชีพแปลกปลอมนอกอาคาร]
[เป้าหมาย: บุคคลปริศนาผู้มีรหัสพันธุกรรมตรงกับ 'แฟ้มคดีลับ007' ที่สูญหายเมื่อสิบปีก่อนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่]
[คำเตือนจากระบบ: ประตูห้องใต้ดินถูกล็อกด้วยรหัสผ่านภายนอก... และพวกมันไม่ได้มาเพื่อการทดสอบ]
ผมเบิกตากว้าง พลันหันขวับไปมองอาจารย์รินที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นเย็นชาและตึงเครียดขึ้นในทันที ดวงตาคู่นั้นมองตรงไปยังประตูเหล็กหนาทึบเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ...
แฟ้มคดีลับ007 ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมก้าวผ่านวินาทีอันตรายนี้ไปพร้อมกับตัวละครนะครับ และเตรียมพบกับความจริงที่จะพลิกผันทุกอย่างได้ในตอนถัดไปครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 8
การเข้าเรียนพิเศษที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเรียน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!