กลิ่นคาวสนิมเหล็กและคราบเขม่าดินปืนยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก แม้คดีฆาตกรรมอำพรางในคฤหาสน์ตระกูลวรโชติจะปิดฉากลงด้วยตัวเลขความสำเร็จอันงดงามบนหน้าจอสีฟ้าใสของระบบ แต่สำหรับคินแล้ว ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาในยามวิกาลนี้กลับน่าหวาดหวั่นเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องของผู้ร้ายในที่เกิดเหตุ
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟริมถนนส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ของร้านกาแฟกึ่งห้องสมุดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษแผ่วเบาของอาจารย์ริน หญิงสาวนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองแฟ้มเอกสารคดีเก่าที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ด้วยความสนใจใครรู้
"นายกำลังคิดอะไรอยู่ คิน"
เสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นโดยที่เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้สักเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังจับผิดกระบวนการความคิดที่กำลังวิ่งวนอยู่ในหัวของลูกศิษย์หนุ่ม
คินละสายตาจากหน้าต่างที่มีหยดฝนเกาะพราว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ระบบ 'Insight Eye' ในดวงตาของเขายังคงทำงานอยู่ มันกวาดมองไปรอบห้องเพื่อประเมินความปลอดภัยตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเข้มข้น แม้ว่าวัตถุและผู้คนรอบตัวจะไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่ความรู้สึกกดดันที่ต้นคอกลับไม่ยอมจางหายไป
"ผมกำลังคิดถึงคำพูดสุดท้ายของคนร้ายครับ อาจารย์ริน" คินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ นัยน์ตาสีเข้มสะท้อนภาพเงาของตัวเองบนกระจกใส "ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจควบคุมตัวไป... เขาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวการถูกลงโทษเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาทำคือการหัวeเราะเบาๆ แล้วบอกว่า 'พวกเธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่เดินตามกระดานที่ถูกจัดวางไว้เท่านั้น'"
อาจารย์รินวางปากกาในมือลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตา เข็มนาฬิกาบนผนังเดินผ่านเลยเที่ยงคืนไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงอีกหลายองศา
"คนประเภทนั้นมักจะพยายามทำตัวให้ดูเหนือกว่าจนถึงวินาทีสุดท้าย เพื่อปกปิดความหวาดกลัวที่แท้จริง นายไม่ควรเก็บคำพูดของอาชญากรมาใส่ใจให้รกสมอง" เธอเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ท่าทีเย็นชา
"แต่มันมีบางอย่างผิดปกติครับ..." คินขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากคดีที่ผ่านมา "ถ้าเขาเป็นแค่ฆาตกรรับจ้างธรรมดา ทำไมโครงสร้างการอำพรางศพถึงมีร่องรอยของเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับระดับเดียวกับองค์กรที่อาจารย์ตามหาอยู่ล่ะครับ?"
บรรยากาศในห้องชะงักงันไปชั่วขณะ อาจารย์รินชะงักมือที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความกดดันบางเบาแผ่ออกมาจากตัวเธอ จนทำให้คินรู้ทันทีว่าเขาได้แตะต้องเข้ากับเขตหวงห้ามทางความทรงจำของเธอเข้าแล้ว
"เรื่องนั้น..." อาจารย์รินกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธหรือเปลี่ยนเรื่องคุย ทว่าเสียงเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นตัดจังหวะเสียก่อน
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบ 'Insight Eye' ไม่ได้ดังขึ้นในอากาศ แต่มันดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคินโดยตรง หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่กระพริบเตือนรัวเร็ว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแปลกปลอมในรัศมี 15 เมตร]
[คำเตือน: วัตถุเป้าหมายกำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ด้วยความเร็วสูง]
[สถานะ: อันตรายระดับวิกฤต!]
หัวใจของคินกระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น สติสัมปชัญญะของเขาพุ่งถึงขีด
"อาจารย์ หลบครับ!"
คินไม่รอช้า เขาพุ่งตัวข้ามโต๊ะไม้อย่างไม่คิดชีวิต มือหนาคว้าแขนเรียวของอาจารย์รินแล้วกระชากลงมาให้หมอบราบไปกับพื้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที
*เพล้ง!*
เสียงกระจกใสของร้านกาแฟแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงปะทะมหาศาลพร้อมกับเสียงคำรามแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนปืนไรเฟิลซุ่มยิงเจาะทะลุกรอบหน้าต่าง พุ่งผ่านตำแหน่งที่อาจารย์รินนั่งอยู่เมื่อครู่ไปปักเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างแม่นยำ แรงอัดของกระสุนทำให้เศษไม้และกระดาษกระจายเกลื่อนกลาด
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที เสียงกรีดร้องของพนักงานในร้านและลูกค้าที่เหลืออยู่ไม่กี่คนดังประสานกัน แต่คินไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูง ดวงตาเปิดใช้งาน 'Insight Eye' เต็มรูปแบบเพื่อกวาดมองหาที่มาของวิถีกระสุน
"มาจากตึกตรงข้าม ระยะห่างประมาณสามร้อยเมตร ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ!" คินรายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เยือกเย็นที่สุด แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายเต็มหน้าผาก
อาจารย์รินไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความเย็นชาของเธอกลับกลายเป็นความนิ่งสงบอันน่าทึ่ง ดวงตาของเธอคมกริบดั่งใบมีด เธอดันตัวเองลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยใช้โต๊ะเป็นที่กำบัง พลางหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท
"นายไม่เป็นไรนะ คิน" เธอถามสั้นๆ แต่สายตาสำรวจร่องรอยบาดแผลบนตัวลูกศิษย์อย่างรวดเร็ว
"ผมไม่เป็นไรครับอาจารย์ แต่ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้ถูกลอบสังหารครับ" คินกัดฟันแน่น สายตาของเขาจ้องมองไปยังโต๊ะกาแฟที่พวกเขานั่งเมื่อครู่ บนพื้นไม้มีซองจดหมายสีดำสนิทตกอยู่ พร้อมกับรอยกระสุนที่เฉียดผ่านไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร "พวกมันตั้งใจส่งสาร"
อาจารย์รินหันไปมองซองจดหมายสีดำสนิทนั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเลือดที่เป็นรูปสัญลักษณ์คุ้นตา—สัญลักษณ์ขององค์กรเงามืดที่เธอตามล่ามาตลอดหลายปี
คินคลานเข้าไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา มือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นของนักสืบที่รู้ว่าเกมรอบใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาฉีกซองจดหมายออกอย่างระมัดระวัง หยิบกระดาษการ์ดสีขาวสะอาดตาออกมา กางมันออกอ่านภายใต้แสงไฟสลัว
ข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง ปรากฏแก่สายตาของเขาทั้งสองคน:
*"เกมซ่อนหาจบลงแล้ว, นักสืบตัวน้อย... จงระวังเงาที่อยู่ข้างหลังนายให้ดี เพราะคราวหน้า กระสุนจะไม่พลาดเป้าแบบนี้แน่"*
ทว่า สิ่งที่ทำให้คินต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่ข้อความขู่ฆ่าบนกระดาษแผ่นนั้น...
แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่ง ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูร้านกาแฟที่พังเสียหาย พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้น ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ และสายฝนที่โปรยปรายลงมาด้านนอก
แฟ้มคดีลับ007 ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมก้าวผ่านวินาทีอันตรายนี้ไปพร้อมกับตัวละครนะครับ และเตรียมพบกับความจริงที่จะพลิกผันทุกอย่างได้ในตอนถัดไปครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 7
คำเตือนจากเงามืด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!