"ผมเกรงว่าเอกสารการประเมินความเสียหายของบริษัทคุณ จะมีตัวเลขที่ 'บิดเบี้ยว' ไปจากความเป็นจริงอยู่พอสมควรนะครับ คุณอัครเดช"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของคินดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ที่ถูกห้อมล้อมด้วยกระจกใสบานกว้าง มองเห็นทัศนียภาพของย่านธุรกิจใจกลางเมืองเบื้องล่าง บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบจนแทบจะได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นชาในแววตาของชายวัยกลางคนหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบบัญชี ที่กำลังจ้องมองเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวลูกด้วยความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตกใจและความดูถูกเหยียดหยาม
อัครเดชแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเย้ยหยัน ขยับเนคไทราคาแพงอย่างเกียจคร้านก่อนจะตบลงบนแฟ้มเอกสารตรงหน้าเสียงดังลั่น
"เด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอ รู้จักคำว่า 'ธุรกิจ' ดีแค่ไหนกันเชียว คิน? แฟ้มในมือฉันนี่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาแล้ว เอกสารทางการเงินของคดีนี้มันฟ้องอยู่โต้งๆ ว่าบริษัทของคุณหนูหลินล้มละลายเพราะการบริหารที่ผิดพลาด ไม่ใช่เพราะการทุจริต... เลิกเล่นเป็นนักสืบแก้ผ้าเอาหน้ารอดแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. หิ้วปีกพวกเธอออกไป!"
คำพูดสาดโคลนและสายตาที่มองลงมาอย่างเหยียดหยาม ไม่ได้ทำให้คินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอกด้วยท่าทีผ่อนคลาย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับยิ่งทำให้อัครเดชรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างบอกไม่ถูก
ข้างกายของคิน อาจารย์รินยืนนิ่งสนิท มือเรียวเล็กไขว้หลังไว้ในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท แววตาคมกริบใต้กรอบผมยาวสลวยกวาดมองพฤติกรรมลนลานที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยความกร่างของอีกฝ่าย เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้อัครเดชเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณพูดถูกครับ..." คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นัยน์ตาคมกริบเป็นประกายวาววับขณะที่เขาเรียกใช้งานทักษะพิเศษในห้วงความคิด
[ ตรวจพบความผิดปกติของวัตถุ: แฟ้มเอกสารงบการเงินฉบับที่ 3 ]
[ วิเคราะห์ลายเซ็นดิจิทัล: พบร่องรอยการแก้ไขข้อมูลย้อนหลังเมื่อ 48 ชั่วโมงที่แล้ว ]
[ ประเมินสภาพจิตวิทยาเป้าหมาย: อัครเดชกำลังหวาดกลัวการสูญเสียอำนาจ ชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติ 30% มือขวาซ่อนอาการสั่นไว้ใต้โต๊ะ ]
ระบบ 'Insight Eye' ทำงานอย่างเงียบเชียบแต่เฉียบคม มันฉายภาพข้อมูลเบื้องลึกทั้งหมดลงในสมองของคินราวกับเขากำลังอ่านแผนที่ขุมทรัพย์ที่อีกฝ่ายพยายามขุดหลุมฝังไว้เอง
คินก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีราคาแพงช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขามีจังหวะจะโคน มั่นคง และเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่กดดันให้อัครเดชต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว
"คุณอัครเดชบอกว่าเอกสารชุดนี้ผ่านการตรวจสอบอย่างถูกต้องสินะครับ..." คินเอ่ยพลางใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะ "แต่ก็น่าแปลกนะครับ... ทำไมบริษัทบัญชีระดับประเทศ ถึงยังคงใช้กระดาษรีไซเคิลเกรดต่ำที่มีลายน้ำของโรงพิมพ์เถื่อน ในการพิมพ์งบดุลสำคัญระดับร้อยล้านแบบนี้ล่ะครับ?"
สีหน้าของอัครเดชเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเยาะหยันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"เหลวไหล! พูดจาไร้สาระ! นายมีหลักฐานอะไรมาปรักปรำฉัน!" อัครเดชตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามใช้เสียงดังข่มขวัญเพื่อปิดบังพิรุธ
"หลักฐานน่ะเหรอครับ..." คินยิ้มรับด้วยความใจเย็น ผายมือไปยังจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังห้อง ซึ่งในวินาทีนั้นเอง หน้าจอสีดำก็สว่างวาบขึ้น ปรากฏภาพเอกสารเปรียบเทียบระหว่างงบการเงินฉบับจริงกับฉบับที่ถูกปลอมแปลง พร้อมทั้งเส้นทางการเงินที่ถูกซุกซ่อนไว้ในบัญชีม้าอย่างละเอียดทุกบรรทัด
ข้อมูลทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากแฮกเกอร์ที่ไหน แต่มันคือผลลัพธ์จากการต่อจิ๊กซอว์ทางจิตวิทยาและหลักฐานเชิงประจักษ์ที่คินและอาจารย์รินร่วมกันแกะรอยมาตลอดสัปดาห์
"นี่มัน... อะไรกัน!" ลูกน้องคนสนิทของอัครเดชที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นชื่อของตัวเองปรากฏหราอยู่ในฐานข้อมูลเส้นทางการเงินนอกระบบ
อัครเดชหันขวับไปมองหน้าจอด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินจิตใจเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองกำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่เด็กหนุ่มคนนี้ขุดรอไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
"คุณดูประหลาดใจมากเลยนะครับ" คินเดินเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกก้าว น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่เชือดเฉือนในทุกพยางค์ "การดูถูกคนอื่นว่าด้อยประสบการณ์ มันเป็นเกราะป้องกันความโง่เขลาที่ดีในระยะสั้นๆ เท่านั้นแหละครับ... แต่เมื่อความจริงปรากฏ เกราะนั้นแหละที่จะกลายเป็นกรงขังที่บดขยี้คุณให้แหลکคามือ"
อาจารย์รินก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างคิน เธอปรายตามองอัครเดชด้วยสายตาที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง
"เกมจบแล้วครับ คุณอัครเดช... เลือกเอาว่าจะเดินออกไปอย่างผู้มีเกียรติ หรือจะรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาใส่กุญแจมือพร้อมกับคดีฟอกเงินระดับประเทศ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง แต่อารมณ์ภายในกลับแตกต่างจากตอนเริ่มต้นอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายที่เคยเหนือกว่า บัดนี้กลับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดจนพังทลายในพริบตา
ในขณะที่คินกำลังจะเอ่ยประโยคสรุปสุดท้ายเพื่อปิดคดีความนี้ลง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาอย่างกะทันหัน
[ ตรรกะและการวางแผนบรรลุเงื่อนไขระดับสูง ]
[ ปลดล็อกระบบภารกิจลับซ้อนเงื่อน: 'เงาแห่งองค์กร' ]
[ คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายที่ท่านเพิ่งโค่นล้ม เป็นเพียงหมากตัวแรก... ผู้บงการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังกำลังจับIตาดูการเคลื่อนไหวของท่านผ่านกล้องวงจรปิดในห้องนี้ และมันกำลังส่งสัญญาณตอบโต้กลับมา ณ วินาทีนี้! ]
คินชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวถอยหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในทันที นัยน์ตาสีเข้มหันขวับไปมองเลนส์กล้องวงจรปิดมุมห้องที่กะพริบแสงสีแดงขึ้นอย่างช้าๆ ราวกับดวงตาของอสูรกายที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นในความมืด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับคินและอาจารย์รินในบทนี้นะครับ แฟ้มคดีลับ007 สัญญาว่าจะรีบกลับมาเฉลยความจริงในตอนถัดไปครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 28
กลยุทธ์การทวงคืน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!