“วางมือลงจากตัวเธอ... เดี๋ยวนี้ครับ”
เสียงของผมไม่ได้สั่นเครือ แต่มันกลับราบเรียบจนน่ากลัว ในสายตาของผมเวลานี้ สิ่งรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยวเป็นเส้นสายของข้อมูล ‘Insight Eye’ ทำงานหนักจนขมับของผมเต้นตุบๆ ผมมองเห็นรอยช้ำจางๆ บนต้นคอของอาจารย์ริน เห็นหยดเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากของเธอ และที่เลวร้ายที่สุด... ผมเห็น ‘เจตจำนงฆ่า’ ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นสีแดงฉานจากชายตรงหน้า
อาจารย์รินที่มักจะเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง บัดนี้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนไฟฟ้าที่ส่งเสียงจี่รบกวนประสาท เธอกำลังพยายามขยับตัว แต่มันก็ทำได้เพียงแค่การสั่นไหวเล็กน้อยเท่านั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของเธอไม่มีความกลัว มีเพียงความกังวลที่ฉายชัด... กังวลว่าผมจะพุ่งเข้าไปในกับดักนี้
“โอ้ ดูสิว่าใครโผล่มา?” ชายร่างยักษ์ในชุดสูทสีเทา หัวหน้าหน่วยเก็บกวาดขององค์กรนั้นหัวเราะลั่น มือข้างหนึ่งของมันยังคงบีบคออาจารย์รินไว้อย่างโหดเหี้ยม “เด็กหนุ่มผู้แสนฉลาดที่ระบบเพ้อฝันเลือกให้ นายคิดจริงๆ เหรอว่าแค่ความรู้ตื้นๆ จะช่วยผู้หญิงคนนี้ได้?”
ผมไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าว จังหวะก้าวของผมมั่นคงจนน่าประหลาด แม้ในใจจะเกิดพายุโหมกระหน่ำ ผมไม่เคยโกรธใครขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่เพราะผมขาดสติ แต่เพราะโลกที่ผมพยายามประคองไว้ด้วยตรรกะและเหตุผล กำลังถูกชายตรงหน้าเหยียบย่ำ
*‘Insight Eye... วิเคราะห์โครงสร้างพันธนาการ!’* ผมสั่งการในใจ
ข้อมูลสีทองหลั่งไหลเข้ามา: [จุดเชื่อมต่อไฟฟ้าอยู่ที่ข้อต่อข้อมือ แรงดันไฟ 12,000 โวลต์ หากทำลายจุดศูนย์กลาง... รหัสผ่านนิรภัยจะทำงาน]
“ผมบอกให้ปล่อยมือ” ผมย้ำอีกครั้ง พร้อมกับหยิบมีดพับสั้นๆ ที่ผมมักใช้เป็นเครื่องมือสืบสวนออกมา นี่ไม่ใช่การสืบคดี แต่มันคือการประกาศสงคราม ผมก้าวผ่านรอยแตกของพื้นห้องที่แตกร้าวจากการต่อสู้เมื่อครู่ ชายร่างยักษ์เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะชักปืนพกออกมาจ่อที่ขมับของอาจารย์ริน
“นายจะทำอะไร? แทงฉัน? หรือจะเอาความรู้ทางจิตวิทยามากล่อมให้ฉันวางปืน?” มันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “นายรู้ไหมว่าคนใจเย็นเวลาโกรธน่ะ... น่าสมเพชที่สุด เพราะพวกเขาจะพยายามทำเรื่องโง่เขลาเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ”
ผมหยุดกึก สายตาของผมจ้องมองเข้าไปในรูม่านตาของมันโดยไม่กะพริบ “คุณเข้าใจผิดแล้วครับ... ผมไม่ได้ใจเย็นเพราะผมเป็นคนดี แต่ผมใจเย็นเพราะผมคำนวณไว้แล้วว่า... วินาทีที่ปืนของคุณลั่น ระบบไฟฟ้าที่พันธนาการอาจารย์รินจะชอร์ตดับลงชั่วขณะ ซึ่งนั่นคือจังหวะที่ผมต้องการพอดี”
“เพ้อเจ้อ!” มันเหนี่ยวไก
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นในห้องโถงที่ปิดตาย ผมทิ้งตัวลงพื้นตามสัญชาตญาณ ระบบ Insight Eye แสดงผลภาพช้าแบบสโลว์โมชั่น วิถีกระสุนเฉียดหัวไหล่ผมไปไม่กี่เซนติเมตร และในเสี้ยววินาทีนั้น กระแสไฟฟ้าที่เคยค้างอยู่รอบตัวอาจารย์รินก็กระตุกวูบและดับลงตามที่ผมคำนวณไว้!
ผมพุ่งตัวออกไปเหมือนเสือร้ายที่อดอาหารมานาน ไม่ใช่การต่อสู้แบบมีชั้นเชิง แต่เป็นการทุ่มสุดตัวด้วยความเดือดดาลที่ผมเก็บกดไว้ ผมซัดกำปั้นเข้าที่ปลายคางของชายร่างยักษ์จนมันเซถอยหลัง ก่อนจะคว้าข้อมือของมันแล้วบิดอย่างแรงด้วยทักษะที่ผมแอบเรียนรู้จากการสังเกตอาจารย์รินมานับร้อยชั่วโมง
“อย่า... มาแตะ... ต้องเธอ!”
ผมกระแทกเข่าเข้าที่ท้องของมันจนมันจุกจนพูดไม่ออก ก่อนจะคว้าคอเสื้อแล้วกดมันลงกับพื้นด้วยความแรงทั้งหมดที่มี ทุกหมัดที่ผมกระหน่ำลงไปไม่ได้เกิดจากความสะใจ แต่มันคือความแค้นที่รินต้องมาเจ็บตัวเพราะผม ความโกรธที่ผมไม่สามารถปกป้องคนที่คอยประคองผมมาตลอดทางได้
“คิน... พอได้แล้ว”
เสียงแผ่วเบาของอาจารย์รินดังขึ้น มือของเธอเอื้อมมาจับแขนผมไว้ ความอบอุ่นจากมือของเธอกระตุกสติที่กำลังขาดผึ่งของผมให้กลับมา ผมชะงักหมัดที่กำลังจะทุบลงไปบนใบหน้าของคนตรงหน้า เลือดของมันเปรอะเปื้อนมือของผม แต่สายตาของผมกลับโฟกัสอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของอาจารย์ริน
“ผม... ผมแค่...” ผมหายใจหอบถี่ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันพังทลายลงสิ้นเหลือเพียงความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น
“นั่นไม่ใช่คินที่ฉันสอนมา” เธอฝืนยิ้ม ก่อนจะมองไปที่ประตูห้องโถงที่ถูกปิดตายซึ่งบัดนี้มีเงาดำหลายสายกำลังพุ่งตรงมาทางเรา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนดังสะท้อนก้องมาตามทางเดิน
ชายร่างยักษ์ที่นอนจมกองเลือดใต้เท้าผมกระตุกยิ้มอย่างน่าสยดสยอง แม้จะสะบักสะบอมแต่มันยังหัวเราะร่า “แกคิดว่าแกชนะงั้นเหรอ? แกคิดว่าที่นี่มีแค่ฉันคนเดียวหรือไง... ดูที่จอภาพนั่นสิ คิน”
ผมหันไปมองจอโฮโลแกรมกลางห้องที่เพิ่งถูกเปิดใช้งาน ภาพที่ปรากฏคือกลุ่มบุคคลในชุดคลุมสีดำสนิทที่กำลังล้อมกรอบตัวบุคคลสำคัญในคดี... และหนึ่งในนั้นคือคนที่ผมไม่คิดว่าจะเห็นในสถานที่แห่งนี้
มันคือ ‘พ่อ’ ของผม... ชายที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับทั้งหมดขององค์กร
“พ่อ?” ผมพึมพำด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างของผมแทบไร้เรี่ยวแรง เมื่อหน้าจอฉายภาพพ่อของผมกำลังยิงธนูใส่เป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังริน พร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชาดั่งคนแปลกหน้า
ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้นบนอากาศเบื้องหน้าผมด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน: **[จงเลือกระหว่างการช่วยอาจารย์รินให้รอด หรือการเปิดโปงความลับที่อาจจะทำลายทุกอย่างที่คุณรู้จัก]**
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับการที่บานประตูใหญ่ของห้องโถงเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายที่ผมตามหามาตลอดชีวิตก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มชายชุดดำจำนวนมากที่ถืออาวุธครบมือ
“เลิกเล่นเป็นเด็กนักสืบได้แล้ว คิน... ถึงเวลาที่แกต้องกลับเข้าสู่เกมที่แท้จริงเสียที”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับคินและอาจารย์รินในบทนี้นะครับ แฟ้มคดีลับ007 สัญญาว่าจะรีบกลับมาเฉลยความจริงในตอนถัดไปครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 27
เมื่อคนใจเย็นกลายเป็นคนคลั่ง
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!