กลิ่นอับของห้องเก็บเอกสารเก่าแก่ในสถานีตำรวจภูธรเมืองปริมณฑลผสมผสานกับกลิ่นกระดาษสาที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี จนทำให้จมูกของคินรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อย
แต่สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของเขาในวินาทีนี้ หาใช่บรรยากาศที่ชวนอึดอัดไม่... หากแต่เป็นรอยเปื้อนสีน้ำตาลจางๆ บนแฟ้มคดีหมายเลข 404 ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้สักขัดเงาเบื้องหน้า
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ครับ คิน สายตาของคุณบอกผมว่าคุณกำลังเจออะไรบางอย่างที่คนอื่นมองข้าม"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอาจารย์รินดังขึ้นจากมุมห้อง เธอยังคงกอดอกพิงผนังปูนเปลือยด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับจับจ้องทุกย่างก้าวและการเคลื่อนไหวของลูกศิษย์หนุ่มอย่างไม่คลาดสายตา อาจารย์สาวในชุดสูทลำลองสีดำตัวโคร่งมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ เธอยืนหยัดอยู่เบื้องหลังเพื่อคอยประคับประคองและทดสอบเขาในเวลาเดียวกัน
คินไม่ได้หันไปมองทันที เขายังคงก้มตัวลงต่ำเพื่อลดมุมมองให้ขนานกับสันแฟ้มกระดาษลูกฟูกหนาเตอะ
"ผมกำลังคิดว่า... ฆาตกรคนนี้มีความรอบคอบในระดับที่น่ากลัวเลยล่ะครับอาจารย์" คินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความตื่นเต้นระคนจริงจัง นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นดันกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย "เขาสามารถลบรอยนิ้วมือ รอยเท้า และแม้แต่เส้นใยผ้าในที่เกิดเหตุได้อย่างไร้ร่องรอย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานชุดก่อนถึงได้สรุปสำนวนว่าเป็นอุบัติเหตุ"
"แต่คุณรู้ว่ามันไม่ใช่" อาจารย์รินเดินเข้ามาใกล้ ชายเสื้อสูทของเธอไหววูบตามจังหวะการก้าวเดิน กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกาแฟดำลอยเข้ามาแตะจมูก "ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ขอให้ผมพามาที่ห้องเก็บของใต้ดินนี่หรอกจริงไหมครับ?"
คินยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่เอ่ยคำปฏิเสธ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะนึกถึงกลไกในจิตสำนึกที่เชื่อมต่อกับระบบลับที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล—ระบบที่ถูกขนานนามว่า *'Insight Eye'*
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนรูปแบบคลื่นเสียงสะท้อนในโสตประสาทของคินดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับภาพโลกตรงหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในพริบตา แสงสีฟ้าอ่อนจางปรากฏขึ้นเป็นโครงร่างสามมิติรอบตัววัตถุ ข้อมูลรายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาพฤติกรรมเริ่มไหลทะลักเข้ามาในสมองของเขาอย่างเป็นระบบ
[ระบบ Insight Eye เปิดใช้งาน]
[เป้าหมาย: แฟ้มคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน (คดีเลขที่ 404)]
[วิเคราะห์ความผิดปกติระดับโครงสร้างวัตถุ...]
[ตรวจพบ: ร่องรอยสารเคมีแปลกปลอมบริเวณมุมล่างซ้ายของกระดาษหน้าสุดท้าย]
[ประเมินระดับอันตราย: ปานกลาง (หลักฐานชิ้นนี้ถูกปกปิดด้วยสารเคมีอำพรางทางชีวภาพ)]
ดวงตาของคินหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อระบบระบุพิกัดความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ เขาไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่โชคชะตา แต่เขาพึ่งพาตรรกะ ข้อมูล และความสามารถพิเศษที่ได้มาจากการไขคดีก่อนหน้านี้ การเติบโตของเขาไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันหล่อหลอมผ่านความพยายามและการวิเคราะห์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
"อาจารย์รินครับ... ช่วยส่องไฟฉายอัลตราไวโอเลตมาทางนี้หน่อยครับ" คินเอ่ยขอความร่วมมือด้วยน้ำเสียงสุภาพ
อาจารย์รินไม่เอ่ยถามให้มากความ มือเรียวควAรไฟฉายขนาดพกพาจากกระเป๋าเสื้อออกมาอย่างรวดเร็ว แสงสีม่วงเข้มสาดส่องลงไปยังมุมกระดาษที่คินใช้นิ้วชี้ประคองเอาไว้
และในวินาทีนั้นเอง... สิ่งที่ไม่ควรมีใครเห็นก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นต่อหน้าต่อตา
รอยคราบจางๆ ที่เคยมองไม่ด้วยตาเปล่า กลับเรืองแสงสีเขียวมรกตขึ้นมาภายใต้แสงยูวี รอยคราบนั้นไม่ได้กระจายตัวสะเปะสะปะ แต่มันเรียงตัวเป็นรูปแบบที่คุ้นเคยอย่างประหลาด—สัญลักษณ์รูปนกอินทรีกางปีกหันหัวกลับ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน
หัวใจของคินเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่ได้ต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเข้าหากัน
"นี่มัน..." อาจารย์รินอุทานออกมาเบาๆ แววตาที่เคยนิ่งสงบมาตลอดพลันไหววับชั่วขณะ รังสีความเยือกเย็นรอบตัวเธอกระจายออกมาจนคินสัมผัสได้ "รอยสารเคมีชนิดนี้ เป็นสูตรเฉพาะที่ใช้ในหน่วยปฏิบัติการลับขององค์กร 'The Eclipse' ที่ถูกยุบไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... เป็นไปได้ยังไงกัน?"
"แปลว่าคดีนี้ไม่ได้เป็นอุบัติเหตุตั้งแต่แรกครับอาจารย์" คินเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาว แววตาของเขาสะท้อนความมุ่งมั่นและประกายแห่งปัญญาอย่างเด่นชัด "มีคนจงใจจัดฉากเพื่อปกปิดการฆาตกรรม และคนๆ นั้นก็คือนักฆ่าคนเดียวกันกับที่เรากำลังตามหาอยู่"
บรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารแคบๆ ดูเหมือนจะอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบในหัวของคินที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อประมวลผลข้อมูลเพิ่มเติม
คินยื่นมือออกไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เพื่อเตรียมเก็บตัวอย่างหลักฐานชิ้นนี้ใส่ซองนิรภัย แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนกระดาษแผ่นนั้น
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นมาจากมุมมืดสุดของทางเดินด้านนอกห้องเก็บเอกสาร เป็นเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน หากประสาทสัมผัสของคินไม่ถูกยกระดับขึ้นจากระบบ เขาก็คงไม่มีทางสังเกตเห็นมันเด็ดขาด
อาจารย์รินชักสีหน้าเปลี่ยนไปในพริบตาเดียว ร่างเพรียวบางดีดตัวขยับมาบังหน้าคินเอาไว้โดยสัญชาตญาณ พร้อมกับมือขวาที่เอื้อมไปแตะด้ามปืนพกซ่อนใต้เสื้อสูทอย่างรวดเร็ว
"มีคนอื่นอยู่ในนี้ด้วย..." อาจารย์รินกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากวาดมองไปตามเงาสลัวของชั้นวางเอกสาร
คินหันไปมองหน้าจอมือถือที่เชื่อมต่อกับระบบของสถานีตำรวจ ซึ่งปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานขึ้นมาขัดจังหวะกระทันหัน ทว่าคราวนี้ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนเดิม แต่เป็นข้อความภารกิจเร่งด่วนระดับสูงสุดที่ทำเอาลมหายใจของเขาเกือบสะดุด
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ!]
[ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่โดยบุคคลภายนอก: เป้าหมายระดับ SSS กำลังปิดล้อมทางออกทุกด้าน]
[คำเตือน: วัตถุพยานในมือท่านคือจุดชนวน แหล่งข่าววงในรายงานว่า... "พวกมัน" รู้ตัวตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกท่านก้าวเข้ามาในตึกนี้แล้ว]
ไฟฉุกเฉินสีแดงบนเพดานห้องดับและติดขึ้นใหม่สลับกันไปมาสาดแสงวับวาม ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา ประตูเหล็กบานใหญ่ของห้องเก็บเอกสารค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงเสียดสีของบานพับที่ฟังดูน่าขนลุก... และเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลุ่มหมอกนี้ไปกับคินและอาจารย์รินนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 3
เบาะแสที่ไม่ควรมีใครเห็น
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!