เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 25

สิ้นสุดจุดเริ่มต้น

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
คราบเลือดบนปลายหอกทมิฬยังไม่ทันแห้งสนิทดี ความหนาวเหน็บจากรัตติกาลเบื้องนอกก็ราวกับจะแทรกซึมผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้ามาทิ่มแทงหัวใจ หลี่ซ่านยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน สายตาคมกริบดั่งใบมีดจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในเงาสลัวของเรือนพักร้าง "องค์หญิง... พระองค์เสด็จมาที่นี่ได้อย่างไร?!" คำถามนั้นหลุดจากริมฝีปากของบุรุษหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความตกตะลึงระคนระแวดระวัง แม้ในยามวิกาลเช่นนี้ และแม้ว่าเบื้องหน้าเขาคือสตรีผู้สูงศักดิ์เหนือผู้ใดในแผ่นดิน แต่สัญชาตญาณของทายาทตระกูลหลี่ผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวยังคงทำงานอย่างเฉียบคม เขาซ่อนปลายหอกไว้เบื้องหลังกายโดยสัญชาตญาณ ไป๋จูไม่ได้ตอบคำถามทันที นางกวาดสายตาสำรวจร่องรอยการต่อสู้โดยรอบ ทั้งคราบเขม่าดินปืน กลิ่นอายโลหิตที่คละคลุ้ง และรอยแยกบนพื้นเรือนที่เกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะหยุดลงที่ใบหน้าอันเคร่งเครียดของบุรุษตรงหน้า "เจ้าคิดจะปิดบังข้าไปถึงไหนกัน หลี่ซ่าน" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนความนิ่งงันในใจของเขาได้ ไป๋จูก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระทบเข้ากับเครื่องประดับหยกบนเรือนผมของนาง สะท้อนประกายวาววับราวกับหยดน้ำค้างบนยอดหญ้าคม "นี่ไม่ใช่ที่ที่พระองค์ควรจะมา..." หลี่ซ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ตึงเครียด "สถานการณ์ในเมืองหลวงกำลังระอุ ขุนนางฝ่ายเหนือและพวกขันทีสารเลวต่างส่งมือสังหารออกค้นหาตัวข้า หากมีใครล่วงรู้ว่าองค์หญิงเสด็จมาพบข้าที่นี่ แผนการทั้งหมดที่เราเพียรสร้างมาตลอดสามปีจะพังทลายลงในพริบตาเดียว" "แล้วเจ้าคิดว่าข้าอยู่นิ่งเฉยในตำหนักได้หรือ?" ไป๋จูสวนกลับทันควัน ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความดุดันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความอ่อนโยนมาเนิ่นนาน "สามปีที่ตระกูลหลี่ต้องแบกรับข้อหากบฏอันเป็นเท็จ สามปีที่บิดาของเจ้าและพี่น้องของเจ้าต้องตายอย่างอยุติธรรม... เจ้าคิดว่าข้ามีความสุขนักหรือที่ต้องนั่งมองพวกมันเสวยสุขบนคราบน้ำตาของพวกเรา!" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงหัวใจที่เต้นรำไปกับความโกรธแค้น หลี่ซ่านจ้องมองสตรีตรงหน้า หัวใจของเขาไหววับอย่างรุนแรง ไป๋จูกล้าเดิมพันทุกอย่าง แม้กระทั่งเกียรติยศและชีวิตขององค์หญิงแห่งราชสำนัก เพื่อยืนเคียงข้างเขาในเงาดำ ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจากความเจ็บปวดร่วมกัน ทำให้เส้นแบ่งระหว่างนายกับบ่าว หรือแม้แต่สหายร่วมอุดมการณ์เลือนรางลงจนแทบไม่เหลือ "ท่านพ่อเคยสอนข้าไว้ว่า..." หลี่ซ่านหลุบสายตาลงต่ำเล็กน้อย ก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างมั่นคง "หนทางแห่งการแก้แค้นนั้นโดดเดี่ยวและยาวนานนัก ยิ่งเราเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งสูญเสียความเป็นมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น ข้าไม่อยากดึงพระองค์ให้แปดเปื้อนไปด้วยโลหิตของพวกมัน" "โลหิตหรือ?" ไป๋จูแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของนางเจือความขมขื่นอย่างล้ำลึก "หลี่ซ่านเอ๋ย... เจ้าคิดว่ามือของข้าในวังหลังนั้นสะอาดนักหรือ? ข้าต้องเหยียบย่ำซากศพและความอิจฉาริษยามามากเท่าไหร่ กว่าจะไต่เต้ามาอยู่ ณ จุดที่สามารถหาข่าวกรองให้เจ้าได้ เจ้าคิดว่าข้ากลัวความสกปรกงั้นหรือ?" นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวปะปนกับกลิ่นคาวเลือด สร้างความรู้สึกที่ซับซ้อนและปั่นป่วนในอกของบุรุษหนุ่ม "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำปฏิเสธจากปากเจ้า" ไป๋จูเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เด็ดเดี่ยว และแน่วแน่ "ข่าวกรองล่าสุดที่ข้าได้มา ขุนนางใหญ่หลิวเตรียมเคลื่อนย้ายกำลังพลลับออกจากค่ายทหารนอกเมืองในคืนนี้ เป้าหมายของมันคือการกวาดล้างพรรคพวกที่เหลืออยู่ของตระกูลหลี่ในเขตบูรพาให้สิ้นซาก หากเจ้ายังมัวแต่ลังเลและห่วงหน้าพะวงหลังเช่นนี้ รุ่งอรุณวันพรุ่งนี้ จะไม่มีใครหลงเหลือให้เจ้าแก้แค้นอีกต่อไป" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ หลี่ซ่านรู้สึกได้ถึงกระแสโลหิตที่เดือดพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน ภาพเหตุการณ์ในอดีต วันที่ตระกูลหลี่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ภาพมารดาที่สิ้นใจในอ้อมแขน และภาพเรือนชานที่ถูกเผาทำลายจนราบเป็นหน้ากลองไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดราวกับฉลากยาพิษที่ถูกเปิดออก ทุกความอดกลั้น ทุกความเยือกเย็นที่เขาสั่งสมมาตลอดสามปีพังทลายลงในชั่วพริบตา ดวงตาของหลี่ซ่านเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาจนไป๋จูยังต้องรู้สึกหนสันหลังวาบ นี่คือ "ราชันย์หอกทมิฬ" ตัวจริง ผู้ที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้เป็นชิ้นๆ ด้วยสองมือของตนเอง หลี่ซ่านกำด้ามหอกในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาของเขาไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันดำมืดและเด็ดเดี่ยว "องค์หญิงตรัสถูกแล้ว..." หลี่ซ่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าก้องกังวานและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "จุดเริ่มต้นแห่งความอัปยศนี้ ได้ดำเนินมาเนิ่นนานเกินไปแล้ว..." เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามรัตติกาลผ่านหน้าต่างบานเก่า แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ไม่อาจดับมอด "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... จุดเริ่มต้นได้สิ้นสุดลงแล้ว" หลี่ซ่านประกาศกร้าวในใจและด้วยวาจา "สงครามการล้างแค้นของตระกูลหลี่ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว ณ บัดนี้!" บรรยากาศภายในห้องพลระuตึงเครียดถึงขีดสุด ไป๋จูมองรอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เปี่ยมด้วยความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของมัจจุราชที่พร้อมจะทวงคืนหนี้เลือด ทว่า ในขณะที่คนทั้งสองกำลังเตรียมตัวจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับชะตากรรม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ด้านนอกเรือนพัก ราวกับว่าพวกมันรอเวลานี้มานานแล้ว ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเยือกเย็น ก่อนที่บานประตูไม้จะถูกถีบพังทลายลงมาด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง! และในเงาดำที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงจันทร์อันหนาวเหน็บ ร่างของชายผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก... คนที่หลี่ซ่านคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านองค์แรกของเรื่องราวนี้ไปด้วยกัน และโปรดติดตามความเดือดระอุในบทต่อไปด้วยใจระทึกครับ... ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%