เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 26

คลื่นใต้น้ำในราชสำนัก

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาชีวิตคนตระกูลจ้าวมาเดิมพันกับเกมการเมืองโสโครกแบบนี้!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงรับรองลับของจวนอัครเสนาบดี เก้าอี้ไม้แกะสลักล้ำค่าสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ของเจ้าของร่างสูงสง่าที่กำลังยืนจังก้า ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่เดินทางมาถึงขีดสุด หลี่ซ่านไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ปลายเรียวนิ้วประสานกันไว้บนตักอย่างใจเย็น ราวกับเสียงคำรามเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้ไผ่ริมหน้าต่าง แต่ในความเงียบงันที่ทิ้งช่วงลงหลังจากนั้น บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "เกมการเมืองโสโครกอย่างนั้นหรือครับ ใต้เสนาบดีจ้าว?" หลี่ซ่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยือกจนคนฟังต้องสะดุ้ง "ท่านพูดราวกับว่าตระกูลจ้าวของท่านไม่เคยมือเปื้อนเลือด... ราวกับว่าสามปีก่อน ไม่มีศพของคนตระกูลหลี่นับร้อยชีวิตกองอยู่ใต้ท้องพระโรงนั่น" เพล้ง! ถ้วยชาหยกขาวราคาแพงถูกปัดร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจาย เศษกระเบื้องและน้ำชาร้อนๆ กระเด็นโดนชายเสื้อของหลี่ซ่าน แต่นัยน์ตาคู่คมของทายาทตระกูลหลี่หาได้กะพริบลงแม้แต่น้อย เขายังคงมองตรงไปยังชายวัยกลางคนผู้กุมอำนาจฝ่ายเก่าในราชสำนักด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "สามปีผ่านไป เจ้ากล้าดียังไงถึงยังกล้าเหยียบย่างกลับมาที่เมืองหลวงแห่งนี้ หลี่ซ่าน" อัครเสนาบดีจ้าวเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและหวาดระแวงในคราเดียวกัน "เจ้าคิดว่ามีใครหนุนหลังอยู่แล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นรึ? อำนาจในราชสำนักตอนนี้ไม่ได้อยู่ในมือของพวกเด็กอมมืออย่างพวกเจ้าหรอกนะ!" "อำนาจหรือครับ?" หลี่ซ่านค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทขยับขยายสร้างแรงกดดันโดยรอบโดยไม่ต้องอาศัยเสียงตะคอก "ท่านพูดถึงอำนาจที่กำลังจะหลุดลอยจากมือพวกท่านไปทุกทีน่ะหรือครับ ใต้เท้าจ้าว? คืนนี้... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าท่าน หาใช่ผีร้ายจากอดีต แต่คือเงาที่พวกท่านสร้างขึ้นมาเองต่างหาก" ภายในห้องโถงสลัว แสงตะเกียงไต้น้ำมันกะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก ไป๋จูซึ่งยืนกอดอกพิงเสาอยู่มุมมืดของห้องเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าของบ้าน "ใต้เท้าจ้าวโปรดใจเย็นลงสักนิดเถอะครับ การที่ท่านโกรธเกรี้ยวจนสติหลุดเช่นนี้ ยิ่งทำให้พวกขุนนางฝ่ายใหม่เขาหัวเราะเยาะเอาได้นะว่าเสนาบดีผู้เฒ่าเริ่มคุมสติไม่อยู่แล้ว... หรือว่าที่ท่านร้อนรนขนาดนี้ เพราะเอกสารลับบัญชีส่วยสามปีก่อน มันไม่ได้อยู่ที่ห้องทำงานของท่านอีกต่อไปแล้วกันแน่?" คำพูดเพียงประโยคเดียวของไป๋จูทำให้สีหน้าของอัครเสนาบดีจ้าวเปลี่ยนจากสีแดงก่ำกลายเป็นซีดเผือดในพริบตา มือที่กำหมัดแน่นเริ่มสั่นเทา ความขัดแย้งระหว่าง "อำนาจเก่า" ของกลุ่มขุนนางตระกูลใหญ่ที่ผูกขาดผลประโยชน์มาหลายชั่วอายุคน กับ "อำนาจใหม่" ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวขึ้นมาหนุนหลังองค์รัชทายาท กำลังปะทุขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่ดุเดือดราวกับลาวาใต้เปลือกโลก และตระกูลหลี่... คือลิ่มทองคำที่ถูกตอกลงตรงรอยต่อของความปริคู่นี้พอดี หลี่ซ่านก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้จันทน์หอม ช้าๆ ทว่ามั่นคง สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารราชการที่กองสุมอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งที่พับจดหมายฉบับหนึ่งที่มีตราประทับลับของกองกำลังพิทักษ์เมือง "ท่านกำลังกลัวครับ ใต้เท้า" หลี่ซ่านกระซิบเสียงเบา แต่ดังก้องกังวานในความรู้สึกของคู่สนทนา "ท่านกลัวว่าความจริงเรื่องกบฏเมื่อสามปีก่อนจะถูกขุดคุ้ย กลัวว่าบัลลังก์ที่ท่านคอยชักใยอยู่เบื้องหลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของเด็กที่พวกท่านเคยคิดว่ากวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว" "เจ้า... เจ้ามันปีศาจ!" อัครเสนาบดีจ้าวกัดฟันกรอด ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ปีศาจหรือครับ? น่าเสียดายจริงๆ ที่ผู้ที่ปลุกปีศาจตนนี้ขึ้นมา... ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือพวกท่านเองต่างหาก" หลี่ซ่านยิ้มเยาะ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง โดยมีไป๋จูก้าวตามไปติดๆ ทว่า ในวินาทีที่มือของหลี่ซ่านกำลังจะสัมผัสบานประตูไม้เพื่อก้าวออกไปสู่รัตติกาลเบื้องนอก เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นก็แว่วมาจากนอกจวน *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* เสียงเกราะเหล็กของทหารยามนับร้อยนายปิดล้อมรอบจวนอัครเสนาบดีในชั่วพริบตา พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนห้องโถงสว่างวาบราวกับเวลากลางวัน ไป๋จูขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองสหายร่วมอุดมการณ์ทันที "ดูท่าทาง... แผนการของเราจะมีคนรู้เร็วกว่าที่คาดไว้นะครับ" หลี่ซ่านยังคงนิ่งสงบ เขาดึงมุมเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้รอบตัวจะถูกปิดล้อมด้วยกองกำลังติดอาวุธนับร้อยที่พร้อมจะสังหารพวกเขาให้เป็นจุล แต่แล้ว ประตูห้องโถงที่ถูกปิดสนิทก็เปิดผางออกด้วยแรงถีบอันรุนแรง ร่างของชายผู้หนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางแสงคบเพลิง ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกอยู่ใต้เงาหมวกสานปีกกว้าง รอยยิ้มเยาะเย้ยที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขานั้น... ช่างคุ้นตาอย่างประหลาดจนหัวใจของหลี่ซ่านกระตุกวูบ "ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ... น้องชาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับเงาดำของคนคนนั้นที่ก้าวพ้นแสงไฟเผยให้เห็นใบหน้าที่หลี่ซ่านจำได้ไม่มีวันลืม... คนที่ควรจะนอนเน่าอยู่ใต้ก้นเหวลึกเมื่อสามปีก่อนอย่างไร้ลมหายใจ! ราชันย์หอกทมิฬขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งราชสำนักนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%