เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 27

การสอบจอหงวน

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับเหงื่อไคลและความตึงเครียดนับร้อยสาย อบอวลอยู่ภายใต้หลังคาเรือนสอบจอหงวนอันกว้างใหญ่ ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงปลายพู่กันกระทบกระดาษฟางดังกุกกักราวกับเสียงฝนตกกระทบใบบัว หลี่ซ่านนั่งหลังตรงดั่งท่อนไม้ ปลายพู่กันในมือมั่นคงราวกับเหล็กกล้า สายตาคมกริบกวาดมองข้อสอบเบื้องหน้า ประโยคคำถามว่าด้วยการคลังแผ่นดินและยุทธศาสตร์ชายแดนถูกจารึกไว้ด้วยตัวอักษรบรรจง แต่ในห้วงความคิดของเขากลับไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องราชการ ภาพเงาดำและเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักเมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ... น้องชาย”* คนที่ควรจะนอนเน่าอยู่ใต้ก้นเหวลึกเมื่อสามปีก่อนอย่างไร้ลมหายใจ บัดนี้กลับมีชีวิตและยืนอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งหมด มันคือเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอน หรือเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานอำนาจที่สำนักราชสำนักจงใจวางไว้กันแน่? *แคว่ก...* เสียงกระดาษแผ่นข้างๆ ฉีกขาดด้วยความลนลาน บัณฑิตหนุ่มผู้สอบร่วมแถวหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะวางพู่กันลงด้วยมือที่สั่นเทา หลี่ซ่านปรายตามองเพียงเสี้ยววินาทีก็เบือนหนี ความกดดันของการสอบจอหงวนไม่ได้อยู่ที่ความยากของข้อสอบ แต่อ1ยู่ที่การคัดกรองอย่างไร้ความปรานี ผู้ใดเขียนไม่ถูกพระหทัย ย่อมหมายถึงอนาคตที่ดับวูบ หรืออาจลามไปถึงชีวิตของคนในตระกูล สำหรับหลี่ซ่านแล้ว การก้าวเข้ามาในสนามสอบแห่งนี้ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงเกียรติยศ แต่เป็นบันไดก้าวแรกในการเข้าถึงก้นBบึ้งของอำนาจ เพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังข้อหากบฏที่ทำลายล้างตระกูลหลี่เมื่อสามปีก่อน "เวลาเหลืออีกหนึ่งก้านธูป!" เสียงประกาศก้องของขันทีผู้ดูแลการสอบดังขึ้นทำลายความเงียบ หลี่ซ่านสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความฟุ้งซ่าน ปลายพู่กันจรดลงบนกระดาษอีกครั้ง ตัวอักษรบรรจงเรียงรายเป็นระเบียบ ท่วงท่าการเขียนทรงพลังและเฉียบคมราวกับวิชาหอกตระกูลหลี่ที่ถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นกระดาษ ทุกถ้อยคำที่เขาเรียบเรียงขึ้นมา คือการท้าทายขุนนางกังฉินในราชสำนักอย่างแยบยล เป็นบทความวิจารณ์นโยบายที่เฉียบขาดจนอาจทำให้ผู้ตรวจการต้องสะดุ้งเมื่อได้อ่าน ขณะที่เขากำลังเขียนประโยคสุดท้าย บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไป ความเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานแคบ แม้แดดยามบ่ายจะสาดส่องลงมา แต่หลี่ซ่านกลับรู้สึกราวกับถูกสายตาคู่หนึ่งจ้องมองจากความมืด สายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างประหลาด เขาชะงักพู่กันโดยไม่รู้ตัว เงยหน้าขึ้นมองไปยังระเบียงทางเดินด้านนอกที่มีทหารองครักษ์เดินตรวจตราอย่างเข้มงวด ทว่าที่ตรงเสาต้นใหญ่นั้น มีเงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ในมุมอับสายตา แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าและรอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของหลี่ซ่านกระตุกวูบ ไม่ใช่ภาพหลอน... มันคือคนผู้นั้นจริงๆ เมื่อเสียงระฆังหมดเวลาสอบดังขึ้น บัณฑิตทุกคนต่างวางพู่กันและลุกขึ้นยืนด้วยความอ่อนระโชย หลี่ซ่านเก็บอุปกรณ์ของตนอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้ายังคงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งไฟเผา เขาเดินตามแถวออกไปยังลานกว้างด้านนอก ท่ามกลางผู้คนที่กำลังทยอยเดินทางกลับ แต่สายตาของเขากลับกวาดหาเป้าหมายในฝูงชนอย่างรวดเร็ว "คุณชายหลี่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านข้าง พร้อมกับพัดกระดาษที่แตะเบาๆ ที่หัวไหล่ หลี่ซ่านหันขวับไปทันที ปรากฏว่าเป็นไป๋จู นางแต่งกายด้วยชุดพ่อค้าเร่เพื่ออำพรางตัว ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มเคร่งเครียด ดวงตาคู่นคมองตรงมาที่เขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง "เจ้าเจอเขาแล้วใช่ไหม?" ไป๋จูเอ่ยเสียงต่ำ กระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น "ข่าวกรองล่าสุดจากวังหลังแจ้งว่า การสอบครั้งนี้มี 'แขกพิเศษ' ที่องค์ชายสามทรงเชิญมาด้วยตนเอง และคนผู้นั้น... เพิ่งจะได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในคณะผู้ตรวจข้อสอบรอบสุดท้าย" หลี่ซ่านหรี่ตาลงเล็กน้อย ความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่าง "เป็นมันจริงๆ สินะ..." "ไม่ใช่แค่ 'มัน' คนเดียวหหลี่ซ่าน" ไป๋จูสูดลมหายใจเข้าลึก นางยื่นแผ่นป้ายไม้สลักลายประหลาดที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนให้เขา "นี่คือสิ่งที่ข้าพบในห้องทำงานลับของกรมพิธีการเมื่อคืน... ตราสัญลักษณ์ของหน่วยลับที่ถูกยุบไปเมื่อสามปีก่อน หน่วยเดียวกันกับที่ลงมือกับครอบครัวของเจ้า" หลี่ซ่านรับป้ายไม้นั้นมาถือไว้ น้ำหนักของมันเบาหวิว แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึก ปลายมือของเขาเย็นเฉียบเมื่อสัมผัสกับรอยสลักรูปหัวหมาป่ากลืนจันทร์ ก่อนที่หลี่ซ่านจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ เสียงประกาศก้องจากเจ้าหน้าที่กรมพิธีการก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน "ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์รอบพระพักตร์... หลี่ซ่าน! ก้าวออกมารายงานตัว ณ ตำหนักชิงหลง เดี๋ยวนี้!" สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งลานสอบพลันตกอยู่ในความเงียบงัน บัณฑิตคนอื่นๆ ต่างหันมามองเขาด้วยความอิจฉาและประหลาดใจ มีเพียงหลี่ซ่านที่ยืนนิ่งสงบ ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้น เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังยอดตำหนักชิงหลงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบน ที่ซึ่งเบื้องหลังประตูบานใหญ่สีแดงชาดนั้น... บุคคลที่ควรจะตายไปแล้วกำลังรอยคอยการมาเยือนของเขาในฐานะผู้พิพากษา ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของเงาหอกเล่มนี้ด้วยใจจริงนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%