กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นสาบของกาลเวลาคละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินคับแคบ แสงเทียนสีส้มสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังอิฐมอญ ทอดเงายาวน่ากลัวของคนสองคนให้ทาบทับลงบนผนัง
"เจ้าช้าไปครึ่งก้านธูป... หลี่ซ่าน"
เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกับไม้ดังขึ้นทำลายความเงียบ บุรุษวัยกลางคนในชุดอาภรณ์เก่าคร่ำคร่า นั่งหลังค่อมอยู่บนเก้าอี้ไม้โยก ดวงตาฝ้าฟางข้างหนึ่งบอดสนิท แต่อีกข้างยังคงคมกริบราวกับเหยี่ยว บาดลึกเข้ามาถึงขั้วหัวใจของหลี่ซ่าน
ทายาทตระกูลหลี่มิได้ตอบคำถามทันที เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องอย่างระแวดระวัง มือซ้ายยังคงกุมด้ามหอกทมิฬแนบกาย ส่วนมือขวาลูบไล้แหวนหยกประจำตระกูลที่สวมอยู่บนนิ้วโป้งเพื่อสงบสติอารมณ์ ไป๋จูผู้ติดตามมาด้วยยืนสงบนิ่งอยู่มุมมืด นางใช้พัดกระดาษบังรอยยิ้มเยาะหยันเล็กน้อยที่มุมปาก พร้อมกับกวาดตามองหีบไม้ผุๆ ที่วางอยู่เบื้องหน้า
"ถนนสายหลักถูกกองกำลังของกรมอาญาล้อมตรวจค้น ลุงเฉิน... ข้าจำเป็นต้องหลบเลี่ยงสายตาพวกมัน การเดินทางจึงล่าช้ากว่ากำหนด" หลี่ซ่านเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความนอบน้อมไว้ในที ชายชราผู้นี้คืออดีตองครักษ์มือขวาของบิดาผู้ล่วงลับ ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์นองเลือดในคืนนั้น
ลุงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและระคายหู "หลบเลี่ยง? เจ้าคิดว่าเจ้าหลบพ้นเงาของพวกมันได้จริงๆ หรือ หลี่ซ่าน? ตระกูลหลี่พินาศเพราะความหยิ่งทะนง... และบิดาของเจ้าก็ตายเพราะความโง่เขลาที่เชื่อใจคนผิด!"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า กล้ามเนื้อกรามของหลี่ซ่านกระตุกเกร็ง ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้น แต่เขาก็ยังคงสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ได้ด้วยการสูดหายใจเข้าลึกๆ
"ท่านพ่อมีความภักดีต่อแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย... ข้ามาที่นี่มิได้ต้องการฟังคำดูถูกผู้ล่วงลับ แต่มาเพื่อทวงคืนความจริง" หลี่ซ่านก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ วางมือลงบนผิวไม้ที่สั่นเทาเล็กน้อย "จดหมายของเสด็จลุง... และรายชื่อขุนนางที่เกี่ยวข้องกับการทรยศ อยู่ที่ไหน"
ลุงเฉินเงยหน้าขึ้นสบตาผู้อ่อนวัยกว่า รอยย่นบนใบหน้าเหี่ยวย่นขยับยิ้มอย่างน่าสมเพช "ความจริงหรือ? เจ้าเด็กน้อย... โลกใบนี้ไม่มีความจริง มีเพียงอำนาจของผู้ชนะเท่านั้นที่ถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์"
ชายชราเอื้อมมืออันสั่นเทาหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กที่วางอยู่ใต้กองหนังสือเก่าขึ้นมา ผลักฝากล่องออกช้าๆ เผยให้เห็นม้วนกระดาษสาเก่าคร่ำคร่าสีเหลืองกรอบ มีคราบสีน้ำตาลเข้มคล้ายรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ที่มุมกระดาษ
ไป๋จูขยับตัวเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตหรี่ลงพินิจพิเคราะห์ม้วนกระดาษนั้น "ตราประทับนั่น... เป็นขององค์ชายรองผู้ล่วงลับจริงๆ" นางพึมพำเสียงเบา
"ถูกต้อง" ลุงเฉินกล่าวต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนน่าตกใจ "จดหมายฉบับนี้บันทึกแผนการทั้งหมด... ไม่ใช่แค่เรื่องการกบฏ แต่เป็นการจัดฉากเพื่อกวาดล้างตระกูลหลี่ เพราะพวกเจ้า 'รู้มากเกินไป' เกี่ยวกับกองทุนลับที่ใช้ซื้ออาวุธนอกราชสำนัก"
หลี่ซ่านรับกล่องไม้นั้นมาถือไว้ น้ำหนักของมันช่างเบาบางเหลือเกินหากเทียบกับคราบเลือดและหยาดน้ำตาของคนในตระกูลที่ต้องแลกมา แต่หัวใจของเขากลับรู้สึกหนักอึ้งราวดึงภูเขามาทับ
"แล้วเหตุใด... ท่านจึงเก็บมันไว้จนถึงตอนนี้ ทำไมไม่มอบให้ทางการ หรือทำลายมันเสียตั้งแต่แรก" หลี่ซ่านถามเสียงเครือ ลอบสังเกตประกายในดวงตาของอดีตองครักษ์
ลุงเฉินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ "เพราะข้ากลัว... ข้าเป็นคนขลาดตาขาว หลี่ซ่าน วันที่จวนตระกูลหลี่ถูกเพลิงเผาผลาญ ข้าหนีออกมาพร้อมกับกระดาษแผ่นนี้โดยปล่อยให้พี่น้องร่วมสาบานต้องตายในกองเพลิง ข้าใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิดมาตลอดสิบปี... และบัดนี้ ถึงเวลาที่ข้าต้องชดใช้แล้ว"
ทันใดนั้นเอง ดวงตาที่เคยฝ้าฟางของลุงเฉินก็เบิกกว้างขึ้น ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากมุมปากทั้งสองข้างอย่างฉับพลัน!
"ลุงเฉิน!" หลี่ซ่านอุทานด้วยความตกใจ รีบพุ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังทรุดฮวบลงจากเก้าอี้
ไป๋จูหน้าถอดสี รีบกวาดตามองรอบห้องอย่างตื่นตระหนก "ยาพิษ! เขากินยาพิษเข้าไปก่อนหน้าที่พวกเราจะมาถึง!"
มือที่เหี่ยวย่นและสั่นเทาคว้าจับข้อมือของหลี่ซ่านไว้แน่น แรงบีบนั้นมากจนน่าแปลกใจสำหรับคนใกล้ตาย เลือดสีดำไหลอาบ100คำสาปเปรอะเปื้อนอาภรณ์ ลุงเฉินอ้าปากพะงาบๆ ราวกับพยายามจะกล่าวถ้อยคำสุดท้าย ทว่ามีเพียงเสียงลมหายใจที่ขาดห้วง
"ระ... ระวัง..." เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่ม่วงคล้ำ "คนที่... ส่งจดหมาย... ไม่ใช่... ข้า..."
ดวงตาข้างที่ยังใช้การได้ของลุงเฉินเบิกค้างอย่างไร้ประกาย ร่างกายทรุดฮวบนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของหลี่ซ่าน ลมหายใจเฮือกสุดท้ายดับสลายลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาครอบงำห้องใต้ดินอีกครั้ง
หลี่ซ่านยังคงนั่งคุกเข่าถือร่างไร้ลมหายใจของอดีตองครักษ์ไว้นิ่งสนิท ในสมองขาวโพลน คำพูดสุดท้ายของชายชราวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา *คนที่ส่งจดหมาย ไม่ใช่ข้า...*
ถ้าเช่นนั้น... ใครเป็นคนนัดแนะให้เขามาที่นี่?
ก่อนที่ความตระหนักรู้จะทันได้ประมวลผล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นกึกก้องที่เบื้องบน ราวกับมีกองทัพมดกำลังเคลื่อนตัวปิดล้อมอาคารไม้หลังนี้ไว้ทุกด้าน!
แสงคบเพลิงสีแดงฉานสาดส่องลอดรอยแตกของเพดานห้องใต้ดินลงมา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก ที่ดังทะลุผ่านความมืดเข้ามา
"ฮ่าๆๆ... ตามหาตัวกบฏหลี่ซ่านตั้งนาน ที่แท้ก็มารวมตัวกันอยู่ในหลุมศพหนูนี้เอง!"
หลี่ซ่านค่อยๆ วางร่างของลุงเฉินลงอย่างเบามือ เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง มือขวาเอื้อมไปจับด้ามหอกทมิฬที่พิงผนังไว้มั่น ขณะที่ไป๋จูก็กำพัดในมือแน่นเตรียมรับมือ
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นบันไดลงมาในความมืด แสงไฟจากคบเพลิงเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของคนสนิทข้างกายแม่ทัพหลวง... ผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่ค่ายทหารทางเหนือในเวลานี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 12
ความจริงครึ่งใบ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!