คมกระบี่ของชินอ้วงสั่นระริก ปลายคมเหล็กกล้าสะท้อนแสงโลหิตจากคบเพลิงรอบตำหนัก จนส่องกระทบดวงตาที่หรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียวของหลี่ซ่าน ความกดดันระดับที่ทำให้ทหารยามรอบบริเวณหายใจติดขัดแผ่ซ่านไปทั่วอากาศ ทว่าบุรุษหนุ่มผู้ถือครองหอกทมิฬกลับมิได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันอันเงียบงัน
"ชินอ้วง... ทรงใช้ข้อหากบฏมาปิดปากข้าถึงในเขตพระราชฐานเช่นนี้ ไม่เกรงว่าความลับเรื่องศิลาผนึกตระกูลหลี่จะสูญหายไปกับลมหายใจของข้าหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
เสียงของหลี่ซ่านนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ชินอ้วงแค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววสังหารอย่างไม่ปิดบัง พระองค์ทรงทราบดีว่าหลี่ซ่านไม่ใช่สหายที่จะเจรจาด้วยได้ง่ายๆ และยิ่งปล่อยให้มีชีวิตอยู่ ร่องรอยความจริงเรื่องการกวาดล้างตระกูลหลี่เมื่อสิบปีก่อนอาจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาแสงตะวัน
"เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวจะต่อกรกับเงาทมิฬร้อยนายและคมกระบี่ของเปิ่นหวางได้หรือ หลี่ซ่าน เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่บังเอิญเดินมาตกหลุมพรางที่ข้าขุดไว้เอง" ชินอ้วงตรัสด้วยน้ำเสียงเยพันและเหี้ยมเกรียม มือที่กำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ในความมืดมิดของมุมตึกด้านทิศตะวันตก ไป๋จูซ่อนกายอยู่หลังเสาศิลาแกะสลัก นางใช้พัดหยกปิดบังรอยยิ้มที่กำลังแย้มขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองเงาดำที่รายล้อมอยู่รอบทิศทางอย่างใจเย็น นิ้วเรียวเล็กดีดถั่วเขียวสามเม็ดออกไปกระทบกับระฆังทองสำริดที่แขวนอยู่ไกลออกไป เสียงกังวานใสราวนกEurasian curlew ดังแทรกขึ้นกลางค่ำคืน ทำลายจังหวะการบุกของกองกำลังเงาทมิฬไปชั่วเสี้ยวลมหายใจ
*เคร้ง!*
ฉับพลันนั้นเอง หลี่ซ่านไม่รอให้ชินอ้วงออกคำสั่งซ้ำสอง มือขวาตวัดหอกทมิฬคู่กายที่พันด้วยผ้าดิบเก่าๆ ออก เสียงแหวกอากาศหวีดหวิวราวกับภูตผีร่ำไห้ ปลายหอกตวัดกวาดเป็นวงโค้งบังคับให้เงาดำสามนายที่พุ่งเข้ามาต้องกระโดดหลบวุ่นวาย แรงปะทะจากการเหวี่ยงหอกทำให้แผ่นศิลาปูพื้นแตกละเอียดเป็นจุล
"อยากได้ชีวิตข้า... เกรงว่าพวกเจ้ายังฝึกปรือมาไม่พอ" หลี่ซ่านเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกวาดมองชินอ้วงที่กำลังถอยร่นไปตั้งหลักด้านหลังกองอารักขา
ชินอ้วงทรงกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความกริ้ว พระองค์ไม่เคยคาดคิดว่าทายาทตระกูลหลี่ผู้รอดชีวิตจะมีความสามารถและจิตใจที่แข็งกระด้างปานนี้ "ฆ่ามัน! ใครที่ตัดหัวหลี่ซ่านมาได้ เปิ่นหวางจะตบรางวัลให้ด้วยที่ดินสามอำเภอและทองคำหมื่นตำลึง!"
สิ้นกระแสรับสั่ง กองกำลังเงาทมิฬนับร้อยก็พุ่งเข้าใส่ดั่งฝูงหشراتกระหายเลือด ประหนึ่งคลื่นมดย생ทมิฬที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งในรัศมีร้อยเมตร บรรยากาศรอบตำหนักอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตายและความคาวเลือดที่เริ่มคละคลุ้ง
หลี่ซ่านสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดเปลือกตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อรวบรวมลมปราณตระกูลหลี่ สภาวะจิตใจของเขาว่างเปล่าดั่งผืนน้ำนิ่งสนิท ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาสีดำสนิทกลับแปรเปลี่ยนเป็นดุดันราศีกษัตริย์ไร้บัลลังก์ หอกทมิฬในมือแผ่ไอความเย็นยะเยือกออกมาจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามคมเหล็ก
เขาหมุนตัวควงหอกเข้าปะทะกับกระบี่นับสิบเล่มที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟแลบแปลบปลาดยามค่ำคืน ทุกย่างก้าวที่หลี่ซ่านเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความงดงามทว่าแฝงไว้ด้วยความตาย ร่างของเงาทมิฬนายแล้วนายเล่ากระเด็นกระดอนถอยหลังไปพร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกและลำคอ
ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดถึงขีดสุด ไป๋จูที่เร้นกายอยู่ในเงาไม้ก็ขยับตัว นางลอบส่งสัญญาณมือให้หลี่ซ่านเห็นเป็นจังหวะสามครั้ง ซึ่งหมายความว่า *'ประตูมิติใต้ฐานตำหนักเปิดแล้ว ถอย!'*
หลี่ซ่านรับรู้สัญญานนั้นทันที เขาแกล้งเสียท่าให้ทหารยามนายหนึ่งแทงกระบี่เฉียดหัวไหล่ซ้าย ร่างของเขาทรุดลงเล็กน้อยเพื่อล่อให้ชินอ้วงตายใจ
"ฮ่าๆๆๆ สิ้นท่าแล้วสินะ หลี่ซ่าน!" ชินอ้วงทรงพระสรวลอย่างลำพองพระทัย ทรงก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่ทรุดลงของหลี่ซ่านด้วยความฮึกเหิม โดยลืมสัญชาตญาณระแวดระวังตัวไปสิ้นเชิง "นำตัวมันไปขังไว้ที่คุกใต้ดินมืดมิด ทรมานให้สาสกับความอวดดีของมัน!"
ทว่า ทันทีที่ชินอ้วงก้าวเข้าไปอยู่ในรัศมีสามก้าว ดวงตาที่เคยหรี่ลงด้วยความเจ็บปวดของหลี่ซ่านกลับเปล่งประกายคมกลาล้าออกมาอย่างฉับพลัน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสันที่เปื้อนฝุ่นควันและหยาดเหงื่อ
"ชินอ้วง... เหยื่อติดกับแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
หลี่ซ่านดีดตัวขึ้นจากพื้นด้วยพลังลมปราณทั้งหมดที่มี หอกทมิฬพุ่งตรงไปยังพระพักตร์ของชินอ้วงอย่างแม่นยำดั่งอสนีบาตฟาดลงมา ชินอ้วงทรงตกพระทัยจนหน้าถอดสี รีบเบี่ยงพระoองค์หลบสุดชีวิต คมหอกเฉียดผ่านฉลองพระองค์จนขาดวิ่น ทิ้งรอยแผลลึกไว้ที่พระอังสาจนพระโลหิตสีชาดไหลซึมออกมา
ทว่า เป้าหมายของหลี่ซ่านหาใช่การปลิดชีพชินอ้วงในคราเดียวไม่ เขาใช้แรงสะท้อนจากการพุ่งตัวเมื่อครู่พุ่งทะยานเข้าใส่แท่นบูชาหินอ่อนเบื้องหลัง ทุบทำลายกลไกศิลาลับด้วยปลายหอกสุดแรงเกิด!
*ครืนนนนน—!*
พื้นศิลาเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง กลไกโบราณนับร้อยปีทำงานขึ้นพร้อมกัน เสียงเฟืองเหล็กขบกันดังสนั่นหวั่นไหว ดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง พื้นดินบริเวณที่ชินอ้วงประทับยืนอยู่ทรุดฮวบลงกลายเป็นหลุมลึกอัสดงที่มืดมิดไร้ก้นบึ้ง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทหารองครักษ์ที่ตกลงไปพร้อมกับแรงดึงดูดมหาศาล
ชินอ้วงทรงคว้าขอบเสาศิลาไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด พระวรกายสั่นเทาด้วยความกริ้วและหวาดกลัว พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองหลี่ซ่านที่ยืนอยู่บนขอบเหวอีกด้านด้วยความแค้นเคืองสุดซึ้ง
หลี่ซ่านยืนนิ่งสงบ หอกทมิฬพาดอยู่บนบ่า สายตาทอดมองชินอ้วงด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนที่เขาจะหันหลังและเตรียมจะพุ่งตัวหายไปในความมืดตามแผนการที่วางไว้กับไป๋จู
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปนั้นเอง เสียงตบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดบนยอดหลังคาตำหนัก—เสียงที่หลี่ซ่านจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตนเอง
"ฝีมือไม่เลวเลยนี่... หลี่ซ่าน สหายเก่า"
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ร่อนลงมาจากยอดหลังคา ราวกับขนนกที่ลอยละล่องลงสู่พื้นดิน ใบหน้าภายใต้แสงจันทร์งดงามราวนางฟ้า แต่รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู
หลี่ซ่านชะงักฝีเท้า ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบค่ำคืนนี้ หอกในมือสั่นสะท้อนเมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนขวางทางหนีของเขา หาใช่ทหารองครักษ์หรือเงาทมิฬ แต่เป็น... คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางสายนี้ร่วมกันนะครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 20
กับดักล่อเสือออกจากถ้ำ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!